ข่าว

สหรัฐพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาคนแรกในประเทศ

สหรัฐพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาคนแรกในประเทศ

01 ต.ค. 2557

"สหรัฐ"พบผู้ติดเชื้อไวรัส"อีโบลา"คนแรกในประเทศ ที่ป่วยหลังเดินทางกลับจากไลบีเรีย

(ต่างประเทศ)++สหรัฐพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาคนแรกในประเทศ ที่ป่วยหลังเดินทางกลับจากไลบีเรีย
 
 
 
          ชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางจากไลบีเรียไปยังรัฐเท็กซัสของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับการยืนยันว่า เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาคนแรกที่ถูกตรวจพบในสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือ CDC ได้เปิดเผยเมื่อวันอังคาร หรือ 2 วัน หลังจากผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นใคร เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท็กซัส เฮลธ์ เพรสไบทีเรียน โฮสพิทอล ดัลลัส หลังแสดงอาการต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา  
 
          เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ได้นำตัวผู้ป่วยไปเข้ารับการ "กักโรคอย่างเคร่งครัด" และส่งตัวอย่างเลือดไปยังห้องแลปของรัฐและของรัฐบาลกลางเพื่อทำการทดสอบ และผลออกมาตรงกันว่าเขาติดเชื้อไวรัสมรณะ ที่คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 3,000 คน ในแอฟริกาในปีนี้ และจากตัวเลขขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า มีผู้ติดเชื้ออีโบลาในแอฟริกากว่า 6,500 คน และประเทศที่มีการระบาดรุนแรงที่สุดคือ กินี, ไลบีเรียและเซียร่า เลโอน 
 
          แพทย์ของโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเข้มข้น โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถและผ่านการอบรมมาอย่างดีเยี่ยม และกระทรวงสาธารณสุขก็ให้ความช่วยเหลือในการติดตามสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยที่อาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ซึ่งทางการไม่ได้เปิดเผยชื่อของผู้ป่วย และไม่ได้บอกด้วยว่า เขาเป็นชาวอเมริกันหรือไม่ 
 
          ด้านนายแพทย์โธมัส ฟรี้ดเด้น ผู้อำนวยการ CDC ระบุวา ผู้ป่วยได้ไปเยี่ยมสมาชิกในครอบครัวและพักอยู่กับพวกเขาในสหรัฐ หลังจากเดินทางกลับจากไลบีเรีย เมื่อวันที่ 20 กันยายน แต่ไม่มีอาการป่วยจนกระทั่งวันที่ 24 กันยายน และเขาไปโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายน ก่อนถูกส่งกลับบ้าน แต่ได้เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 
 
          นายแพทย์ฟรี้ดเด้น บอกด้วยว่า อาการในเบื้องต้นของผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลา มักจะไม่สามารถชี้ชัดได้ เพราะอาจจะมีอาการอื่นๆ ด้วย จึงเป็นเหตุผลให้ CDC ต้องเตือนให้เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ในแผนกฉุกเฉินตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้ป่วยเมื่อ 20 วันก่อน 
 
          CDC ได้ส่งทีมเดินทางไปยังรัฐเท็กซัส เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบว่า ผู้ป่วยได้ติดต่อกับใครบ้างนับตั้งแต่เดินทางกลับสหรัฐ และพบว่า เขาได้ติดต่อใกล้ชิดกับสมาชิกไม่กี่คนในครอบครัว ขณะที่อยู่ในดัลลัส มีรายงานว่า ในช่วงที่เขาเดินทางถึงสนามบินและได้รับการวัดไข้เช่นเดียวกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ภายใต้มาตรการป้องกันไว้ก่อน พบว่า ไม่มีไข้ ทำให้เชื่อว่าความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้โดยสารบนเที่ยวบินเดียวกันติดเชื้อเป็นศูนย์ 
 
          การที่ไวรัสอีโบลา ติดต่อได้โดยผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งในร่างกาย ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในดัลลัสต้องใช้ความพยายามในการอธิบายเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกและหวาดกลัว โดยบอกว่า ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ง่ายกว่าติดไวรัสอีโบลา