
ปปช.ยันสนช.ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน
27 ก.ย. 2557
ป.ป.ช. เสียงแข็ง! ยัน สนช. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน-เปิดเผยต่อสาธารณะ
27 ก.ย.57 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ประธานคณะที่ปรึกษา คสช. นำสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 28 คน ยื่นฟ้องป.ป.ช. ต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนมติเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ต.ค.นี้ โดยระบุว่าทำให้เดือดร้อนเสียหาย ยืนยันว่าสนช.ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และไม่มีหน้าที่ต้องทำตาม ว่า เป็นสิทธิของผู้ฟ้อง เพราะมติของ ป.ป.ช. ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง หากผู้ฟ้องเห็นว่าสนช.ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ป.ป.ช.มองว่าสนช.ทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ดังนั้นจึงถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้ง สนช.เมื่อปี 2550 ได้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. พร้อมมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ส่วนผลสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่จะนัดอ่านคำสั่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้
นอกจากนี้ นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า ป.ป.ช.จะต้องดูว่าในคำร้องมีการขอให้ศาลปกครองทุเลาการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะหรือไม่ เพราะหากศาลปกครองมีคำสั่งให้ทุเลา สำนักงานป.ป.ช.มีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนเวลาการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ออกไปก่อน เพราะทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล
‘พล.อ.นพดล’ นำทัพ สนช. 28 คน ฟ้องเงียบป.ป.ช.ลงมติเปิดเผยทรัพย์สินโดยมิชอบ
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า ในวันที่ 30 ก.ย.57 เวลา 14.45 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ 1430/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1397/2557 ระหว่างพลเอกนพดล อินทปัญญา ที่ 1 กับพวกรวม 28 คน กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยคดีนี้ พล.อ.นพดล อินทปัญญา กับพวกรวม 28 คน ฟ้องว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตามหนังสือที่ ปช 0008/0147 ลว.14 ส.ค. 2557 และหนังสือที่ปช 0008/0171 ลว.27 ส.ค.2557 ให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ถูกฟ้องคดี และให้ประกาศเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยผู้ฟ้องคดีเห็นว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติมิได้มีฐานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่นและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณชนเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย และขอให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 14 ส.ค.57 ได้มีการพิจารณาข้อสงสัยกรณีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
โดยพิจารณาแล้วมีมติเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2557 มาตรา 6 วรรคสอง บัญญัติให้ สนช. ทำหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว. แสดงให้เห็นว่า สนช.เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำหน้าที่เช่นเดียวกับ ส.ส. และ ส.ว.
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.เคยมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2549 ให้ สนช.ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ดังนั้น สนช.ปี 2557 ย่อมมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน นับจากวันที่ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งต่อที่ประชุมแห่งสภา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 57 ซึ่งจะครบกำหนดการยื่นบัญชีทรัพย์สินในวันที่ 7 ก.ย. 57
นอกจากนี้ ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังมีมติให้ สนช.ชุดปัจจุบันต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินให้สาธารณชนรับทราบด้วย ตามมาตรา 35 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณชน
ซึ่ง ป.ป.ช.เห็นว่า เมื่อ สนช.ทำหน้าที่เหมือน ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ควรเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณชนด้วย โดยหลังจากที่สิ้นสุดการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ สนช.ในวันที่ 7 ก.ย.แล้ว ป.ป.ช.จะต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณชนภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 7 ต.ค.นี้
สำหรับพล.อ.นพดล อินทปัญญา เรียกกันในวงการทหารว่า “บิ๊กกี่” เป็นเพื่อนรักเตรียมทหารรุ่น 6 ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช. ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.พล.1 รอ. ในสมัย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม



