ข่าว

หิ้วผัวโหด!ฆ่าเผา‘เมีย-ลูก’ทำแผน

หิ้วผัวโหด!ฆ่าเผา‘เมีย-ลูก’ทำแผน

29 ก.ย. 2557

ตร.สมุทรสาครคุมตัวผัวโหดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุแทง ‘เมีย-ลูก’ ดับ ก่อนเผาศพอำพรางคดี

 
                 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 กันยายน 2557 พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจจักรยายนต์สภ.เมืองสมุทรสาคร ควบคุมตัวนายราเมศ หรือเอก รัตนะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่9/3 ม.7 ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ผู้ต้องหาคดีฆ่าเมียและลูก โดยถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
 
                 ซึ่งพฤติการณ์ก่อนจับกุมเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 26 กันยายน 2557 ร.ต.อ.กฤตชัย อาชวสกุล ร้อยเวรสภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณดงหญ้าข้างศูนย์ฟอร์ดถนนพระราม2 หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงไปตรวจสอบพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ สีขาว ทะเบียน1 ฒฆ 8661 กทม.ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ทั้งคัน และพบศพเพศหญิง 2 คนอยู่ด้านข้างรถยนต์คันดังกล่าว โดยไม่พบร่องรอยการชนแต่อย่างใดจึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
 
                 ต่อมาทางด้านพล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องออกสืบสวนเพื่อที่จะทราบพฤติการณ์และสาเหตุแห่งการตาย  โดยจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทราบว่าผู้ตายคือนางอรวรรณ รัตนะ และด.ญ.ทิพย์อักษร รัตนะ สองแม่ลูก และทราบว่านายราเมศ หรือเอก รัตนะ ซึ่งเป็นสามีของนางอรวรรณ และบิดาของด.ญ.ทิพย์อักษร เป็นผู้ทำให้ทั้งสองคนเสียชีวิตและเป็นผู้เผารถยนต์คันดังกล่าว จึงได้ทำการติดตามตัวมาตลอด ต่อมาทราบว่านายราเมศ ได้หลบหนีโดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน ขขม 957ระยอง โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปยังภาคใต้ จึงได้ประสานข้อมูลไปยัง สภ.เมืองชุมพร เพื่อทำการสกัดจับ จนกระทั่งจับตัวได้ที่บริเวณซอยวัดพระขวาง ม.6 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร
 
                 จากการสอบสวนนายราเมศ รับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ สีขาว ทะเบียน 1ฒฆ 8661 กทม.มากับนางอรวรรณ รัตนะและด.ญ.ทิพย์อักษร รัตนะ โดยออกจากบ้านที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร มุ่งหน้าไปหาญาติที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ระหว่างทางได้เกิดหลงทางในกรุงเทพฯ ประกอบกับน้ำมันรถก็จะหมดแถมเงินไม่มีจึงต้องขายโทรศัพท์ได้เงินมา จำนวน 2,000 บาท แล้วมาเติมน้ำมันเพื่อจะกลับบ้านที่อำเภอพะโต๊ะ และได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับเมีย พอออกมาจากกรุงเทพฯได้วิ่งมาถึงถนนพระราม2 ได้เลี้ยวรถไปในซอยที่เกิดเหตุ และได้เกิดทะเลาะกับนางอรวรรณ อย่างรุนแรงอีกจึงได้ใช้อาวุธมีดซึ่งอยู่ในรถอยู่แล้วแทงนางอรวรรณ และได้แทงพลาดไปโดน ด.ญ.ทิพย์อักษร ทำให้ทั้งสองคนเสียชีวิต และต่อมาได้เศษกระดาษภายในรถยนต์ดังกล่าวเป็นเชื้อเพลิง จุดไฟเพื่อเผาอำพรางศพและหลบหนีไป ส่วนมีดที่ใช้ในการก่อเหตุได้ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ต่อมาได้ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน ขขม 957ระยอง ซึ่งเป็นของญาติที่จังหวัดสมุทรปราการ หลบหนีเพื่อที่จะกลับบ้านที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร แต่เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกปฐมพร รถจักรยานยนต์ที่ขับมาได้หมดน้ำมัน จึงได้จอดทิ้งไว้บริเวณใต้สะพาน แล้วจะหาทางกลับบ้านพักที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน
 
                 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จก็ได้นำตัวมาฝากขังไว้ที่สภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งสภาพของผู้ต้องหานั้นอยู่ในสภาพที่เซื่องซึมถามคำตอบคำบางครั้งไม่พูดซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ดูแลอย่างดีเนื่องจากเกรงจะฆ่าตัวตาย ซึ่งทางด้านพนักงานสอบสวนได้กล่าวว่าขณะนี้นายราเมศ ได้มาเขียนบันทึกสารภาพแล้ว สำหรับโทษนั้นคาดจะมีโทษถึงประหารชีวิต โดยขั้นตอนต่อไป ทางตำรวจจะนำตัวส่งให้แพทย์ตรวจร่องรอยบาดแผลพร้อมกับจะส่งไปตรวจอาการอีกครั้งที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ที่เพราะผู้ต้องหาเคยไปรักษาอาการเพื่อให้แพทย์ระบุอาการเพื่อยืนยันในการประกอบในการดำเนินคดีต่อไป