
ฟันธงครึ่งปีหลังตลาดรถยนต์ฟื้นภาวะเศรษฐกิจใน-นอกประเทศกระเตื้องเป็นแรงหนุน
อุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก การผลิตไตรมาส 4 ลดลงแค่ 10% กลับมาเดินเครื่องผลิต ชดเชยปริมาณสำรองที่ลดลง ชี้ดัชนีขีดแข่งขันลดลง
นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการเสวนาพิเศษ วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจการเงิน Crisis Watch Series 8 : "จับตาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หลังการล้มละลายของ GM" ที่จัดโดยสถาบันวิจัยนครหลวงไทย และโครงการสร้าง "CFO มืออาชีพ" คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่ 2 และประเมินว่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 โดยมีอัตราลดลง 10% จากที่ไตรมาส 2 ลดลง 46% และไตรมาส 3 ลดลง 27%
"แนวโน้มการผลิตรถยนต์ในไตรมาส 4 ลดลงไม่มากนัก เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศน่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ทบทวนเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปีนี้เหลือ 9.4 แสนคัน จากเดิมคาดว่าจะผลิต 1.08 ล้านคัน เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศและการส่งออกทรุดตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังมองไตรมาส 3 และ4 อุตสาหกรรมยานยนต์จะดีขึ้น" นายอดิศักดิ์กล่าว
ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย กล่าวว่า การปรับประมาณการกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มยานยนต์ เริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2552 ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังอยู่ในช่วงต่ำสุดของวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ และกำลังรอการฟื้นตัว
“ประเมินว่า การฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มยานยนต์ ช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นผลมาจากการกลับมาเดินเครื่องผลิต เพื่อชดเชยปริมาณสำรองที่ลดลง มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง” นายสุกิจ กล่าว
น.ส.ธัชวรรณ กนิษฐ์พงศ์ หัวหน้าโครงการจัดทำดัชนีชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ประกอบการภายในประเทศด้วยกันเอง พบว่า ดัชนีมีแนวโน้มลดลงอย่างรุนแรง มีสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของกำลังซื้อ รวมทั้งศักยภาพในการรองรับวิกฤติเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยเอง ที่ยังมีจุดเปราะบางในหลายด้านด้วยกัน
ข้อเสนอแนะที่ผู้ประกอบการมีต่อภาครัฐ ได้แก่ เร่งรัดโครงการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำทั้งในส่วนของวัตถุดิบ แม่พิมพ์ และเครื่องมือเครื่องจักร พัฒนาฐานข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบ ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดตั้งศูนย์ทดสอบชิ้นส่วน



