
ทองเหรียญที่7-8!จากเทควันโด-เรือใบ
ทองเหรียญที่7-8! ชนาธิปเทควันโดสาวชนะจีนขาด 10 ต่อ 3 แต้ม นพเก้า-นิชาภาเข้าวินเรือใบคู่
ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์" ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ทัพนักกีฬาไทยคว้าเพิ่มอีกอีก 2 เหรียญทอง จาก "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ นักเทควันโดสาวเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2012 ในรุ่น 49 กก.หญิง และ "น้องนาย" นพเก้า พูนพัฒน์ กับ นิชาภา ไหวไว จากเรือใบ ประเภททเวนตี้ไนเนอร์หญิง
สำหรับการแข่งขันเทควันโด ซึ่งประเดิมสนามเป็นวันแรกรวม 4 เหรียญทอง ไทยส่งนักกีฬาลงแข่งขัน 3 รุ่น โดยรุ่น 49 กก.หญิง "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ จอมเตะตัวความหวัง ที่ก่อนหน้านี้เคยคว้าเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2012 มาแล้ว ลงเตะในรอบ 16 คน เอาชนะ ชาซิรา ซาปาร์เบ็ค จากคาซัคสถาน 11-2 เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบ ปาร์ค โซ นาห์ ของเจ้าภาพ ที่ครบ 3 ยก เสมอกัน 6-6 ต้องดวลช่วงซัดเดนเดธ ก่อนสาวไทยได้จังหวะเข้าหน้าทำ 3 แต้ม ซึ่งเกาหลีใต้ได้ยื่นการ์ดประท้วง แต่ไม่สำเร็จ ทำให้น้องเล็กชนะ 9-6 เข้ารอบตัดเชือกไปเจอกับ ซุน เหน่ย หนิง จากไต้หวัน ซึ่งสาวไทยที่ถูกนำก่อน 0-3 มาไล่แซงชนะหวุดหวิด 4-3 เข้าไปชิงชนะเลิศกับ หลี่ เจ้า ยี่ รองแชมป์โลกปี 2011 จากจีน
การเตะในรอบชิงชนะเลิศ ยกแรก ชนาธิป อาศัยความเร็ว เตะเข้าหัวคู่แข่งนำ 3-0 ยกสอง สาวจีนเดินหน้าลุยแหลก ขณะที่ชนาธิปพยายามขยับหนีและหาจังหวะสวน จนโดนตีเสมอ 3-3 ยกสุดท้ายสาวไทยเตะเข้าหน้าหลายครั้งแต่ได้แต้ม 2 ครั้ง นำห่าง 10-3 และชนะไป คว้าเหรียญทองแดงแรกให้ทัพเทควันโดไทยสำเร็จ
หลังรับเหรียญทอง ชนาธิป กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ เพราะก่อนอินชอนเกมส์จะเริ่มขึ้นมีอาการเจ็บเข่าขวาเกือบจะไม่ได้มาแข่งแล้ว แต่ก็ได้ทีมสตาฟฟ์โค้ช และเพื่อนร่วมทีมทุกคนคอยให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจ การแข่งขันครั้งนี้มีอาการเจ็บตั้งแต่รอบแรกๆ แต่ฉีดยาชาลงสนาม และเล่นตามเกมที่โค้ชวางไว้ จนคว้าเหรียญทองมาได้ และขอมอบเหรียญนี้ให้คนไทยทุกคน
นอกจากนี้ทีมเทควันโดไทยยังได้อีก 1 เหรียญทองแดง จาก ณัฐภัทร ตันตามาตย์ ในวัน 87 กก.ชาย ที่รอบ 8 คนสุดท้ายเอาชนะ มัคซาด อับรามเบค จากคาซัคสถาน 10-1 เข้ารอบรองชนะเลิศ แต่ไปพ่าย เฉิน หลิง หลง จากจีน 9-11
ส่วนการแข่งขันรุ่น 53 กก.หญิง "น้องหยิน" สริตา ผ่องศรี แชมป์เก่าเมื่อ 4 ปีก่อนจาก “กวางโจวเกมส์” ประเดิมสนามรอบ 16 คนสุดท้าย เอาชนะ นิโคล อบิเกล จากฟิลิปปินส์ 12-0 เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบ ซูซาน ฮาจิพัวร์โกลี จากอิหร่าน ซึ่งสาวไทยพลาดท่าถูกตีเสมอ 6-6 เมื่อเหลือเวลาอีกแค่ 5 วินาที ก่อนไปพลาดอีกในช่วงซัดเดนเดธ พ่าย 6-7 ขณะที่รุ่น 74 กก.ชาย พีระเทพ ศิลาอ่อน ไปแพ้ นิกิตา ราฟาโลวิช จากอุซเบกิสถาน 1-13 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ชวดเหรียญรางวัลไปอีกคน
ด้านการแข่งขันเรือใบ ซึ่งเป็นการชิงชัยวันสุดท้าย แข่งรอบที่ 11 และ 12 ปรากฏว่า ในประเภททเวนตีไนเนอร์หญิง 2 สาวไทย คือ "น้องนาย" นพเก้า พูนพัฒน์ กับ นิชาภา ไหวไว ทำผลงานได้สุดยอดใน 2 รอบสุดท้าย มีแต้มเสีย 19 แต้ม แซงหน้า พริสซิลลา โลว์ รุย กับ เซซิลลา โลว์ รุย จากสิงคโปร์ ที่นำมาใน 10 รอบแรก แต่ไปพลาดใน 2 รอบสุดท้าย มีแต้มเสียรวม 21 แต้ม คว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ ถือเป็นเหรียญทองที่ 8 ของทัพนักกีฬาไทยในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้
สำหรับ นพเก้า ที่ปัจจุบันเรียนอยู่ปี 2 คณะเภสัชศาสตร์ ม.บูรพา การแข่งขันเมื่อ 4 ปีก่อน ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ก็คว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จในประเภทออพติมิสต์หญิง ก่อนเปลี่ยนมาเล่นในประเภททเวนตี้ไนเนอร์ เนื่องจากอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ถือเป็นนักกีฬาเรือใบคนแรกของไทยที่คว้าเหรียญทองจากเรือ 2 ประเภทอีกด้วย
ขณะเดียวกันทีมเรือใบของไทยยังเก็บอีก 1 เงิน จาก ดำรงศักดิ์ วงศ์ทิม และกฤษดา วงศ์ทิม ที่ไม่สามารถป้องกันแชมป์ประเภทโฮบี้ 16 ไว้ได้ มีแต้มเสีย 25 คะแนน โดยเหรียญทองเป็นของ คิม คุน ซู กับ ซอง มิน แจ จากเกาหลีใต้ แต้มเสีย 18 คะแนน และอีก 3 เหรียญทองแดงจาก สุธน แย้มพินิจ ในประเภทออพติมิสต์ชาย, กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม ประเภทเลเซอร์เรเดียลหญิง และ กมลชนก กล้าหาญ ประเภทออพติมิสต์หญิงอีกด้วย
ส่วนวินด์เซิร์ฟ นักโต้คลื่นของไทยคว้าได้ 1 เหรียญเงิน กับ 3 เหรียญทองแดง โดยมิสทรัลวันดีไซน์ชาย ณัฐพงษ์ โพธิ์นพรัตน์ มีแต้มเสียรวม 34 คะแนน คว้าเหรียญเงิน มาครอง ส่วนเหรียญทอง เฉิง กว๊อก ไฟ จากฮ่องกง เสีย 14 คะแนน และเหรียญทองแดง ฉี ฉวน คุน จากจีน เสีย 42 คะแนน
อาร์เอสเอ็กซ์ชาย เอก บุญสวัสดิ์ เสียรวม 37 คะแนน ได้เหรียญทองแดง ส่วนเหรียญทอง หวัง ไอ่ เฉิน จากจีน เสีย 21 คะแนน, เหรียญเงิน เหลียง โฮ ซุน จากฮ่องกง เสีย 40 คะแนน, อาร์เอสเอ็กซ์หญิง สโรชา พุ่มไพร แต้มเสียรวม 37 คะแนน คว้าเหรียญทองแดง ส่วนเหรียญทอง ชาน ไห่ มัน จากฮ่องกง เสีย 12 คะแนน, เหรียญเงิน ซุน เจีย ลี่ จากจีน เสีย 25 คะแนน และอาร์เอสวันหญิง ศิริพร แก้วดวงงาม เสียรวม 29 คะแนน คว้าเหรียญทองแดง ส่วนเหรียญทอง เวง เฉา ชาน จากจีน เสีย 23 คะแนน, เหรียญเงิน โล ซิน ลัม จากฮ่องกง เสีย 27 คะแนน



