ข่าว

หมอเถื่อนกาวติดฟันปลอมหลวงปู่วัย78โร่แจ้งความ

หมอเถื่อนกาวติดฟันปลอมหลวงปู่วัย78โร่แจ้งความ

01 ต.ค. 2557

หมอเถื่อนกาวติดฟันปลอมหลวงปู่วัย78โร่แจ้งความ เหตุผ่านไป 2 วันยังติดแน่นต้องพบแพทย์ เผยมีพระถูกหลอกแล้ว 6 รูป

               1ต.ค.2557 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลส้มผ่อ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธรว่ามีพระเข้ารับการรักษาฟันเนื่องจากมีหมอเถื่อนเข้ามาติดต่อทำฟันปลอมให้ภายในวัด  โดยหมอเถื่อนรายนี้อ้างว่าสามารถรักษาได้ตามกฎหมาย และบอกว่าฟันปลอมที่ติดให้สามารถถอดได้ภายใน 2 ชั่วโมง  แต่ผ่านไปหลายวันไม่สามารถถอดฟันปลอมได้ ประกอบกับพระรูปนี้มีโรคประจำตัว ทำให้ทันตแพทย์ยังไม่สามารถรักษาให้ได้ เพราะเกรงจะเป็นอันตราย ต้องรอดูอาการความพร้อมในการรักษา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พาแจ้งความที่ สภ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร และศูนย์ดำรงธรรมประจำอำเภอ เพื่อแจ้งความเอาผิดหมอเถื่อนคนดังกล่าว

               นายถาวร  นามคำ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลส้มผ่อ  เปิดเผยว่า  ผู้ป่วยรายนี้มีชื่อว่าหลวงปู่พุทธา เจ้าอาวาสที่พักสงฆ์บ้านใหม่ชมพู ต. ส้มผ่อ อ.ไทยเจริญ อายุ  78 ปี   จำวัดอยู่เพียงลำพังเข้ามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องการถอดฟันปลอมเพราะไม่สามารถถอดเองได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าฟันปลอมที่ติดในช่องปากไม่ได้ทำกับทันตแพทย์ที่มีชำนาญเฉพาะทาง  ทางแพทย์ประจำ รพ.สต.ส้มผ่อ แจ้งว่าไม่สามารถถอดให้ได้ จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลอำเภอไทยเจริญ แต่ทันตแพทย์ยังถอดฟันปลอมให้ไม่ได้ เพราะหลวงปู่มีโรคประจำตัว คือ หลอดเลือดหัวใจตีบจึงกินยาอย่างต่อเนื่อง หากถอนฟันให้ในขณะที่ยังกินยารักษาอาการอาจจะเป็นอันตรายได้

               หลวงปู่พุทธา  กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50 ปี  อ้างว่าเป็นชาว อ.กุดชุม จ.ยโสธร  ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในที่พักสงฆ์พร้อมสอบถามว่าต้องการทำฟันปลอมหรือไม่  คิดซี่ละ 400 บาท  หลวงปู่บอกว่าต้องการทำฟันปลอม 4 ซี่  แต่มีเงินไม่ครบตามจำนวน หมอเถื่อนรายนี้จึงลดราคาให้เหลือซี่ละ 200 บาท  รวมทั้งหมด 800 บาท  พร้อมกับการันตีว่าเป็นหมอที่สามารถรักษาทำฟันได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากไปทำฟันให้กับพระมาแล้วหลายแห่ง   ทำให้หลวงปู่หลงเชื่อ

               “หลวงปู่มีฟันแท้ข้างบนเหลือเพียงซี่เดียว เมื่อมีคนเข้ามาสอบถามประกอบกับต้องการฟันปลอมอยู่แล้วจึงตัดสินใจทำ   จากนั้นหมอเถื่อนทำฟันให้หลวงปู่ ขณะที่นำวัสดุยึดติดระหว่างฟันปลอม  ฟันจริงและเหงือก รู้สึกแสบๆร้อนๆ  หมอเถื่อนอ้างว่าอาการแสบจะช่วยในการฆ่าเชื้อในช่องปาก   หลังจากติดฟันเสร็จแล้วหมอเถื่อบอกว่าในหนึ่งชั่วโมงห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด   2 ชั่วโมงจึงจะถอดฟันปลอมออกได้  แต่ผ่านไป 2 วัน หลงปู่ถอดฟันปลอมออกไม่ได้จึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ที่ รพ.สต” นายถาวร  กล่าว

               จากการซักถามและตรวจสอบประวัติสุขภาพหลวงปู่พุทธา ทราบว่า หลวงปู่มีโรคประจำตัวคือ หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นคนไข้ของโรงพยาบาลยโสธรต้องกินยาป้องกันหลอดเลือดอุดตันและยาขยายหลอดเลือด อย่างต่อเนื่อง  จึงทำให้ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถถอดฟันปลอมออกมาได้ เพราะต้องดูอาการทั้งก่อนและหลังการรักษา

               “รอความพร้อมโดยก่อนการรักษาผู้ป่วยต้องหยุดยา วัดระดับเลือด เชคการเต้นของหัวใจ เมื่ออยู่ในช่วงที่เหมาะสมจึงจะถอนฟันปลอมและต้องทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง    เท่านั้น  ระหว่างการรักษาฟันปลอมที่ยึดติดกับเหงือกอาจจะทำให้เกิดบาดแผล ส่งผลให้เลือดไหลออกมามากและอาจจะไหลไม่หยุดซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้  หลังการรักษาต้องควบคุมการติดเชื้อ  แต่หากไม่ถอนฟันปลอมออกก็เสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งในช่องปากได้  ซึ่งเคสนี้ถือว่าเป็นเคสที่ยากพอสมควร”  นายถาวร  กล่าว

               ด้านนายประวุฒิ  นครราช  หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวว่า  จากการตรวจสอบเบื้องต้นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอ้างว่า วัสดุที่ใช้ในการยึดติดฟันปลอม มีลักษณะคล้ายกับกาว   นอกจากนี้ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบมีประชาชนรายอื่นใช้บริการกับหมอเถือรายนี้หรือไม่  พบว่ามีพระหลงเชื่อทำฟันปลอมประมาณ 6 รูป ที่ใช้บริการหมอเถื่อนรายเดียวกัน   โดยทุกรายได้ไปถอดฟันปลอมออกแล้ว  จากการติดตามสอบถามชาวบ้าน  และพระที่ใช้บริการทำให้รู้ตัวหมอฟันเถื่อนรายนี้แล้ว

               “จากนี้จะได้ทำจดหมายเตือน ส่งไปยัง รพ.สต.ทั้ง 112  แห่ง ให้ประสานประชาสัมพันธ์เตือนประชาชน  ห้ามทำฟันหรือรักษาโรคกับหมอเถื่อนอย่างเด็ดขาด เพราะคนกลุ่มนี้ไม่มีความชำนาญ ไม่มีความรู้ในการรักษาโรค  หากหลงเชื่อจะเป็นอันตรายได้สำหรับหมอเถื่อรายนี้จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายเนื่องจากมีความผิดในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต  ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต  และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต    " นายประวุฒิ  กล่าว

...............................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.thaihealth.or.th)