ข่าว

'มาร์ค'เมินล็อกสเปกสปช.รอผลงาน!

'มาร์ค'เมินล็อกสเปกสปช.รอผลงาน!

30 ก.ย. 2557

'มาร์ค' ไม่มองแง่ร้าย 'สปช.' ล็อกสเปก รอพิสูจน์ผลงาน ปัดตอบชื่อ 'อลงกรณ์' โผล่สายพลังงาน ชี้สมัครในนามส่วนตัว อนาคตกลับมาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ตอบแทนไม่ได้

 
                           30 ก.ย. 57  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง รายชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อย่างไม่เป็นทางการ หลุดออกมา และมีการนำมาเผยแพร่ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีการล็อกสเปก ว่า ตนไม่ค่อยนิยมจะมองในแง่ร้ายแบบนั้น และอย่าลืมว่ามีหลายคนอาจจะมองในแง่ร้ายเหมือนกัน แต่สุดท้ายการทำงานที่โปร่งใส ให้ประชาชนรับรู้ว่าทำงานกันอย่างไร มีข้อมูลอย่างไร คุณมีกระบวนการอย่างไร ใครมาเกี่ยวข้องบ้าง สังคมเขาจะเป็นคนตัดสินเอง เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมก็ต้องบอกว่า ต้องให้โอกาสเขาทำงาน ขนาดตนในฐานะหัวหน้าพรรค ยังตัดสินใจว่าไม่เสนอชื่อคนสองคนเข้าไป แต่ก็สนับสนุนการทำงานเรื่องการปฏิรูป และคิดว่าสบายใจกว่า 
 
                           หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเข้าไป แล้วก็ถูกมองว่า ไปปกป้องประโยชน์ตัวเอง ไปเขียนกฎหมาย ไปเขียนกติกามาเพื่อตัวเอง ตนอยากให้ สปช.ทำงานให้เต็มที่ พวกตนยินดีให้ความคิด ให้ความเห็น แต่ถ้ามันเป็นความเลวร้ายทางหนึ่งทางใด อย่างที่บอกกัน ก็อาจจะไปตีกันไม่จบ หรือไปเออออห่อหมกอย่างเดียว สุดท้ายงานมันก็ไปไม่ได้ งานไปไม่ได้ ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบ
 
                           นายอภิสิทธิ์ ย้ำถึงสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งคนเข้าไปในสภาปฏิรูป ว่า เป็นเพราะตนเห็นว่าอำนาจของ สปช. คือ การอนุมัติรัฐธรรมนูญ คิดว่าคนที่จะเป็นผู้เล่นในกติกาที่จะถูกเขียนนี้ ไม่ควรจะไปอยู่ในฐานะอย่างนั้น และตนคิดว่า เมื่อเราอยู่ในฐานะที่จะให้ข้อมูลกับ สปช.ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็น แต่เรามีส่วนช่วยทำ แล้วก็จะไม่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ขัดกันที่จะตามมา แล้วอย่างที่บอก ทำไปทำมา ดีไม่ดี สปช. อยู่เลยระยะ 2 ถ้าวันนั้นพรรคการเมืองเข้าไปอยู่ในนั้น มองว่ามันไม่ค่อยถูกต้องนะ มันจะรุ่มร่าม
 
                           เมื่อถามว่า มีรายชื่อนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค อยู่สายพลังงาน แล้วจะมีปัญหากับพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะนายอลงกรณ์ ก็ใช้สิทธิ์ในฐานะส่วนตัว เพราะฉะนั้นเข้าไป ก็ในฐานะส่วนตัว ทั้งนี้ยืนยันว่า นายอลงกรณ์ ไม่ได้สวมหมวก 2 ใบ ก็อย่างที่บอกแล้วว่า พรรคก็ต้องพิจารณาในวันที่จะต้องส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง และมีจุดยืนว่า ไม่ส่งคนที่จะมีผลประโยชน์ขัดกันในด้านหนึ่งด้านใด เพราะฉะนั้น นายอลงกรณ์ ก็รับทราบตรงนี้ ก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว และไม่ทราบว่า คือ เข้าใจว่าไปทางด้านพลังงาน นายอลงกรณ์ ก็ไปทำงานในฐานะส่วนตัว เพราะตนไม่ทราบว่าสิ่งที่นายอลงกรณ์ จะไปเสนอเรื่องพลังงาน ตรงกับที่พรรคประชาธิปัตย์คิดหรือไม่
 
                           เมื่อถามว่า แต่โดยส่วนตัวแล้วกับคนกับพรรคมันก็ติดไปด้วยกัน คนที่เป็นนักการเมือง ก็ไม่ควรไปร่างกติกาเพื่อตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายอลงกรณ์เองเขาก็ยอมรับว่า เข้าไปอย่างนี้ อาจจะทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเป็นนักการเมืองได้ระยะหนึ่ง เขาก็ยอมรับ มันก็เป็นกติกา ส่วนเมื่อหมดหน้าที่ นายอลงกรณ์จะกลับมาเป็นนักการเมืองของพรรคอีกหรือไม่ ตนคงไปตอบแทนนายอลงกรณ์ไม่ได้
 
 
 
ปชป.แนะปฏิรูปต้องคำนึงถึงรากเหง้าวิถีไทย
 
 
                           นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการทีมประสานงานมวลชนพรรค กล่าวถึงการเดินทางศึกษาดูงานการกระจายอำนาจ ที่ประเทศเยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ ระหว่างวันที่ 27 ก.ย. - 3 ต.ค. ว่า พรรคเห็นความสำคัญ ในเรื่องการกระจายอำนาจ และจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ พบว่า การปฏิรูปประเทศ ต้องทำทั้ง 2 ด้าน คือ ปฏิรูปโครงสร้าง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และปฏิรูปคุณภาพประชาชน ควบคู่ไปด้วย การกระจายอำนาจในแต่ละรูปแบบ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี แตกต่างกันโดยต้นกำเนิด ไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด สำหรับประเทศไทย ผู้ทำการปฏิรูป หรือการกระจายอำนาจ ต้องคำนึงถึง รากฐาน รากเหง้าวิถีของไทย และมองความจริงบนพื้นฐานของเรา เพื่อนำสิ่งที่เหมาะสม และดีที่สุดมาปรับใช้ ไม่ใช่มองแค่รูปแบบ และลอกเลียนฝรั่งเท่านั้น และสถานการณ์ของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และคุณภาพชีวิตคนล้วนประสบความสำเร็จ จากการกระจายอำนาจทั้งสิ้น
 
                           นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าทีมประสานงานมวลชนพรรค และนายกนก วงศ์ตระหง่าน รองเลขาธิการพรรค จะสรุปผลการศึกษาดูงาน เพื่อนำเสนอคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการกระจายอำนาจในทุกคณะของพรรคต่อไป เช่น การศึกษาวิธีการรูปแบบการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด การปกครองท้องถิ่นในระบบต่างๆ ระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพในบริบทของสังคมประเทศไทย บนพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข