
ศาลคุ้มครองยืด15วันช่อง3จอดำ
26 ก.ย. 2557
ช่อง 3 ร้องศาลปกครองกลางฟ้อง กสทช.กสท.ขอเพิกถอนมติจอดำ ขณะที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองอีก 15 วัน
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 26 กันยายน นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ รองกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมทีมกฎหมายเดินทางเข้ายื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการ กสทช. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ต่อศาลปกครองกลาง โดยนายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท บางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ กล่าวว่า การยื่นฟ้องดังกล่าว เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติของ กสท. เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ให้โครงข่ายดาวเทียม และเคเบิลทีวียุตินำช่อง 3 ในระบบอนาล็อกไปออกอากาศบนโครงข่าย พร้อมกับขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน และกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ช่อง 3 อนาล็อกต้องจอดำในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งหวังว่า ศาลจะเรียกไต่สวนตามที่ร้องขอ โดยทางผู้บริหารและทีมกฎหมายจะอยู่รอจนกว่าศาลจะมีคำสั่งที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน สมาคมทนายความแห่งประเทศ นำโดยนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ตัวแทน ได้นำรายชื่อที่อ้างว่าเป็นประชาชน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการที่ช่อง 3 จะจอดำในวันที่ 30 กันยายน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง โดยนายนรินทร์พงศ์กล่าวว่า ได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนที่จะเดือดร้อนหลายครัวเรือน การฟ้องไม่ได้ต้องให้ศาลชี้ว่า คำสั่งของ กสท. ถูกหรือผิด แต่อยากให้ศาลสั่งขยายระยะเวลาไม่ให้ช่อง 3 จอดำออกไป เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน กสท. กับช่อง 3 จะถกเถียงโต้แย้งกันอย่างไรก็อย่าให้ประชาชนตกเป็นตัวประกัน เพราะถ้าหลังวันที่
30 กันยายน ช่อง 3 จอดำ ประชาชนจะเดือดร้อนต้องไปซื้อกล่องดิจิทัลมาติด ทั้งที่ กสท.ยังแจกคูปองส่วนลดค่ากล่องไม่ทั่วถึง ยืนยันว่า การมายื่นครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับช่อง 3 หรือรับงานช่อง 3 มา แต่มาในฐานะประชาชนที่จะได้รับความเดือดร้อน
ด้านนายธัญญา โพธิ์วิจิตร หรือเป็ด เชิญยิ้ม ผู้บริหารบริษัท คอเมดี้ไลน์ จำกัด ผู้ผลิตรายการก่อนบ่ายคลายเครียด ช่อง 3 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองในประเด็นเดียวกัน พร้อมกล่าวว่า บริษัทจะได้รับความเสียหาย หากช่อง 3 จอดำ เวลานี้ได้อัดเทปรายการไว้ 3-4 ตอน และได้ขายโฆษณาไปแล้ว หากไม่ได้ออกอากาศจะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งนี้ทั้งผู้บริหารช่อง 3 และผู้ร้องในส่วนของภาคประชาชนยังคงรอคำสั่งของศาลว่า จะมีการไต่สวนฉุกเฉินตามที่มีการร้องขอหรือไม่
ภายหลังการยื่นเรื่องดังกล่าว ศาลปกครองได้รับเรื่องพร้อมไต่สวนฉุกเฉิน จากนั้นได้มีมติกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวช่อง 3 อนาล็อกไปอีก 15 วัน
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคำสั่งของศาลปกครองที่ออกมาได้ระบุเหตุผลของการทุเลาการบังคับใช้มติ กสท. วันที่ 8 กันยายน ว่า โดยที่ได้ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของศาล ซึ่งคู่กรณีทั้งสองฝ่ายแถลงต่อศาลว่า จะไปตกลงทำความเข้าใจกันเพื่อหาข้อยุติข้อพิพาทในคดีนี้ ในชั้นนี้จึงมีความเห็นร่วมกันขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสท. วันที่ 8 กันยายน ออกไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 16.30 น. โดยให้คู่กรณีแจ้งผลความคืบหน้าผลการหารือดังกล่าวให้ศาลทราบภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มตัวแทนผู้จัดละคร และผู้ผลิตรายการของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อาทิ นายวิทวัส สุนทรวิเนตร์ เจ้าของรายการตีสิบ นางมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช น.ส.อรุโณชา ภาณุพันธุ์ นางกอบสุข จารุจินดา ผู้จัดละครทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เข้ายื่นหนังสือพร้อมด้วยรายชื่อผู้จัดละคร ผู้ผลิตรายการ และดาราช่อง 3 กว่า 200 รายชื่อ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมการงดออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ผ่านระบบเคเบิลและดาวเทียม โดยขอร้องเรียนว่าการระงับการออกอากาศช่อง 3 ทางระบบดาวเทียม และเคเบิล ส่งผลกระทบต่อองค์กรและบุคคลหลายฝ่าย เช่น ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ผู้จัดรายการโทรทัศน์ ศิลปิน ดารา เอเยนซีโฆษณา เจ้าของสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่ลงโฆษณาทางช่อง 3 รวมถึงประชาชนผู้รับชมรายการโทรทัศน์ โดย พล.ต.ท.พิจาร จิตติรัตน์ ที่ปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นตัวแทนรับเรื่อง
ทั้งนี้ ตามที่ กสทช.ได้แจ้งประชาชนโดยทั่วไปว่า รายการของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ระบบอนาล็อก จะไม่สามารถเผยแพร่ผ่านระบบโทรทัศน์แบบเคเบิล และดาวเทียมได้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนนั้น ขอชี้แจงผลกระทบให้พิจารณาคือ หากช่อง 3 ไม่สามารถเผยแพร่ทางระบบดาวเทียม หรือเคเบิลได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือประชาชนร้อยละ 70 หรือประมาณ 15 ล้านครัวเรือนที่ไม่สามารถรับชมรายการได้ จึงขอความอนุเคราะห์ให้พิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมในการช่วยเหลือประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
นางอรุโณชา กล่าวว่า การเปลี่ยนถ่ายจากโทรทัศน์ระบบอนาล็อกเข้าสู่ดิจิทัลนั้น ทุกคนเข้าใจ แต่ขอระยะเวลาปรับตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้แต่ละรายการวางแผนการทำงานมาเป็นระยะเวลานาน และมีหลายรายการยังออกอากาศอยู่ โดยเฉพาะละครทรายสีเพลิงที่กำลังได้รับความนิยม และจะมีตอนจบในสัปดาห์หน้า แต่คงไม่ทันหากจอดำไปเสียก่อน ซึ่งจะมีผลกระทบให้ประชาชนเดือดร้อน จึงมาขอความเป็นธรรมเพื่อขยายเวลาให้เหมาะสมในการปรับตัวในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้เกิดผลกระทบกับผู้จัดและประชาชนน้อยที่สุด โดยก่อนหน้าที่จะมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลได้เดินทางไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มาแล้วในช่วงเช้า
นายวิทวัสกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนตัวแทนผู้ผลิตรายการ ละคร และดาราช่อง 3 ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่เกี่ยวกับในส่วนของผู้บริหารช่อง 3 แต่อย่างใด ทั้งนี้ในอดีตเคยมีประชาชนได้รับผลกระทบจากการที่ช่อง 3 ถูกสั่งให้จอดำ ไม่สามารถถ่ายทอดฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) ได้ ซึ่งช่วงเวลานั้นมีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ และถ้าหากครั้งนี้ช่อง 3 ถูกสั่งให้จอดำอีกครั้ง เชื่อว่าจะเกิดความระส่ำระสายในสังคมแน่นอน



