'ทุ่งโฮ้ง'ยกระดับแหล่งผลิตหม้อฮ่อม-ท่องเที่ยวชุมชนเมืองแพร่
'ทุ่งโฮ้ง'ยกระดับแหล่งผลิตหม้อฮ่อม-ท่องเที่ยวชุมชนเมืองแพร่ : สกาวรัตน์ ศิริมา, อายุทัย นนท์นิติรัตน์รายงาน
เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง รับงบประมาณปี'58 กว่า 40 ล้านบาท ยกระดับร้านค้าหม้อฮ่อมกว่า 200 แห่งพื้นที่ ด้วยการปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม-มีความเป็นเอกลักษณ์ เผยจะเริ่มพัฒนาแต่ละแห่งก่อนดำเนินการให้ครบ ระบุแต่ละปีทำรายได้เข้าพื้นที่กว่า 200 ล้านบาท หากจัดระเบียบ-เพิ่มคุณภาพ คาดส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนได้ ขณะที่กลุ่มทอผ้าไทพวนรวมกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่รื้อฟื้นการทอผ้า หวังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนที่ต้องการเข้ามาสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้า พร้อมเปิดโฮมเสตย์ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตชาวไทพวน
นายสมเพ็ชร์ ศรีทิพงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัด แพร่ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณปีพ.ศ. 2558 ได้รับเงินกว่า 40ล้าน นำมาพัฒนาภูมิทัศน์ กลุ่มร้านค้า, ย้อมผ้า, ทอผ้า,โฮมสเตย์ และส่งเสริมให้งบประมาณกับกลุ่มสตรี ,กลุ่มแม่บ้านตำบลทุ่งโฮ้ง ได้มีการประชาคมให้ชาวบ้านร้านค้าเข้าร่วมกิจกรรมให้พัฒนาปรับภูมิทัศน์ของร้านค้าในชุมชนให้มีความสวยงามให้เป็นพื้นที่จุดเด่น เป็นศูนย์กลางการขาย และการท่องเที่ยว โดยได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบมาออกแบบให้กับร้านค้าในชุมชนปรับปรุงโครงสร้างหน้าร้านให้มีความเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้นักเที่ยวมาแล้วรู้ทันทีว่าเป็นตำบลบ้านทุ่งโฮ้งขายผ้าหม้อฮ้อม
ทั้งนี้ จะเริ่มจากร้านค้าที่ให้ความร่วมมือสนใจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผ้าหม้อฮ้อมย้อมสีธรรมชาติที่ย้อมจากต้นฮ้อมและต้นคราม เนื่องจากตอนนี้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ หลังจากนั้นจะขยายการพัฒนาให้ทั่วถึงทุกร้านค้าในชุมชน เพราะตำบลทุ้งโฮ้งเป็นพื้นที่ที่มีการทำผ้าหม้อฮ้อมมากที่สุดกว่า200ร้านในจังหวัดแพร่ และผ้าหม้อฮ้อมเป็นสินค้าเด่นทำรายได้ของตำบลทุ่งโฮ้ง ที่ส่งขายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้เข้าพื้นที่จำนวนมาก
นางไพรวัลย์ สะพานทอง รองนายกเทศมนตรีตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ กล่าวว่า กลุ่มทอผ้าที่สามารถทำรายได้ให้ตำบลทุ่งโฮ้งมี 3 แบบ คือ 1.การย้อมผ้าด้วยมือ ใช้ผ้าธรรมชาติทอ 2.การย้อมผ้าด้วยมือใช้ผ้าจากโรงงาน 3. ผ้ามัดย้อม พิมพ์ลาย สามารถ ก่อให้เกิดรายได้ในตำบลทุ่งโฮ้งกว่า 200 ล้านบาทต่อปี โดยในปี พ.ศ.2555 มีการจัดตั้งศูนย์โอท็อป เพื่อแสดงสินค้าใหม่,สินค้าที่ได้รับรางวัลโอทอป 5 ดาว สินค้าคุณภาพที่ไม่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาแวะชมทำให้จะมีการพัฒนาในเรื่องของที่จอดรถรองรับนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดการฝึกอบรมอาชีพให้ทั้ง 7หมู่บ้านของตำบลทุ่งโฮ้งเพื่อพัฒนาผ้าหม้อฮ้อมและผลิตของชำร่วย มีการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการผ้าหม้อฮ้อมได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ซึ่งตนเป็นประธานกลุ่มผู้ประกอบการผ้าหม้อฮ้อมจำนวนสมาชิก 40 คน ที่เป็นเจ้าของร้านค้าที่ให้ความร่วมมือ เพื่อสร้างความสามัคคีในกลุ่มให้มีมาตราฐานของเกณฑ์ราคา,ขนาดไซส์ของเสื้อผ้าให้มีความเท่าเทียมกัน เนื่องจากมีร้านค้าหลายร้านในพื้นที่ซึ่งไม่สามารถควบคุมราคา,การผลิตและขนาดไซส์ได้ จึงต้องเริ่มจากการสร้างมาตราฐานภายในกลุ่มแล้วขยายให้ทั่วทุกร้านค้า เพื่อให้เป็นมาตราฐานของตำบลทุ่งโฮ้ง และได้ดำเนินการกับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสร้างโรงงานต้นแบบในจังหวัดแพร่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการค้าผ้าหม้อฮ้อม เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว
นางยุพิน สายสำเภา ผู้นำกลุ่มทอผ้าไทพวน ม.5 บ้านทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า เดิมที่บ้านทุ่งโฮ้ง หมู่ 5 อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทพวน ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะมีทักษะในการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากใบคราม และทอผ้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะ"ซิ่นแล่" ที่ถือที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทพวน ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป ทางชาวบ้านในวัยกลางคนเล็งเห็นว่าหากไม่มีการอนุรักษ์องค์ความรู้อาจจะเกิดการสูญหายได้ จึงได้มีการรื้อฟื้นแนวคิดในการจะกระตุ้นให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงคุณค่าการทอผ้า และการมัดย้อมผ้าจากใบคราม และแม้ว่าชาวบ้านจะมีการทำนาข้าว แต่บางส่วนก็ยังมีรายได้น้อย
ทั้งนี้ ในปีนี้ 2552 ตนเองจึงทำการทดลองปลูกต้นคราม ปลูกต้นคราในพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ผลผลิตประมาณ 640 กิโลกรัม สามารถทำรายได้ราว 80,000 บาทต่อปี และเป็นรายได้ที่มากกว่าการทำนา อีกทั้งต้นทุนต่ำไม่ต้องใช้ปุ๋ย กระทั่งทดลองประสบผลสำเร็จ จึงได้แจ้งให้ชาวบ้านได้ทราบ และมีการรวมกลุ่มกันปลูกต้นคราม , การทอผ้า และการมัดย้อมผ้าสีธรรมชาติขึ้นมาก โดยจะมีผู้สูงอายุในพื้นที่บ้านทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ ทำหน้าที่เป็นองค์ความรู้ให้กับคนในพื้นที่ ด้วยการสอนตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ คือ การเรียนรู้การปลูกต้นคราม การเก็บเกี่ยวต้นคราม กระบวนการย้อมผ้าธรรมชาติจากคราม และการทอผ้า
"กลุ่มมีจิตอาสาเข้ามาหมุนเวียนให้ความรู้ 5 คน และร่วมกันทอผ้าขาย โดยเฉพาะ"ซิ่นแล่" ที่เป็นเอกลัษณ์ของชาวไทพวน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนที่ต้องการเข้ามาสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าแบบชาวไทพวน รวมถึงเป็นแหล่งวิจัยการทำงานเกี่ยวกับการปลูกคราม และการใช้ประโยชน์จากต้นคราม โดยมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มแรกได้รับการส่งเสริมจากกลุ่มพัฒนาสตรี หมู่5 และเทศบาลทุ่งโฮ้ง สนุบหนุนงบประมาณ 35,000 บาท เพื่อใช้ในการอบรมให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาต่อยอดองค์ความรู้" นางยุพิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ผลิตจากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกก็นำมาจำหน่ายในนามของกลุ่มผ้าทอไทพวน ในราคาตั้งแต่ 400-2,000 บาท แต่ช่วงนี้ยังเป็นช่วงเริ่มต้นเงินหมุนเวียนยังไม่มี จึงต้องพยายามสร้างความเข้มแข็งโดยเริ่มต้นในชุมชุนกันก่อน พร้อมกันนี้ยังได้รวมกลุ่มกันตั้งโฮมเสตย์ไทพวนขึ้นมา จำนวน 7 หลัง รองรับได้ 60 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านที่มีความพร้อม และได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง เพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวไทพวน



