
ฝนกระหน่ำทั่วกรุง'จตุจักร'หนักสุด
ฝนกระหน่ำทั่วกรุง'จตุจักร'หนักสุด 88 มม.ท่วมถนนหลายจุด 20-30 ซม. เชียงใหม่เซ่น3 ศพ-ชัยนาทเสียหาย94ครัวเรือน
เมื่อเวลา 16.25 น.วันที่ 30 ก.ย.2557 ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า เกิดฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ เขตบางแค ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน จตุจักร ราชเทวี ดินแดง ห้วยขวาง วัฒนา คลองเตย หลักสี่ ลาดพร้าว วังทองหลาง สาทร บางรัก ปทุมวัน บางคอแหลม ยานนาวา พญาไท ป้อมปราบฯ ดุสิต บางซื่อ บางเขน ดอนเมือง สายไหม ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่เขตจตุจักร 88 มิลลิเมตร(มม.) และได้รับรายงานน้ำท่วมขังที่หน้าวัดโพธิ์ ถนนสนามไชย บริเวณปากซอยพหลโยธิน 62 และ64-66 หน้าตลาดอมรพันธ์ แยกเกษตร หน้ากรมพัฒนาที่ดิน ปากซอยชินเขต และแยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน หน้าตลาดประชานิเวศน์ ถนนเทศบาลสงเคราะห์ และช่วงศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยมีความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร
นายกังวาฬ ดีสุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า วันนี้ได้หารือร่วมกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าบริเวณถนนกำแพงเพชร เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าว สร้างผลกระทบต่อการจราจรเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ได้ข้อสรุป 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการชั่วคราวให้บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม 2 เครื่อง เพื่อระบายน้ำในช่วงฝนตกและให้ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ โดยกทม.จะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการ ขณะที่มาตรการถาวรได้ขอให้มีการออกแบบวางระบบการระบายน้ำในพื้นที่รถไฟฟ้า เพื่อระบายน้ำลงคลองเปรมประชากรและครองบางซื่อ
"ส่วนการก่อสร้างรถไฟฟ้าบริเวณถนนโลคัลโร้ดได้มีการหารือกับบริษัทผู้รับเหมาอีกรายไปแล้ว ซึ่งพื้นที่นี้เคยมีปัญหาการก่อสร้างปิดทางน้ำไหลในคูข้างทาง จึงขอให้บริษัทไปดำเนินการนำสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำไหลลงคลองเปรมประชากรออก"นายกังวาฬ กล่าว
น้ำท่วมเชียงใหม่เซ่น3 ศพ-ชัยนาทเสียหาย94ครัวเรือน
ที่กระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ช่วงวันที่ 28 - 29 ก.ย. 57 ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน อ.ฝาง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 2 ตำบล ได้แก่ ต.เวียง และต.โป่งน้ำร้อน ประชาชนได้รับผลกระทบ 50 หลังคาเรือน มีผู้จมน้ำเสียชีวิตจากกระแสน้ำซัด 3 ราย ปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
นอกจากนี้ จังหวัดชัยนาท ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงในพื้นที่ อ.หันคา รวม 2 ตำบล ได้แก่ ต.บ้านเชี่ยน และต.เด่นใหญ่ บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วนประมาณ 94 หลังคาเรือน วัด 1 แห่ง ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าทำการช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งเร่งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ
พิจิตรฝนตกน้ำท่วมซ้ำริมแม่น้ำยม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่พิจิตร ฝนที่ตกชุกต่อเนื่องส่งผลให้แม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตรเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกันนี้น้ำแม่น้ำยมได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเกาะสาริกา หมู่ที่ 4 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม ที่เคยถูกน้ำท่วมแล้วสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่หลังจากฝนที่ตกชุกทั้งในพื้นที่ตอนบนและพื้นที่จังหวัดพิจิตรส่งผลให้แม่น้ำยมกลับมาเพิ่มระดับอีกครั้งน้ำท่วมบริเวณชั้นล่างของบ้านประชาชนต้องใช้เรือในการสัญจร น้ำของมีค่าทั้งรถยนต์และรถจักรยายนต์จอดบนถนน รวมไปถึงนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปเลี้ยงบนที่สูง
รายงานจากศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่มจังหวัดพิจิตรยังคงมีฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่ และจากฝนที่ตกชุกส่งผลให้แม่น้ำยมที่ทรงตัวอยู่เพิ่มระดับสูงขึ้นอีกครั้ง โดยขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำยมที่สถานีวัดน้ำ Y 5 ระดับน้ำ 6.00 เมตร เพิ่มสูงขึ้น 2 เซนติเมตร แม้ว่าระดับน้ำแม่น้ำยมยังต่ำกว่าจุดวิกฤติ 2.25 เมตร แต่ก็เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำ และน้ำจำนวนมากยังท่วมขังพื้นที่นาข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว
สุราษฏร์ธานีระบายน้ำไม่ทันท่วมร้านรับซื้อยาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาติดต่อกันนานกว่า5 ชั่วโมง ทำให้มีน้ำท่วมขังย่านชุมชนตลาดควนนิยม หมู่ที่ 6 และหมู่ 8 ตำบลสินปุน อำเภอพระแสง ชาวบ้านเดือดร้อนหลายครัวเรือน ต้องขนของไว้ที่สูง โดยเฉพาะร้านรับชื้อยางพารา ต้องใช้รถหกล้อขนยางแผ่นหนีน้ำกลางดึก น้ำเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆจนสูง 30-50 เซนติเมตร
ส่วนสาเหตุชาวบ้านบอกว่า ฝนตกหนักผิดปกติ และนาน ท่อระบายน้ำที่มีอยู่มีขนาดเล็ก ระบายน้ำลงคลองไม่ทัน จนทำเกิดน้ำท่วมขังเป็นปริมาณมาก โดยในช่วงเช้าฝนหยุดตกน้ำก็เริ่มลดเข้าสู่สภาวะปกติแล้วทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียหาย
บึงกาฬ3วันซ้อนต้นไม้โค่นทับเสาไฟดับทั้งเมือง
เมื่อคืนวันที่ 29 ก.ย.ต่อคืนวันที่ 30 ก.ย.57 ได้เกิดพายุปลายฝนต้นหนาวที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเป็นฝนสั่งฟ้า มีทั้งลมพัดกระโชกแรง ฝนตกหนักฟ้าคะนองในช่วงหัวค่ำระหว่างเวลา 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่มและกลางดึกระหว่าง 5 ทุ่มถึงตี 2 ซึ่งได้เกิดอย่างนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว ทำให้เกิดผลกระทบกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือ PEA บึงกาฬเป็นอย่างมาก
นอกจากมีลมพัดกิ่งไม้โดยเฉพาะกิ่งก้านต้นยางพาราไปแตะสายส่งไฟฟ้าทำให้ไฟดับเป็นระยะหลายรอบทั่วจังหวัดบึงกาฬ และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็เกิดพายุลมแรงพัดกระหน่ำอีกครั้ง ทำให้ต้นไม้ใหญ่ขนาด 2 คนโอบที่เกิดขึ้นอยู่ริมถนนคอนกรีตระหว่างบึงกาฬ-ด่านศุลกากร ถูกลมพัดโค่นทับถนนจึงทำให้รถขนส่งสินค้าข้ามแดนและรถเล็กขนส่งสินค้าข้ามไปฝั่ง สปป,ลาวทั้งรถสามล้อสกายแล็ปที่รับส่งผู้โดยสารต้องเดือดร้อนไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ต้องวิ่งอ้อมไกลถึง 15 กิโลเมตรทั้งที่เคยวิ่งแค่ 4 กิโลเมตร
นอกจากนี้ต้นไม้ยังไปโค่นทับสายและเสาไฟฟ้าแรงสูงทำให้สายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬขาดไปด้วย เป็นเหตุให้ไฟดับเป็นบริเวณกว้างโดยเฉพาะในเขตตัวเมืองไฟดับไปหลายรอบและเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA บึงกาฬและนายเผด็จ ดงยะโสภา นายกเทศมนตรีตำบลวิศิษฐ์ระดมเจ้าหน้าทีนำเครื่องมืออุปกรณ์ทั้งรถเครน รถกระเช้าและเลื่อยโซ่ยนต์ไปตัดต้นไม้ออกจึงสามารถเปิดเส้นทางสัญจรไปมาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่มีตลาดนัดไทย-ลาว ที่มีประชาชนชาวลาวข้ามมาทำธุระและซื้อสินค้าจากฝั่งไทยไปขายที่เมืองปากซันแขวงบลิคำไซเป็นจำนวนมาก การทำงานของเจ้าหน้าที่ในด่านตรวจค้นเข้าเมืองมีอุปสรรคไม่สามารถสแกนใบหน้าบุคคลที่เข้า-ออกประเทศได้ ตลอดทั้งการลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ก็เกิดปัญหา เนื่องจากไฟฟ้าดับ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถเชื่อมต่อสายเปิดจ่ายไฟฟ้าให้ใช้ได้



