
ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง
30 ก.ย. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามย่อมหนีปัญหาไม่พ้น อยู่ที่ว่าปัญหานั้นจะหนักหนาสาหัสใหญ่หรือเล็กขนาดไหนเท่านั้น ปัญหาบางอย่างแม้จะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องแก้ เพราะการเข้าไปแก้อาจจะทำให้เสียเวลาจนทำให้กว่างานจะสำเร็จก็ล่าช้ามากเกินไป หรืออาจจะต้องใช้งบประมาณในการแก้ปัญหามาก สู้ยอมทำงานหรือสินค้าที่มีตำหนิแล้วได้รับเงินน้อยลงดีกว่า
หากจะรู้ว่าคนไหนมีความสามารถมากหรือน้อย ให้จับตาดูวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่องานนั้นๆ เกิดวิกฤติขึ้นมา เพราะหลายครั้งที่คนเก่งๆ ทำงานได้ผลดี แต่กลับไม่สามารถรับมือกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ได้ หรือหลายครั้งพบว่าเมื่อมีปัญหาคนที่คิดว่าเก่งนั้นกลับทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้น หรือทำให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายหนักไปกว่าเดิม
ปัญหาของประชาชนไทยทั่วไปส่วนใหญ่คือปัญหาปากท้อง หมายถึงรายได้ไม่พอเลี้ยงตัวเองและครอบครัว สินค้าเครื่องใช้และอาการการกินมีราคาแพงเกินกว่าจะซื้อได้ ซึ่งทุกครั้งที่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมา ผู้บริหารประเทศหรือกระทรวงพาณิชย์ผู้มีหน้าที่โดยตรง ไม่ว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการมาจากพรรคการเมืองที่มีแนวนโยบายอย่างไรก็ตาม ก็จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดียวกันที่เคยใช้มาตลอดเวลาหลายสิบปี
นั่นคือการจัดสินค้าราคาประหยัดที่มีชื่อเรียกติดปากว่า “ธงฟ้า” หรือในบางยุคบางสมัยพัฒนาก้าวหน้าขึ้นจนถึงขั้นมีการจัด “คาราวานสินค้าราคาประหยัด” หรือการจัดเอาสินค้าขนตระเวนไปทั่วประเทศโดยขบวนรถบรรทุกขนาดใหญ่ แล้วก็ปักหลักขายแบบที่เรียกกันว่า “ตลาดนัด” หรือ “เปิดท้ายขายของ” ไปเรื่อยๆ ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อให้มีสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายถึงมือประชาชนโดยตรง
วิธีการเช่นที่ว่านี้เป็นผลดีก็ต่อเมื่อมีการนำมาใช้ระยะสั้น และควบคุมจำนวนสินค้าให้อยู่ในระดับเพียงพอต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของแต่ละครัวเรือนเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้มีการจำหน่ายสินค้าในลักษณะนี้ยืดเยื้อยาวนานและจำหน่ายโดยไม่จำกัดปริมาณ ผู้จำหน่ายสินค้าในระบบก็จะเดือดร้อนเพราะจำหน่ายสินค้าได้น้อยลงจนทำให้รัฐเก็บภาษีได้น้อยลงตามไปด้วย หรือร้านค้ารายเล็กที่มีเงินทุนไม่มากนัก และอยู่ในพื้นที่ซึ่งคาราวานสินค้าราคาถูกไปปักหลักจำหน่ายนานวัน อาจจะถึงขั้นต้องเลิกราปิดกิจการไปเลยก็เป็นได้
การแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ต้องมองปัญหาให้ถี่ถ้วนรอบด้าน และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาจากการใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบใดแบบหนึ่งเอาไว้ด้วย การช่วยแก้ไขปัญหาให้คนกลุ่มหนึ่งต้องไม่ไปสร้างปัญหาให้คนกลุ่มอื่นเกิดขึ้นตามมาอีก แต่แน่นอนว่าทุกอย่างในโลกนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมมีผลกระทบรอบด้าน มีคนได้ประโยชน์ก็ต้องมีคนเสียประโยชน์
สิ่งสำคัญคือคนกลางหรือภาครัฐต้องวางตัวเป็นกลางชั่งน้ำหนักให้ดีว่า ควรให้คนกลุ่มไหนได้รับประโยชน์ก่อนและได้มากหรือน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง การแก้ปัญหาจึงจะไม่เป็นการสร้างปัญหาใหม่ซ้ำซ้อนขึ้นมาทำนอง “ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง” ครับ
--------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



