
ต้นทุนความปลอดภัยเทียบไม่ได้กับความสูญเสีย
เหตุการณ์นั่งร้านถล่มที่โครงการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ ย่านแคราย นนทบุรี มีคนงานเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน หลังทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้เสร็จทันเวลา
ล่าสุด นั่งร้านโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ที่หัวหิน ถล่มลงมาอีก ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า ชีวิตคนงานก่อสร้างนั้นแขวนอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ จะเจ็บ จะตายเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ตัว
“อุบัติเหตุ ป้องกันได้” เป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันอันตรายจากการทำงาน และยังมีกฎระเบียบที่สถานประกอบกิจการจะต้องปฏิบัติตาม แต่บางครั้งอาจจะละเลย หรือคิดว่ามาตรการด้านความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ต้องลงทุน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
“ต้นทุนด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะกิจการที่มีความเสี่ยงสูงอย่างงานก่อสร้างนั้น จะว่าไปแล้วราคาค่างวดก็ไม่มาก แต่เทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น จากคนงานบาดเจ็บและเสียชีวิต” นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวขณะตรวจสถานที่ก่อสร้างอาคารแห่งหนึ่งบนถนนสาทรเหนือ
และพบว่าอุบัติเหตุจากการทำงานในกิจการก่อสร้างที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกิจการขนาดกลาง และเล็ก ส่วนกิจการขนาดใหญ่นั้นมักไม่ค่อยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เนื่องจากมีมาตรการป้องกันอย่างรัดกุม
สำหรับประเภทอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และมีสถิติการประสบอันตรายสูง 1-5 อันดับแรก ในช่วงปี 2549 - 2551 นั้น อัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า “กิจการก่อสร้าง” เป็นกิจการที่มีความเสี่ยง และสถิติการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานสูงที่สุด เป็นอันดับ 1 ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
โดยในปี 2549 มีคนงานก่อสร้างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวม 18,108 ราย ต่อมาในปี 2550 มีผู้ประสบอันตราย 18,979 ราย และในปี 2551 มีผู้ประสบอันตราย 11,659 ราย
ซึ่ง รมว.แรงงาน ได้กำหนดนโยบายเชิงรุกให้พนักงานตรวจแรงงานทั่วประเทศ ตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการก่อสร้างอย่างเข้มงวด เพื่อให้นายจ้างและคนงาน ได้ตระหนักถึงอันตรายและวิธีป้องกันความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุ และโรคอันเนื่องจากการทำงาน
สำหรับสถิติของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาคือตั้งแต่ปี 2540 - 2551 พบว่าอัตราการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานลดลงอย่างต่อเนื่อง
โดยปี 2540 มีคนงานประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะบางส่วน และหยุดงานเกิน 3 วัน แต่ไม่รวมกรณีหยุดงานไม่เกิน 3 วัน คิดเป็นอัตราการประสบอันตรายต่อคนงาน 1,000 คนอยู่ที่ 12.84 คน
ต่อมาในปี 2541 ลดลงเหลือ 11.66 ขณะที่ปี 2542 อยู่ที่ 10.20 ต่อมาปี 2543 อยู่ที่ 9.69, ปี 2544 อัตรา 9.42, ปี 2545 อัตรา 8.12, ปี 2546 อัตรา 8.10, ปี 2547 อัตรา 7.79, ปี 2548 อัตรา 7.58, ปี 2549 อัตรา 7.02, ปี 2550 อัตรา 6.67 และปี 2551 มีอัตรา 6.08
นับเป็นสถิติที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี ตามเป้าหมายที่กรมตั้งไว้ว่าจะต้องลดอัตราการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานลงให้ได้ร้อยละ 2 ของทุกปี
ถึงแม้สถิติจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จำเป็นจะต้องกระตุ้นเตือนทุกฝ่ายเพื่อให้ตระหนักถึงความปลอดภัย ..งานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ จึงถูกจัดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 23 ซึ่งปีนี้จัดที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมไบเทค บางนา กทม. ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2552 ในหัวข้อ “แรงงานปลอดภัย และสุขภาพอนามัยดี”
อีกทั้งในปีนี้ ยังเป็นปีที่ 2 ที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบาย “แรงงานปลอดภัย และสุขภาพอนามัยดี” เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งแน่นอนว่า ทัศนคติเรื่อง “ความปลอดภัย” นั้นควรจะเริ่มต้นตั้งแต่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ไม่ใช่เริ่มหรือดูแลกันแต่เฉพาะสถานที่ทำงาน
"เจ้าภาพ" ในเรื่องจึงไม่ใช่รัฐบาล หรือกระทรวงแรงงาน หากแต่ทุกคนที่จำเป็นจะต้องตระหนักในเรื่องเหล่านี้ในทันทีที่ลืมตาลุกจากที่นอนเสียด้วยซ้ำไป



