ข่าว

เขายิงทิ้งม้าใช่ไหมครับ?

เขายิงทิ้งม้าใช่ไหมครับ?

01 ต.ค. 2557

เขายิงทิ้งม้าใช่ไหมครับ? : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

               เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปชมชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านของ อาจารย์ชูชาติ วารปรีดี ที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ใกล้กับโขงเจียม และเขื่อนสิรินธร ซึ่งอาจารย์ชูชาติได้เลี้ยงม้าพันธุ์พื้นบ้านไว้ประมาณ 50 ตัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์ม้าสายพันธุ์นี้ ซึ่งนับวันใกล้จะสูญพันธุ์ หรือกลายพันธุ์ เนื่องจากขาดผู้ที่รักและให้การดูแลอย่างจริงจัง ทั้ง ๆ ที่ม้าพันธุ์พื้นบ้านเป็นสัตว์พาหนะที่อยู่กับคนไทยมาแต่โบราณ


               อาจารย์ชูชาติเลี้ยงม้าเหล่านี้ด้วยใจรัก จากตัวสองตัว จนเพิ่มเป็นครึ่งร้อย และอุทิศเวลา อุทิศเงินทอง และอุทิศจิตใจให้แก่ม้าพันธุ์พื้นบ้านอย่างเต็มที่ แต่ลึกๆ ก็เริ่มเป็นกังวลว่า หากท่านไม่อยู่แล้ว ม้าฝูงสุดท้ายพวกนี้จะอยู่กันอย่างไร เพราะนอกจากเงินบำเหน็จบำนาญแล้ว รายได้เล็กๆ น้อยๆ ก็มาจากการที่มีผู้มาขี่ม้า ซึ่งมีจำนวนไม่มากเท่าไหร่ ประกอบกับปัญหาเรื่องสุขภาพของอาจารย์เอง

               สาเหตุประการสำคัญที่ผมไปชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นเมืองในครั้งนี้ ก็เพื่อเยี่ยมลูกม้าตัวหนึ่ง ซึ่งผมอุปาระไว้ คือเมื่อเวลาที่มีลูกม้าเกิดใหม่ หากใครสนใจจะซื้อ ทางอาจารย์ชูชาติก็ยินดีที่จะขายให้ ในราคาตัวละ 1 หมื่นบาท เมื่อซื้อแล้วจะฝากให้ชมรมเลี้ยงให้ก็ได้ โดยช่วยค่าอาหารเดือนละ 800 บาท ม้าที่ผมซื้อไว้เป็นเพศเมีย เมื่อแรกเกิดมีสีดำปลอด แต่ตอนที่ไปดูเมื่อวันอาทิตย์ ขนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะมีการผลัดขนและเปลี่ยนสีไปจนกว่าจะโต ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นขนก็อาจจะกลับเป็นสีดำได้ใหม่ ผมตั้งชื่อลูกม้าตัวนี้ว่า “วิชยา” ตามชื่อนางเอกในนิยายเรื่อง “จะฝันถึงเธอ ทุกคืนที่มีแสงดาว” ของผม ตอนนี้วิชยาก็มีอายุได้ 3 เดือนแล้ว และเพิ่งจะมีโอกาสได้พบกันเป็นครั้งแรก

               ที่ชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน มีม้าบางตัวที่พิการหรือบาดเจ็บ เช่น ตาบอด ขาหัก หลังหัก สะโพกหัก แต่อาจารย์ชูชาติก็ยังคงเลี้ยงดูมันอยู่ แม้จะเป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ซึ่งทำให้ผมนึกถึงชื่อภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่งคือ ”เดย์ ชู้ต เดอะ ฮอสส์, ดอน’ท์ เดย์?” ซึ่งสร้างในปี 1969 นำแสดงโดย เจน ฟอนด้า และ ไมเคิล ซาราซิน ภาพยนตร์เรื่องนั้นสะท้อนความคิดของชาวตะวันตกในเรื่องที่หากม้าหรือคนได้รับบาดเจ็บ หรือพิการ ก็เลือกที่จะจัดการจบชีวิตของมันลง มากกว่าจะเลี้ยงดูต่อไป ด้วยเหตุผลว่า อยู่ไปก็จะทรมานเปล่าๆ แต่คนตะวันออกเลือกที่จะดูแลประคบประหงมจนถึงที่สุด

               ผมมีเพื่อนฝรั่งที่เลี้ยงปลาทอง เมื่อถึงเวลาที่จะต้องโยกย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่สามารถจะนำปลาทองไปได้ เขาก็จะเอาปลาเทลงในชักโครกแล้วกดน้ำ ผมถามว่า ทำไมไม่ยกไปให้คนอื่นเลี้ยงต่อ เขาตอบว่ากลัวคนอื่นจะดูแลมันไม่ดีเท่ากับเขา แม้กระทั่งคนป่วยที่เจ็บหนักไม่มีทางรอด ฝรั่งก็มีการกระทำที่เรียกว่า “เมอร์ซี่ คิลลิ่ง” คือการฆ่าด้วยความปรานี อย่างเช่นในนิยายเรื่อง “ออฟ ไมซ์ แอนด์ เมน” ของ จอห์น สไตน์เบ็ค ภาพยนตร์ตะวันตกบางเรื่องที่คาวบอยยิงม้าที่บาดเจ็บของตัวเอง หรือการที่หมอบางคนฉีดยาให้คนไข้หัวใจหยุดทำงาน เป็นต้น

               การไปชมชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน ทำให้ผมได้เห็นถึงความรัก ความผูกพัน และความเสียสละ ที่คนคนหนึ่ง อย่างอาจารย์ชูชาติมีต่อม้าพันธุ์พื้นบ้าน ทั้งที่ทุกวันนี้ตัวอาจารย์เองก็อยู่ในสภาพที่ลำบาก ไม่ต่างจากม้าขาหัก และทำให้เกิดคำถามในใจว่า เราจะมีทางช่วยเหลืออาจารย์ชูชาติและม้าฝูงสุดท้าย ร่วม 50 ตัว ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นด้วยการบริจาคเงินคนละเล็กละน้อย เพื่อซื้ออาหารและยาให้ม้า การช่วยซื้อและอุปการะม้า การไปเยี่ยมชมเพื่อการศึกษาหรือพักผ่อน แม้กระทั่งการให้กำลังใจ ซึ่งสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามได้ที่ อาจารย์ชูชาติ วารปรีดี  โทร.08-1955-8369 และ โทร.08-9584-5117 เมื่อไปที่ชมรมแล้ว ฝากเยี่ยม “วิชยา” ด้วยนะครับ แล้วช่วยถ่ายรูป “วิชยา” มาฝากบ้าง

               และก็อยากฝากคำถามว่า เราจะช่วยกันเลี้ยงดู “ม้าขาหัก” แบบคนตะวันออก หรือฆ่าม้าที่ช่วยตัวเองไม่ได้ แบบคนตะวันตก?