
รวบแก๊งสกิมเมอร์กดเงินทั่วภูเก็ต
27 ก.ย. 2557
ตำรวจภูเก็ตรวบแก๊งสกิมเมอร์ชาวบัลแกเรีย ตระเวนดูดข้อมูลกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในภูเก็ต อ้างถูกมาเฟียในบ้านเกิดบังคับ หากไม่ทำจะทำร้ายครอบครัว
27 ก.ย. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ รอง ผบช.ภ.8 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน รอง ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ สว.สส.สภ.กะทู้ พ.ต.ท.นิคม เทียนห้าว สว.สส.กก.5 บก.ทท. แถลงผลการจับกุมแก๊งสกิมเมอร์ต่างชาติจำนวน 3 คน ได้แก่ 1.Mr.Tavetozar Georoiev อายุ 44 ปี พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 11 ใบ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องหลายรายการ 2.Mr.Valentin Guenaviev อายุ 42 ปี พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 12 ใบ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเกี่ยวข้องอีก 2 รายการ และ 3.Mr.Tsvetan Nestorov อายุ 42 ปี พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 14 ใบ และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีสัญชาติบัลแกเรีย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และต่อเนื่องไปยังห้องพักของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนภายในโรงแรมดังกล่าว โดยตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์, ใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
พล.ต.ต.กระจ่าง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานข้อมูลจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่า ช่วงวันที่ 25-26 กันยายน มีคนร้ายเป็นชาวต่างชาติตระเวนนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ซึ่งภายในมีข้อมูลของผู้อื่น ไปกดเงินตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ ในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมรายละเอียดของผู้ก่อเหตุและการกดถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยทาง กก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต ร่วมกับตำรวจกะทู้ ตำรวจกะรน ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต และ กก.5 บก.ทท. ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จนทราบว่าคนร้ายพักอยู่โรงแรมในพื้นที่ป่าตอง และพบทั้ง 3 คนระหว่างยืนพูดคุยกันอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและเข้าตรวจค้นห้องพัก พบของกลางทั้งที่อยู่ในตัวของผู้ต้องหาและภายในห้องพักหลายรายการ
รอง ผบช.ภ.8 ระบุด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 กันยายน และเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว โดยได้รับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของกลางและรหัสกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม เมื่อวันที่ 24 กันยายน จากนั้นได้ตระเวนกดเงินมาใช้จ่าย อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาอ้างว่าของกลางทั้งหมดเป็นของกลุ่มมาเฟียในบ้านเกิด ซึ่งบังคับให้นำบัตรมากดเงินในประเทศไทย และเมื่อได้มาแล้วจะให้โอนเงินกลับไป ไม่เช่นนั้นครอบครัวที่ประเทศรัสเซียจะได้รับอันตราย จึงจำเป็นต้องทำ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ โดยเป็นไปได้ว่าเงินที่ได้มาคาดว่าจะนำไปเที่ยวเตร่และอาจโอนเงินกลับประเทศบางส่วน
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องรอการตรวจสอบของทางธนาคารก่อน พร้อมกันนี้ก็ได้สั่งการให้มีการขยายผลเพิ่มเติม เพราะอาจจะมีกลุ่มดังกล่าวตระเวนกระทำผิดอยู่ในพื้นที่



