
'บิ๊กตู่'อุบ250สปช.รอโปรดเกล้าฯ
26 ก.ย. 2557
'บิ๊กตู่' เผยได้ 250 รายชื่อ สปช.ครบแล้ว แต่อุบชื่อรอโปรดเกล้าฯ ส่วนคนตกรอบเล็งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านต่างๆ ลั่นนายกฯ ไม่ใช่เทวดาเนรมิตได้ทุกสิ่ง
26 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา13.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่บ้านพักรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมคสช.ชุดใหญ่ครั้งแรก ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งแต่งตั้งปรับโครงสร้างคณะทำงานใหม่ โดยมีวาระเพื่อการพิจารณาคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้ง 250 คน ก่อนที่จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯได้ทันกำหนดในวันที่ 2 ต.ค.นี้ โดยมีรองหัวหน้าคสช. ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการและผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมและผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พร้อมทั้งสมาชิกคสช. ได้แก่พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองผบ.สส. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้ช่วยผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง เสนาธิการทหารอากาศ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รวมถึงพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ส่วนพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นั้นไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วยเนื่องจากติดภารกิจ ท่ามกลางมาตรการระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร โดยจัดพื้นที่ให้สื่อมวลชนสามารถบันทึกภาพได้บริเวณฝั่งตรงข้ามบ้านพักรับรองเกษะโกมลเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ก็ปิดประตูทางเข้าออกด้านหน้าทันที
‘นายกฯ’ ยันเข้ามาแก้ปัญหาปท. ขออย่าดึงสถาบันโยงขัดแย้ง ลั่นไม่ใช่เทวดาเนรมิตทุกสิ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทย" ว่า จากการดูวิดีทัศน์ เรื่อง "เมื่อหนูโตขึ้น" จะมองเห็นว่าเด็กต้องการอะไรและจะทำอย่างไรให้คนยากจนมีสถานภาพที่ดีขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาคน และรัฐบาลก็เร่งดำเนินการบริหารราชกรแผ่นดินเพื่อให้ประเทศเดินหน้า และต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขออย่าดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาอยู่ในความขัดแย้งและอย่าหลงเชื่อบุคคลที่ชี้นำ ขณะเดียวกันยืนยันว่า ตนเองไม่คิดหวังมีอำนาจในรัฐบาล แต่ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังมีความจำเป็นต้องจัดรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ต่อไป เพื่อสื่อสารกับกลุ่มที่มีความเห็นแตกต่างให้เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการทำอะไร และทุกคนจะมีส่วนร่วมกับเราได้อย่างไร
"ไม่ใช่ทุกอย่างโยนกลับมาที่รัฐบาล หรือนายกฯ เพราะนายกฯ ไม่ใช่เทวดาที่จะเนรมิตทุกอย่างได้ในเวลานี้ ไม่ใช่ขออะไรมาแล้วนายกฯ ให้หมด การบริหารราชการแผ่นดินจะเช่นนี้ไม่ได้ ต้องมีกรอบ ระเบียบ มีวินัยทางการเงินการคลังในเรื่องของการใช้จ่าย อีกทั้งต้องมีระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ขออะไรมาก็อนุมัติออกไปทันทีก็จะกลายเป็นภาระ เป็นหนี้สาธารณะแบบทุกวันนี้ จนปลัดกระทรวงการคลังต้องก่ายหน้าผากว่าจะบริหารหนี้สาธารณะให้ลดลงอย่างไร ต้องคิดให้ดีในการใช้จ่ายงบแต่ละครั้งจะต้องใช้เม็ดเงินให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ทั้งแผนการใช้งบประมาณ 2558 และงบคงค้างในปี 2557 ที่ต้องทำให้เกิดความสอดคล้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
คสช.เคาะ 250 สปช.วันนี้ ‘ประยุทธ์’ ยันไม่มีล็อกสเปก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยในวันนี้ 26 ก.ย. ว่า ตนได้นัดประชุม คสช.ที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อพิจารณาคัดสรรรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา เพราะจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ซึ่งเมื่อได้ข้อยุติแล้วจะนำเสนอรายชื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมตามที่กฎหมายกำหนดไว้
"รายชื่อสปช. ไม่มีการล็อก ผมจะล็อกอย่างไรยังนึกไม่ออก แล้วจะล็อกไปเพื่ออะไร เพื่ออำนาจ ก็อำนาจผมมีอยู่แล้วต้องหาอำนาจเพิ่มอีกหรือ ผมต้องการปฏิรูป ฉะนั้นคนที่จะคัดเข้ามา 173 คน ก็มาจาก 550 คนที่เขาเลือกมาจาก 7,000 กว่าคน โดยคณะกรรมการ 70 กว่าคน และผมได้ให้เขาจัดลำดับเรียงอาวุโส ความรู้ความสามารถมาแล้ว จะมาเลือกโดยพูดคุยกันในคสช.ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมมีอำนาจ เพียงแต่ตรวจทานความถูกต้อง"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะที่ทาง กกต.ได้ตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติไว้แล้ว โดยรายชื่อจะไม่ลงว่าอยู่กลุ่มไหน ส่วน 385 คน จาก 77 จังหวัด ก็มีการส่งรายชื่อมาแล้วจังหวัดละ 5 คน ตรงนี้ก็เรียงลำดับความรู้ความสามารถโหวตกันเข้ามา และตนก็จะมาดูอีกครั้ง 5 คนเลือกเอาคนเดียวก็จะได้รวมกันทั้งหมด 250 คน จะเรียงกันมาโดยไม่มีกลุ่ม
เผยได้ 250 รายชื่อ สปช.ครบแล้ว อุบชื่อรอโปรดเกล้าฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุม คสช.ชุดใหญ่ ว่า วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ได้เข้าไปทำงานที่ บก.ทบ. เพราะต้องดูรายชื่อทั้งหมดจนตาจะแฉะ อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้รายชื่อ สปช.ครบทั้ง 250 คนแล้ว แต่ขอเป็นความลับ ยังไม่เปิดเผยจนกว่าจะโปรดเกล้าฯ ลงมาก่อน
"ส่วนที่กังวลว่า คนที่หลุดจาก 250 คน จะทำอย่างไร เรากำลังหาช่องทางให้คนเหล่านั้นมาร่วมกระบวนการปฏิรูปได้อย่างไร จึงมอบให้สำนักงานเตรียมการปฏิรูปของ คสช.ที่กระทรวงกลาโหมดำเนินต่อไป เพราะมีสำนักงานที่ปรึกษาของสภาปฏิรูปอยู่ ก็ไปจัดกลุ่มว่า ที่เหลือจะเข้ามาช่วยงานได้อย่างไร"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลังจากวันนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็จะมีสปช.เกิดขึ้น จากนั้นจะมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดประธานและรองประธานต่อไป รวมถึงจะดำเนินการจัดกลุ่มใหม่ 11 กลุ่มอีกครั้ง เมื่อได้ข้อสรุปก็จะเสนอทางสภาใหญ่เพื่อเห็นชอบรับรอง ถ้าไม่เห็นด้วยก็ค้านในที่ประชุมใหญ่เหมือนกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
เมื่อถามว่า 250 รายชื่อที่ออกมาคุ้นหูของสาธารณชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหมด ทั้งตัวแทนนักวิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม แต่รายชื่อทั้งหมดนั้น ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว
เตรียมพิจารณายกเลิกกฎอัยการศึก
นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กับ คสช.ว่า การประชุมร่วมดังกล่าวจะมีขึ้นวันที่ 7 ตุลาคม เพื่อทำความเข้าใจการทำงานร่วมกันว่า ที่ผ่านมาติดขัดตรงไหน อย่างไร และจะสานต่อนโยบาย คสช.อย่างไร แต่จะยังไม่มีการนำประเด็นการประกาศยกเลิกใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 มาหารือในวันดังกล่าว ทั้งนี้ หากจะมีการยกเลิก จะต้องหารือร่วมกันอย่างแน่นอน และต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป อย่างไรก็ตามไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าจะมีการยกเลิกพื้นที่ใดก่อน เพราะขณะนี้กำลังพิจารณา
ย้ำรัฐบาลไม่มีวาระซ่อนเร้น
ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลก็ยังคงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ทั้งที่เป็นปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า และความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแก้ไขให้บรรลุผลโดยเร็ว และต้องการจะวางการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้เป็นรากฐานในการดำเนินการต่อไปในระยะหรืออนาคต บางเรื่องต้องการความร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วน ขอให้พ่อแม่พี่น้องเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุด พวกเรายังคงยืนยันเรื่องผลประโยชน์ เราไม่ต้องการสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่มีวาระส่วนตัว หรือซ่อนเร้น มีแต่ความจริงใจ และตั้งใจที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ
ไม่มีล็อกสเปกสปช.-ท้าหาหลักฐาน
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำในรายการว่า ไม่มีการล็อกสเปกเลือก สปช. และไม่เห็นประโยชน์ว่าจะไปล็อกใคร เข้ามาทำงานตรงนี้ ดังนั้นต้องให้เกียรติคนคัดสรรด้วย ส่วนรายชื่อทั้ง 250 คน ต้องเปิดเผยอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว ขณะนี้ยังไม่มีการตรวจพบในเรื่องการทุจริตอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ ไปหาหลักฐานกันมา เพราะฉะนั้นสังคมอย่าเพิ่งไปตัดสินเลยว่า จะไปล็อกสเปกหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องขอร้อง ไม่อย่างนั้นจะวุ่นวายไปหมด ทำงานก็ไม่ได้
ติงนักวิชาการ-สื่ออย่าขยายปมขัดแย้ง
พล.อ.ประยุทธ์ ยังท้วงติงการทำหน้าที่ของนักวิชาการที่อ้างว่าต้องสอนเรื่องการเมืองว่า มีวิธีการสอนตั้งหลายหมื่นหลายแสนวิธี ที่จะเข้าใจเรื่องการเมืองที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ทำไมท่านไม่สอนว่า การเมือง นักการเมือง ต้องทำตัวอย่างไร ผู้เลือก ประชาชนต้องเลือกอย่างไร การเป็นประชานิยมที่สร้างปัญหาเป็นอย่างไร ท่านสอนอย่างนั้นกันบ้างหรือเปล่า ความขัดแย้งที่ผ่านมาท่านก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้เราเลย ไม่ได้แก้ปัญหาให้คนทั้งประเทศเลย เพราะฉะนั้นท่านหยุดสักที ไปหาวิธีการสอนอย่างอื่น ไม่ใช่ว่าสถาบันนี้ต้องสอนเรื่องการเมือง ก็ต้องเด่นดังการเมืองอย่างเดียว ไม่ใช่ ตนว่าสอนอย่างไรให้คนประกอบอาชีพได้ สอนอย่างไรให้เป็นคนดี สอนอย่างไรให้มีงานทำ ไปหาวิธีการอย่างโน้น ถ้าสอนให้เป็นการเมืองอย่างเดียวแล้วตีกัน ก็เหนื่อยเปล่า ไม่รู้จะสอนไปทำไม ขณะที่ในส่วนของสื่อก็ต้องระมัดระวังการขยายความขัดแย้ง อย่าขยายคำพูดที่ตนไม่ได้เจตนาร้ายไปสู่เจตนาร้าย เพราะสื่อต่างประเทศอาจนำไปโจมตีเขียนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ
ขอแรงใจคนทั้งปท.ทำชาติมีความสุข
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พูดมาตลอดระยะเวลา 4 เดือนเต็มๆ ก็มีเรื่องหนักใจมากมายหลายประการ หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยกัน คืออย่าคิดว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อยเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ ทำไมต้องมาพูดบ่อยอยู่เรื่อยๆ ก็พูดเพราะความห่วงใย แล้วก็คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จะแก้ปัญหากันอย่างไร
"ผมว่าอยากให้ลดลงหน่อย ต่างฝ่ายต่างลดกัน ผมก็ยอม จะให้ผมลดอะไรลง ผมก็ลดลง อะไรที่ยังลดไม่ได้ก็ลดไม่ได้ คงเข้าใจ ผมคิดว่า ผมอยากได้แรงใจจากคนทั้งประเทศในการที่จะนำพาประเทศชาติให้มีความสุขอย่างถาวร เหมือนอดีตที่ผ่านมานานแล้ว เคยมีความสุขกันมากๆ ฉะนั้นต่อไปก็ต้องมีความสุขมากๆ กว่าอดีต ประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์อะไรที่ไม่ดี อย่าให้เกิดขึ้นอีก นำสิ่งที่ดีๆ มา แล้วทำให้ดีขึ้นไปอีก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



