
สาวยุคใหม่กับผ้าไทยในวิถีชีวิต
03 ต.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : สาวยุคใหม่กับ ผ้าไทยในวิถีชีวิต
ปัจจุบัน “ผ้าไทย” อาจเลือนหายไปจากความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ และมองว่าสวมใส่แล้วจะดูไม่ทันสมัย หรือจะถูกนำมาใช้ต่อเมื่อมีงานสำคัญเท่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดเสวนาเรื่อง “ผ้าไทยในวิถีชีวิต” โดยมี วรพรรณ ยาคอปเซ่น ผู้ดูแลเพจนุ่งซิ่นอินเตอร์ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ปอนด์ ใจดีทีวี” พร้อมด้วย ดุจหทัย นาวาพานิช และ ฝนทิพย์ บุญมาก สองสาวจากเพจนุ่งซิ่นอินเตอร์ ร่วมพูดคุยถึงความพึงใจในการนุ่งผ้าไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ผ้าไทยว่าไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นเก่า เชย หรือล้าสมัยอีกต่อไป ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันก่อน
วรพรรณ ยาคอปเซ่น เล่าถึงคุณแม่ผู้เป็นต้นแบบ และความเป็นมาที่ทำให้ชื่นชอบผ้าไทย กระทั่งนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจวบจนทุกวันนี้
“ชีวิตช่วงที่แต่งงานและอยู่ประเทศนอร์เวย์กว่า 3 ปี ทำให้ได้เห็นความรักชาติของคนนอร์เวย์อย่างมาก ทุกวันชาติของเขา คนนอร์เวย์ทั้งประเทศแต่งกายในชุดประจำชาติออกมาเดินบนท้องถนนอย่างภาคภูมิใจ ทำให้เราฉุกคิดถึงประเทศไทยว่าน่าจะทำอย่างนี้ได้บ้าง ประกอบกับอีกส่วนหนึ่งที่เห็นคุณแม่นุ่งซิ่นกับเชิ้ตเท่ๆ ทุกวัน จึงรู้สึกซึมซับการสวมใส่ผ้าไทยมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วย หลังจากกลับจากนอร์เวย์ จึงเริ่มนุ่งซิ่นใส่ผ้าไทยมาตั้งแต่นั้น โดยประยุกต์การนุ่งซิ่นในสไตล์ของตัวเอง" วรพรรณ กล่าว
ด้าน เจ้าของเพจนุ่งซิ่นอินเตอร์ ฝนทิพย์ บุญมาก บอกว่าเริ่มใส่ผ้าไทยเพราะรู้สึกว่าการนุ่งผ้าไทยนั้นไม่ต้องกังวลกับน้ำหนักและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา จึงบอกลากางเกงและกระโปรงเรียกได้ว่าแทบจะเป็นการถาวร
“ความที่พ่อเป็นคนสุรินทร์ และแม่เป็นคนสระบุรี ทำให้เราได้ซึมซับความเป็นไทย การใช้ผ้าพื้นถิ่นมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ตอนเด็กก็หยิบผ้าซิ่นของแม่มาใส่ แต่เมื่อนุ่งธรรมดาแบบซ้ายทับขวา ขวาทับซ้ายแล้วรู้สึกไม่ถูกใจ โตขึ้นเมื่อเริ่มมาใช้ผ้าไทย เราจึงหาสไตล์วิธีการนุ่งเป็นของตัวเอง และผ้าแต่ละประเภทก็มีวิธีการใช้ที่ต่างกัน จากนั้นก็นุ่งซิ่นมาตลอด เหมือนกับหยิบกางเกง หรือกระโปรงตัวหนึ่งมาใส่ แล้วต้องทำใจให้นิ่ง อย่าไปคิดว่าใส่ซิ่นแล้วเดินสยามพารากอนแล้วจะกลายเป็นตัวประหลาด ต้องภูมิใจว่าซิ่นเราสวย ถ้าใจเราไม่นิ่ง เราจะกังวล อย่างเวลานุ่งซิ่นไปเดินสยาม คนมองเราเต็มเลย แต่ถ้าใจเรานิ่ง ถึงนุ่งซิ่น ก็เดินไปได้ทุกที่”
อีกหนึ่งความเห็นจากชาวเพจนุ่งซิ่นอินเตอร์ ดุจหทัย นาวาพานิช ถึงจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน แต่เธอก็มีความพึงใจในการนำผ้าไทยมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง
“เหตุผลที่รู้สึกมีความสุขกับการนุ่งซิ่นมากคือ เราไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาขยับกระดุม หรือตะขอเข้าออกตามน้ำหนัก จะอ้วนขึ้นหรือผอมลงก็นุ่งซิ่นได้ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาเรามักได้ยินคนบ่นกันเสมอว่า ผ้าไทยนุ่งยากในชีวิตประจำวัน จะนุ่งขึ้นรถเมล์ก็พันขาไปหมด แต่ความเป็นคนชอบเดินทาง ทุกครั้งที่ไปอินเดีย สิ่งที่เห็นและประทับใจที่สุดคือ ส่าหรีที่คนอินเดียนุ่งยาว 8 เมตร แล้วเขาจะมีวิธีการพันหนักหนาสาหัสมาก แต่ทำไมเขานุ่งได้ทุกวัน ไปไหนได้ทุกที่ ขึ้นรถไฟคนเบียดกันแน่นเอี้ยด เขายังนุ่งส่าหรีได้ทุกวัน" สาวไทยรักผ้าซิ่นให้มุมมอง พร้อมกับย้ำว่า ความที่ผ้าไทยสวยและมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองทุกประเภท ผ้าซิ่นที่เธอนุ่งในชีวิตประจำวันจึงมีมากมาย เลือกใช้ตามอารมณ์ และจะนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับเครื่องประดับ ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการนุ่งซิ่นในชีวิตประจำวันของเธอได้อย่างดียิ่ง
และก่อนการเสวนาจะสิ้นสุดลง วรพรรณ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความภาคภูมิใจว่า เชื่อเหลือเกินว่าผ้าไทยและผ้าทำมือทุกประเภทไม่มีวันตายแน่นอน ขนาดเทรนด์แฟชั่นโลกยังหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ผ้าพื้นเมือง ซึ่งเทรนด์แฟชั่นไทยก็อิงอยู่กับแฟชั่นโลก แล้วอย่างนี้ผ้าไทยจะสูญหายไปได้อย่างไร



