
สหรัฐฯเฝ้าเด็กสัมผัสผู้ป่วยอีโบลา
02 ต.ค. 2557
สหรัฐฯพยายามตามหาผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสอีโบลา หลังเข้ารักษาตัวที่เท็กซัส รวมทั้งเฝ้าสังเกตอาการเด็กนักเรียนที่สัมผัสกับผู้ป่วย
2 ต.ค.57 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ได้ลงพื้นที่ตามหาประชาชน ที่รวมทั้่งเด็กนักเรียน ที่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยชายที่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นผู้ติดเชื้่อไวรัสอีโบลาคนแรกบนแผ่นดินสหรัฐฯ ซึ่้งเดินทางมาจากไลบีเรีย ที่ได้ชื่อว่ามีการระบาดของไวรัสมรณะรุนแรงที่สุด และเดินทางถึงรัฐเท็กซัสเมื่อวันที่ 20 กันยายน เพื่อไปเยี่ยมครอบครัว ก่อนจะป่วยเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ของเท็กซัส เฮลธ์ เพรสไบทีเรียน โฮสปิทัล ดัลลัส ยอมรับว่า อาจมีหลายคนที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสอีโบลาจากชายผู้นี้ หลังจากเขาเข้ารับการรักษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กันยายน เนื่องจากมีการสื่อสารที่ผิดพลาดในหมู่เจ้าหน้าที่ ซึ่งส่งผลให้เขาได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและกลับไปยังชุมชนที่เขาพักอาศัยอยู่หลายวัน
มาร์ค เลสเตอร์ รองประธานบริหารของเท็กซัส เฮลธ์ รีซอร์ส ระบุว่า ผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน เนื่องจากทีมแพทย์รู้สึกว่า เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสทั่วไปที่ไม่รุนแรง ทั้งที่เขาได้บอกกับพยาบาลที่สอบประวัติแล้วว่า เขาเพิ่งดินทางจากแอฟริกา ซึ่งน่าเสียใจที่ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้รับการสื่อสารอย่างทั่วถึงในทีมแพทย์ และระบุเพียงว่า อาการในบื้องต้นของเขาเมื่อวันที่ 25 กันยายน คือ ไข้ต่ำและปวดท้อง ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
ด้านสำนักข่าว AP รายงานว่า นายริค เพอร์รี่ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส แถลงว่า เด็กนักเรียนจำนวนหนึ่ง ถูกกันไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดอยู่ที่บ้าน หลังถูกระบุว่าได้สัมผัสกับผู้ป่วยคนแรกที่ได้รับการวินิจฉัยในสหรัฐว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา ที่ขณะนี้อาการเข้าขั้นวิกฤต
มีตำรวจไปประจำอยู่ด้านนอกของหนึ่งในโรงเรียน 4 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนของเด็กๆ ที่ถูกสังเกตอาการด้วย เนื่องจากเขาได้สัมผัสกับเด็กนักเรียนก่อนจะกลับไปเข้าโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 28 กันยายน และถูกแยกตัวไปกักโรคทันที ซึ่งนายเพอร์รี่ บอกว่า เขาทราบดีว่า พ่อแม่ต่างกังวลอย่างยิ่งต่อเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ก็ทราบแล้วว่า เด็กๆ เหล่านี้เป็นใครและกำลังถูกสังเกตอาการแต่โรคนี้จะไม่ติดต่อถ้าผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการ
ด้านโรงพยาบาลทั่วประเทศ ต่างใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ไม่จำเป็นต้องหวาดวิตกว่าจะเกิดการระบาดในวงกว้าง เนื่องจากไวรัสอีโบลา แพร่ระบาดผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ติดเชื้อ และจะติดต่อไปยังผู้อื่นได้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยแสดงอาการแล้ว เช่น มีไข้, ปวดเมื่อย, มีเลือดออก, อาเจียนและท้องร่วง
------------------------------------------
(ภาพ : AFP ,EPA)



