
วินวีร์กฤต วิเคราะห์ตัวตนจากลูกขนไก่
02 ต.ค. 2557
ขอเวลานอก : วิน วีร์กฤต วิเคราะห์ตัวตนจากลูกขนไก่ : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง /ภาพ สุกล เกิดในมงคล
"ช่วงแรกที่ผมเริ่มเล่นอาจจะตีไม่เก่ง ต่อๆ มาก็เกิดความมุมานะ สู้กับคนอื่นไม่พอต้องสู้กับตัวเองด้วย..."
มหกรรมกีฬาแห่งชาวตะวันออก "เอเชี่ยนเกมส์ 2014" ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ใกล้ปิดฉากลง พร้อมกับทัพนักกีฬาไทยหลายประเภททะยอยเก็บเสื้อผ้ากลับบ้านท่ามกลางบรรยากาศทั้งชื่นมื่นและผิดหวังตามธรรมดาของเกมกีฬา ทว่ามุมหนึ่งของยิมเนเซียม "เบสมินตัน" ย่านถนนศรีนครินทร์ สถานที่ประลองพละกำลังของผู้ชื่นชอบกีฬาแบดมินตัน "วิน" วีร์กฤต ว่องวัฒนะสิน ผู้บริหารประจำโชว์รูมขายเฟอร์นิเจอร์หรูระดับไฮเอนด์ "โมทีฟ (Motif) " ในบทบาทนักแบดมินตันมือสมัครเล่น กำลังตื่นตัวกับเกม "รุก" สลับ "รับ" ภายในคอร์ท พร้อมกับค้นพบบางอย่างที่ได้จากกีฬายอดนิยมชนิดนี้
อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ หลังจากเคลียร์งานวุ่นๆ ผู้บริหารหนุ่มวัย 33 ปี มีนัดกับเพื่อนๆ สมัยเรียนมัธยมไปรีดเหงื่อที่สนามแบดมินตันที่คุ้นเคยเสมอ โดยเจ้าตัวเล่าว่า เริ่มเล่นกีฬาประเภทนี้อย่างจริงจังได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ก็เหมือนกับเด็กๆ ทั่วไปที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อไม้แบดมินตันให้แล้วชักชวนพี่น้อง และเพื่อนๆ ตีโต้กันเอาสนุกแบบเด็กๆ หน้าบ้าน ครั้นโตขึ้นเรียนจบและทำงานก็ค่อยๆ ห่างหายไปแล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่เมื่อ 4 ปีก่อน โดยมองว่าเป็นกีฬาที่มันสามารถเล่นได้ง่ายๆ คนรูปร่างอ้วนหรือเพื่อนผู้หญิงก็เล่นสนุก ที่สำคัญไม่ต้องเก่งก็เล่นด้วยกันได้
"เมื่อก่อนทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ แต่ตอนนี้พยายามปรับให้ทำงานน้อยลง เพื่อมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น แต่ไปๆ มาๆ ก็ 6 วันอยู่ดี อย่างวันเสาร์ไม่ได้ทำเต็มวันและหนักมาก กิจกรรมวันหยุดจริงๆ ก็จะเล่นกีฬาหรือออกไปท่องเที่ยวบ้าง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่พอจะทำอะไรด้วย เล่นกีฬาผมว่าช่วยคลายเครียดได้ง่ายสุดๆ ละ เพราะได้ออกกำลังกายเสียเหงื่อ ก็มีแบดมินตัน แล้วก็เล่นโยคะกับคุณแม่บ้าง แบ่งเวลาโดยลงตารางไว้เลย เพื่อนๆ กับเราว่างกันวันไหน มาลงตัวที่วันพุธกับพฤหัสบดี หลัง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ส่วนวันอาทิตย์ก็จะเริ่ม 1 ทุ่มไปจนถึง 3 หรือ 4 ทุ่ม ก๊วนประจำมีอยู่ 4-8 คน ชอบตีคู่มากกว่าขั้นต่ำเลยต้องมี 4 คน แต่ถ้าไม่ครบก็ไม่ตี พักหลังพอเราตีกันมันขึ้นก็เริ่มติดตามการแข่งขันระดับนานาชาติดูว่าเขามีเทคนิคยังไงจะได้จำมาฝึกเล่นบ้าง อย่างน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์, แมน บุญศักดิ์ พลสนะ, ชอง เหว่ย, หลินตัน หรือเฉินหลง ติดตามก็สนุกดี" นักหวดลูกขนไก่ ดีกรีปริญญาโทด้านการตลาดจาก รีเจ้นท์ บิซิเนสส์ สคูล เมืองผู้ดีอังกฤษ ลูกชายหัวปีในจำนวนพี่น้อง 3 คนของคุณแม่บุญพร้อม กับ คุณพ่ออภิชาติ ว่องวัฒนะสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านจัดสรร แจกแจงตารางชีวิตในแต่ละสัปดาห์ให้ฟังขณะยืดเส้นยืดสายอบอุ่นร่างกาย
แม้จะคลุกคลีกับลูกขนไก่มานานพอสมควร ทว่าหนุ่มวินยอมรับว่า ฝีมือยังอยู่ในระดับกลางๆ เน้นสไตล์เล่นทาง อาศัยการโยกซ้ายขวามากกว่าจะเป็นมือตบร้อยแรงม้า เป็นเทคนิคส่วนตัวที่ได้ผลบ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่ฝีมือคู่ต่อสู้และความแม่นยำของตัวเอง นอกจากนี้เรื่องความฟิตก็สำคัญมาก เพราะหากร่างกายไม่มีความยืดหยุ่น เวลาตีจังหวะเร็วๆ มักจะไล่ลูกไม่ทันและทำให้พลาดง่าย ในขณะที่เสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้ เขายกให้เลยว่าอยู่ที่จังหวะการชิงไหวชิงพริบ พร้อมๆ กับการใช้ข้อมืออย่างถูกที่ถูกเวลา เพราะลูกที่พุ่งเข้ามาหาค่อนข้างเร็ว นักแบดมินตันอาจไม่มีกล้ามเนื้อที่ฟิตมากเหมือนนักวิ่ง หรือกีฬาที่ต้องปะทะอย่างฟุตบอล แต่ความฟิตประมาณหนึ่งก็สามารถเล่นให้สนุกได้
"ง่ายๆ มาถึงคอร์ทก็โอ...น้อยออก จับคู่ เล่นๆ ไปก็ตีสลับคู่กันบ้าง เคยเล่นนานสุด 3 ชม.ต่อครั้ง ปกติ 2 ชม.กำลังดี ผลัดกันแพ้ชนะ 2-3 เกมพัก เหนื่อยแต่สนุก ช่วงอินจัดเคยนึกอยากเป็นนักกีฬาแบดเลยเพราะตีเป็นจริงเป็นจังมาก อยากลองไปแข่งดูเพื่อจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แต่พอเริ่มทำงานแรงขับตรงนั้นก็เริ่มลดลงๆ เหลือแค่เพื่อออกกำลังกายก็พอ แค่อาทิตย์ 2 วันก็โอเคแล้ว "ว่าพลางขอตัวไปลงสนามแล้ว "น็อกลูก" หรือการวอร์มตีลูกโต้ไปมาเพื่อเตรียมกล้ามเนื้อ แต่น่าเสียดายที่วันนี้เพื่อนในก๊วนมาไม่ครบจึงต้องตีเดี่ยวตามระเบียบ
ผลัดกันรับและจู่โจมไล่เบียดกันอย่างสนุกสนานก่อนที่ "วิน" จะขอพักแล้วมานั่งคุยต่อโดยบอกว่า ถ้าเล่นประเภทคู่จะได้ประโยชน์มากเรื่องทีมเวิร์ก เป็นการฝึกทำงานเป็นทีมช่วยกันวางแผนเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ รวมถึงเรื่องการมี "น้ำใจนักกีฬา" ที่แน่ๆ แง่คิดหลายอย่างที่ได้ยังสามารถนำไปเชื่อมโยงกับการงานที่ตัวเองรับผิดชอบได้อีกด้วย
"แพ้ชนะคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อยู่ที่ว่าเราได้มาเจอกันได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน มีความสัมพันธ์ดีๆ กับเพื่อนๆ ได้อัพเดทเรื่องราวดีๆ ในชีวิต อีกอย่างคือได้เรื่องการสู้กับตัวเอง ช่วงแรกที่ผมเริ่มเล่นอาจจะตีไม่เก่ง ต่อๆ มาก็เกิดความมุมานะ สู้กับคนอื่นไม่พอต้องสู้กับตัวเองในการพัฒนาฝีมือด้วย วันนี้เราจะตั้งจุดมุ่งให้ตัวเองอย่างไร ควรจะตีแบบไหน และปรับปรุงจุดไหนบ้าง วิเคราะห์ตัวเอง ผลักดันตัวเองและตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เหล่านี้ก็สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้ โดยวิเคราะห์ตัวเองเหมือนเกมกีฬาว่าควรวางแผน ปรับปรุง และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างไร
ตอนนี้ผมบริหารภาพรวมของร้าน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งของ ดูยอดขาย ลุยโปรเจ็คสำคัญๆ ทำให้ต้องวางแผนและรับมือกับคู่แข่งที่ตอนนี้มีร้านเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดียวกันผิดขึ้นกว่า 10 ร้าน โชคดีที่เป็นคนไม่ค่อยเครียด ถ้ามีปัญหาก็ค่อยๆ แก้ เรื่องเครียดสุดน่าจะเป็นเรื่องบุคลากร เพราะต่างคนมาจากต่างครอบครัว ต่างประสบการณ์ อาจรู้สึกนึกคิดหรือรับรู้ไม่เหมือนกัน ส่วนความท้าทายของธุรกิจประเภทนี้คงอยู่ที่การเลือกของเข้ามาขายให้ตรงใจลูกค้า อีกทั้งมองให้ทะลุถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต" นักการตลาดหนุ่มผู้ไม่ยอมให้วันว่างมีเพียงความว่างเปล่าชี้ประโยชน์ของงานอดิเรกดังกล่าว แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่เขาเน้นย้ำเสมอต่อให้งานหนักแค่ไหนคนทำงานก็ต้องรู้จักบริหารเวลาให้สมดุล
"อย่าบอกว่าไม่มีเวลา อยู่ที่เราไม่แบ่งเอง แต่ละวันควรแบ่งเวลาทำงาน พักผ่อน เจอเพื่อนฝูง ให้ครอบครัว เพราะไม่รู้ว่าอายุเราจะยาวแค่ไหน การเล่นกีฬาหรือพักผ่อนถือเป็นการชาร์ตพลังงานอย่างหนึ่ง อย่ารอว่ามีโอกาสค่อยทำ เพราะถึงวันนั้นร่างกายคงไม่เอื้อแล้วก็ได้..." แฟนคลับตัวยงกีฬาลูกขนไก่ฝากทิ้งท้าย ก่อนจะพาตัวที่โทรมไปด้วยเหงื่อลงคอร์ทอีกครั้ง...



