
เปิดโปงนรกเรือประมงจากปากเหยื่อชาวพม่า
เปิดโปงนรกเรือประมง จากปากเหยื่อชาวพม่า : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน
การหลอกลวงแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะชาวพม่าเข้ามาทำงานในเรือประมงของไทยยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร สามารถจับกุมนายหม่องจอ วัย 23 ปี นายหม่องซอ วัย 21 ปี และนายฮี วัย 31 ปี สัญชาติเมียนมาร์ หลังจากทั้ง 3 คนมีพฤติการณ์หลอกลวงแรงงานชาวพม่า 5 คน มากักขังไว้ที่ห้องเช่าเลขที่ 505 ชั้น 5 อาคาร อ.โชคทรงชัย ซอยเสรี ถนนวิเชียรโชฎก ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อรอส่งให้เรือประมง ซึ่งจะเดินทางไปจับสัตว์ทะเลในน่านน้ำอินโดนีเซีย
การสืบสวนของตำรวจทราบว่า กลุ่มค้ามนุษย์กลุ่มนี้มีเครือข่ายเข้าไปชักชวนแรงงานชาวพม่ามาทำงานในไทย โดยหลอกว่าจะพามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม แต่เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้วกลับถูกนำไปขายให้นายทุนซึ่งต้องการแรงงานไปใช้งานในเรือประมง แลกกับเงินค่าตอบแทนที่จะได้รับรายละ 2 หมื่นบาท ทั้งนี้ การหลอกลวงแรงงานชาวพม่ามาขายให้เรือประมงเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และในจำนวนนั้นมีหลายรายที่ต้องเสียชีวิตไปในทะเล ไม่มีโอกาสเดินทางกลับเข้าฝั่ง
นายซานตู วัย 20 ปี หนึ่งในแรงงานชาวพม่า ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่หลอกลงเรือประมง และเพิ่งได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งเมื่อไม่นานมานี้ เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เดิมทีทำงานรับจ้างอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ได้ถูกนายหน้าชาวพม่าชักชวนให้เข้ามาทำงานในไทย โดยอ้างว่าจะนำไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งจะได้ค่าแรงในอัตราสูง ตนเห็นว่าน่าจะมีโอกาสที่ดีกว่าอยู่ในพม่า จึงยอมจ่ายเงินให้นายหน้า 1 หมื่นบาท โดยเดินเท้าลัดเลาะตามป่าและภูเขานานถึง 7 วัน เข้าประเทศไทยมาทางด้านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก
"เขาบอกว่าจะพาไปทำงานในโรงงานได้ค่าแรงสูง แต่พอเข้าไทยมาแล้วเขากลับส่งลงเรือประมงออกจับสัตว์น้ำไปไกลถึงน่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย ไม่มีโอกาสได้ขึ้นฝั่งนานถึง 2 ปี 3 เดือน ระหว่างอยู่ในเรือถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานแทบตลอดเวลา ได้พักเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น หากขัดขืนก็จะถูกทำร้าย จนทนไม่ไหว ต้องขอความช่วยเหลือจากไต้ก๋งเรือเมล์ที่เข้าไปขนถ่ายสัตว์ทะเลจากเรือประมงกลางทะเลให้นำตัวกลับเข้าฝั่ง" นายซานตู เปิดเผย
หลังขึ้นฝั่งได้แล้วยังไม่อยากเดินทางกลับพม่า จึงได้รับการชักชวนให้ไปทำงานก่อสร้างใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีชาวพม่าอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ ระหว่างนี้ได้รู้จักกับชาวพม่ากลุ่มหนึ่งซึ่งมีพฤติการณ์หาแรงงานส่งลงเรือประมง จึงถูกคนกลุ่มนี้หลอกไปทำงานในเรือประมงที่ไปจับสัตว์ทะเลในน่านน้ำอินโดนีเซียอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในทะเลนานกว่า 6 เดือน
"ตอนแรกเขาบอกจะพาไปทำโรงงาน แต่พอมาถึงจริงๆ กลับบอกคนงานเต็ม นายหน้าเลยให้ผมไปลงเรือประมง เขาบอกว่าลงเรือแค่ 15 วันก็ขึ้นฝั่ง ผมจึงยอมทำตาม แต่พอลงเรือกลับออกน่านน้ำไทยไปอินโดนีเซีย ซึ่งผมเองก็อ่านชื่อเรือเป็นภาษาไทยไม่เป็น ผมเลยไม่รู้ว่าเรือที่ผมทำงานคือเรือของใคร ตลอดระยะเวลาที่ทำงานบนเรือประมง ผมได้ค่าแรงเพียง 3,000 กว่าบาท เพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว ที่เหลือนายหน้าเป็นคนเบิกไปหมด" เหยื่อค้ามนุษย์เรือประมง เปิดเผย
นายซานตู บอกด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ชาวพม่าเดินทางเข้ามาทำงานในไทยจำนวนมาก ซึ่งหลายรายตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์นั้นเป็นเพราะที่พม่าค่าแรงถูก หางานทำยาก จึงอยากเข้ามาทำงานโรงงานอุตสาหกรรมในไทย โดยแต่ละคนตั้งเป้าจะเก็บเงินให้ได้สักก้อน แล้วจะเดินทางกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศบ้านเกิด
สอดคล้องกับ น.ส.ปฏิมา ตั้งปรัชญากุล ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือแอลพีเอ็น ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับแรงงานต่างด้าวมานาน ซึ่งให้ข้อมูลว่า ขบวนการนายหน้าค้าแรงงานชาวพม่า ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งพม่าหลอกพม่าด้วยกันเอง หรือพม่าร่วมมือกับคนไทยหลอกพม่า ซึ่งทำกันมานานหลายสิบปี โดยส่วนใหญ่แรงงานที่ถูกหลอกไปลงเรือประมง จะถูกส่งไปทำงานนอกน่านน้ำของไทย โดยเฉพาะในน่านน้ำอินโดนีเซีย เนื่องจากการลงเรือประมงประเภทนี้จะต้องทำงานกลางทะเลเป็นเวลานานหลายปีไม่มีโอกาสกลับเข้าฝั่ง และตลอดเวลาที่อยู่บนเรือประมงจะถูกใช้แรงงานอย่างหนัก และถ้าไต้ก๋งเรือไม่พอใจก็อาจถูกทำร้ายได้ โดยได้ค่าจ้างตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า เพราะนายหน้าจะเป็นผู้ขอเบิกไปใช้เอง โดยอ้างว่าจะส่งเงินไปให้ครอบครัวของเหยื่อแรงงานประมง
"แรงงานใน จ.สมุทรสาคร ยังคงขาดแคลน นายหน้าจึงมีบทบาทในการบังคับแรงงานที่เป็นชาวพม่าเหมือนกันโดยหลอกมาจากประเทศพม่าเป็นส่วนใหญ่ มาใช้แรงงานใน จ.สมุทรสาคร โดยมีบางส่วนถูกส่งลงเรือประมงทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ อีกทั้งเรือประมงบางลำยังคงใช้แรงงานเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ตามอนุสัญญา ฉบับ182" ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าว
จากสถิติลูกเรือประมงอินโดนีเซียที่เข้ามาขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ตั้งแต่ปี 2549-2557 พบว่า เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 128 คน ไทย 16 คน พม่า 112 คน และมีผู้เสียชีวิต เป็นไทย 9 คน พม่า 30 คน และพิการ เป็นพม่า 2 คน
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน จ.สมุทรสาคร พบว่า แรงงานชาวพม่าที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่มีอยู่ถึงร้อยละ 95 ที่เหลือเป็นแรงงานชาวลาวและกัมพูชา ซึ่งแรงงานเหล่านี้เมื่อเข้ามาทำงานในไทยก็จะถูกส่งเข้าทำงานในโรงงานประมาณร้อยละ 60-70 ที่เหลือจะถูกส่งไปทำงานก่อสร้างและลงเรือประมง ส่วนใหญ่หากเป็นชาวพม่าจะถูกส่งเข้ามาทาง จ.ตาก และจ.ระนอง หากเป็นชาวกัมพูชา จะถูกส่งเข้ามาทาง จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี ก่อนจะถูกส่งต่อมายัง จ.สมุทรสาคร
ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบการค้าแรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีการหลอกลวงแรงงานลงเรือประมงไปจับสัตว์ทะเลนอกน่านน้ำของไทย ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีเรือประมงใน จ.สมุทรสาคร จำนวน 50 ลำ ที่จดทะเบียน นำเรือไปจับสัตว์ทะเลในน่านน้ำอินโดนีเซีย หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบทั้งหมดหากพบว่ามีลำใดที่หลอกลวงแรงงานไปทำงานโดยผิดกฎหมายจะดำเนินคดีทันที
......................
(หมายเหตุ : เปิดโปงนรกเรือประมง จากปากเหยื่อชาวพม่า : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน)



