ข่าว

'เลขาฯสคบ.'ตั้งเอกชนที่ปรึกษาไม่เหมาะ

'เลขาฯสคบ.'ตั้งเอกชนที่ปรึกษาไม่เหมาะ

26 ก.ย. 2557

'ม.ล.ปนัดดา' ชี้ 'เลขาฯสคบ.' ตั้งเอกชนเป็นที่ปรึกษา ไม่เหมาะสม เตรียมนัดคุยอีกครั้ง หลังจากสั่งไปแล้ว ระบุ ขัดจริยธรรม-มีส่วนได้เสีย

 
                                26 ก.ย. 57  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่งตั้งนายสมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์เปอเรชั่น ให้เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว และยังเสนอแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการว่าด้วยโฆษณา อีกทั้งแต่งตั้งนายอนุวัฒน์ ธรมธัช ที่ปรึกษาบริษัทเดียวกัน เป็นประธานคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ว่า ตนได้หาข้อเท็จจริงของเรื่องนี้แล้ว โดยได้เคยกล่าวในระหว่างการเปิดงานเสวนาทางวิชาการของ สคบ.ว่า ได้รับข้อร้องเรียนถึงเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น จึงขอให้มีการแก้ไขเรื่องนี้ ซึ่งผู้บริหารของ สคบ.รับปากนำไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม แม้ทั้ง 2 คนนี้ ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ให้เป็นกรรมการชุดต่างๆ ของ สคบ. ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ถือว่าขัดกับจริยธรรม เพราะผู้บริหารของบริษัทขายตรง ถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ตนได้ทราบว่า นายสมชาย และนายอนุวัฒน์ ได้ลาออกจากตำแหน่งในคณะกรรมการของ สคบ.แล้ว
 
                                เมื่อถามว่า แต่เลขาธิการ สคบ. ยังคงให้นายสมชาย เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว โดยอ้างเป็นผู้มีประสบการณ์ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขกันให้มีความชัดเจน เพราะแม้ไม่มีกฎระเบียบห้ามไว้ แต่ถือเป็นเรื่องจารีตปฏิบัติ และจริยธรรม ให้พิจารณาว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำ หรือไม่ควร 
 
                                เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าควรจะให้นายสมชาย ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของเลขาธิการ สคบ. ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ตนจะไปพูดคุยกับเลขาธิการ สคบ.ถึงรายละเอียดของเรื่องนี้อีกครั้ง
 
                                ต่อข้อถามว่า มองการทำงานของ สคบ.ในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ตนอยากให้ สคบ.มีความตื่นตัวมากขึ้น เพราะหน่วยงานในหลายๆ ประเทศ ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ทำหน้าที่นำหน้าหน่วยงานของไทยไปมาก 
 
                                "อยากให้ สคบ.เป็นหน่วยงานทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้ประชาชนได้รับในสิ่งที่พึงได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการโฆษณาชวนเชื่อ หรือหลอกลวงประชาชน เพื่อหากำไรอย่างหน้าตาเฉย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการกระทำที่น่าอาย"
 
                                เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา สคบ.มักระบุว่า มีกำลังเจ้าหน้าที่น้อย ไม่เพียงพอในการปฏิบัติงาน ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยังพูดกันอยู่ แต่ สคบ.พยายามขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ซึ่งตอนนี้ได้ขอบุคลากรในระดับภูมิภาค และจากศูนย์ดำรงธรรมที่อยู่ในแต่ละจังหวัด ให้มาช่วยเหลือด้วยอีกทาง
 
 
 
พ้อ 'โกดังข้าว' บางแห่งไม่ให้เข้า เล็งประสาน พณ.ส่งหน่วยพิเศษลงพื้นที่ช่วยตรวจสอบ 
 
 
                                ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบข้าวคงเหลือของรัฐที่ยังมีโกดังข้าวบางแห่ง ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ ว่า ได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ ส่งหน่วยพิเศษเข้าพื้นที่ภายในสัปดาห์หน้า เพราะถ้ายังไม่ได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขจะถือว่าเป็นทางการ และรายงานไปทาง นบข.ไม่ได้ จึงได้เรียนว่า เวลาอาจต้องต่อไปถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 
 
                                ส่วนโกดังที่ยังเหลือไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ ก็ถือว่ายังเหลือไม่มากนัก แต่ในทางราชการ ถือว่าตัวเลขต้องครบ จะได้ทราบว่า ขาดหายไปเท่าไหร่ ฉะนั้นตัวเลขจึงยังไม่ขอกล่าว รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า ส่วนเรื่องข้าวหายเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละพื้นที่นั้น มีการสรุปรวมทั้งหมด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามผลต่อไป และมีการแจ้งความกับ สภ.ในพื้นที่ไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย และตัวเลขทั้งหมด จะเปิดเผยเมื่อถึงการแถลงข่าวเป็นทางการขั้นสุดท้ายเช่นกัน
 
                                ม.ล.ปนัดดา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 กันยายน ก็ทำการประชุมพูดคุยถึงเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าอยากให้ภาพของการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการนั้นออกมาตอบคำถามทุกคนได้ เพราะนี่ขนาดยังไม่ได้แถลง ยังมีคำถามเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งคิดว่า จะตอบได้ครบเมื่อมีตัวเลขออกมาชัดเจน และขอเรียนว่า ในส่วนของข้าวที่ยังมีสภาพดีนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์จะเริ่มนำระบายออกขายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ จะได้เกิดเป็นรายได้ให้กับประเทศ