ข่าว

ปันศิลปะ เปลี่ยนสังคม

ปันศิลปะ เปลี่ยนสังคม

30 ก.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : ปันศิลปะ เปลี่ยนสังคม

 
                    การสร้างสังคมที่อยู่ดีมีสุขมีหลายวิธี ไม่เพียงการบริจาคเงินหรือสิ่งของเท่านั้น แต่ยังสามารถสละเวลาเพื่อใช้ความรู้ ความสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมได้เช่นกัน เป็นเหตุให้ ร้านปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ จัดงาน "ศิลปะแห่งการแบ่งปัน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อตอกย้ำให้คนในสังคมได้เห็นความสำคัญของการแบ่งปัน และเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่เกิดจากความร่วมมือกันคนละเล็กคนละน้อย โดยจัดพิธีเปิดงานไปแล้ว ที่รอยัล พาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค วันก่อน
 
                    ลลิตา สุริยศรีวรรณ กรรมการบริหารร้านปันกัน กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด อาร์ต เลิฟ แชริ่ง โดยได้ 10 ศิลปินชื่อดังหลากหลายแขนง อาทิ หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ, ชลิต นาคพะวัน, จิตต์สิงห์ สมบุญ, ขมิ้น กิ่งศักดิ์, ทีฆวุฆิ บุญวิจิตร เป็นต้น มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ให้เป็นผลงานชิ้นพิเศษนำไปแสดงและจำหน่าย โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบเป็นทุนการศึกษาให้นักเรียนในมูลนิธิยุวพัฒน์ต่อไป
 
                    "ทางร้านจัดงานนี้ขึ้นไม่เพียงต้องการให้คนได้เรียนรู้ในเรื่องการแบ่งปัน แต่ต้องการสร้างการมีส่วมร่วมของหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนธุรกิจ หรือศิลปินที่มีจิตอาสามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานให้ร้านปันกันนำมาเปลี่ยนเป็นทุนการศึกษา เชื่อว่าคอนเซ็ปต์ของการมีส่วนร่วมทุกคนสามารถทำได้ เพราะการปันไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบของสิ่งของ ศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถนำมาปันได้ การแบ่งปันไม่ได้จำกัดเรื่องเพศ วัย แต่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา และเป็นการร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน" โต้โผการจัดงานกล่าว
 
                    หนึ่งในศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ "เอ็ดดี้" ทีฆวุฆิ อดีตนักเรียนทุนของทางมูลนิธิ ได้รับทุนตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ในระดับปริญญาตรี จนกระทั่งจบระดับปริญญาโท ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร เจ้าของผลงาน "ไลท์ ออฟ แรบบิท" เผยว่า ที่ผ่านมาตัวเองเป็นผู้รับมาตลอด ตอนนี้มีหน้าที่การงานที่ดีแล้วก็ต้องรู้จักการเป็นผู้ให้บ้าง จึงอยากช่วยทางมูลนิธิหารายได้ช่วยรุ่นน้องๆ ต่อไป เพราะเชื่อว่าการศึกษาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคน
 
                    ด้าน ชลิต นาคพะวัน ศิลปินนักวาดภาพประกอบ และครูสอนศิลปะใจดี ให้ความเห็นว่า ทุกคนเติบโตขึ้นมาได้ก็เพราะสังคม เราได้อะไรจากสังคมมามาก จึงควรจะทำอะไรคืนกลับสู่สังคมบ้าง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่นั้นเป็นคนใจบุญ มีจิตใจที่ช่วยเหลือแบ่งปันกัน อย่างเช่นเรื่องการศึกษาของเด็กไทย ที่คิดว่าควรจะได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือในสังคมให้ชัดเจนกว่านี้
 
                    "ผมเชื่อว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้น และสะท้อนเรื่องการแบ่งปันให้กับจิตอาสา และคนทั่วไปได้ตระหนักและทราบถึงวิธีการปันในรูปแบบต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเงินหรือสิ่งของ อย่างผมเป็นครูสอนศิลปะก็ใช้วิชาความรู้ที่มีอยู่มาช่วยเหลือสังคมมาแบ่งปันทางวิชาชีพ โดยผลงานครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจจาก การให้ ความรัก ความผูกพัน ซึ่งตนเชื่อว่ามีความสอดคล้อง เชื่อมโยงหากัน เราทุกคนอยู่บนโลกใบเดียวกัน สิ่งต่างๆ ก็จะเชื่อมโยงเข้าหากันเกิดเป็นความสัมพันขึ้นมา และคาดหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เกิดการแบ่งปันในสังคมไทยได้มากยิ่งขึ้น" ศิลปินมากฝีมือเผยทิ้งท้าย