ข่าว

สามีเก่าหึงดุยกพวกรุมยำแฟนใหม่

สามีเก่าหึงดุยกพวกรุมยำแฟนใหม่

26 ก.ย. 2557

สามีเก่ายกพวกรุมยำแฟนใหม่ ขณะนั่งรอแฟนในแท็กซี่ เจ้าตัวหมอบจากเบาะหลังใช้มือกดคันเร่งซิ่งหนีตาย

 
          วันที่ 26 ก.ย.57 เมื่อเวลา 03.00น. นายชัยรัตน์ กนกงาม อายุ 48 ปี คนขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพูคาดเขียว ทะเบียนป้ายแดง อ 9559 กทม. เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.สืบศักดิ์ พิพิศ พนักงานสอบสวน สน.บางมด หลังตัวเองพร้อมผู้โดยสารถูกชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เข้ารุมทำร้ายร่างกาย ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 16 แขวงและเขตจอมทอง กทม. จากนั้นผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บได้แย่งรถแท็กซี่ขับหนีตายอุตลุดเพื่อไปขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งไปจอดที่ด่านเก็บเงินทางด่วนดาวคะนอง 
 
          นายชัยรัตน์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับผู้โดยสาร 2 คนเป็นชายกับหญิง จากย่านถนนรามอินทรา กม.2 ปากซอยรามอินทรา 11 โดยทั้งคู่ให้ตนมาส่งที่บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 16 ต่อมาเวลาประมาณเที่ยงคืน ได้ขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเข้าจากปากซอยมาประมาณ 10 เมตร ผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงได้บอกให้ตนจอดรถ แล้วบอกให้รอ โดยตนก็รออยู่ที่รถกับผู้โดยสารผู้ชาย เมื่อผู้หญิงลงจากรถเดินไปที่บ้าน ประมาณ 5 นาที ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งไม้เบสบอล มีดดาบ และท่อนเหล็ก เดินตรงเข้ามาที่รถแท็กซี่ของตน 
 
          “เมื่อมาถึงหน้ารถชายที่ถือไม้เบสบอลก็ฟาดเข้าที่กระจกหน้ารถโดยไม่พูดไม่จา ส่วนผู้โดยสารชายที่นั่งรออยู่ในรถด้วยกันก็เร่งรัดให้ผมรีบขับรถหนีออกไป เพราะกลุ่มชายที่มีอาวุธเอาตายแน่ ผมตกใจรีบเปิดประตูรถออกมา พร้อมกับบอกว่า ผมไม่เกี่ยวจังหวะนั้นก็โดนลูกหลงถูกไม้เบสบอลตีโดนหัวจนบวมโน ส่วนผู้โดยสารชายที่อยู่ในรถซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังก็รีบเอื้อมมาดึงประตูรถปิด ทำให้กลุ่มชายชกรรจ์รุมใช้อาวุธที่เตรียมมาฟาดฟันเข้าที่กระจกประตูฝั่งคนขับ ผมก็สังเกตเห็นชายในรถถูกรุมทำร้ายทั้งมีดดาบ ท่อนเหล็กและ ไม้เบสบอลรุมกระหน่ำฟาดขณะที่เขาหมอบมาจากเบาะหลังใช้มือเข้าเกียร์ออโต้ อีกมือก็ใช้กดคันเร่งหลบหนี โดยที่กลุ่มชายชกรรจ์ยังวิ่งไล่ตาม” นายชัยรัตน์ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
 
          นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า ผู้โดยสารผู้ชายได้รีบขับรถแท็กซี่ของตนหลบหนีไปโดยมุ่งหน้าไปทาง ดาวคะนอง ต่อมาหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์นั้นได้ให้เงินกับตน จำนวน 50 บาท ก่อนบอกกับตนว่าสาเหตุการทะเลาะวิวาทนั้นน่าจะมาจากเรื่องยาเสพติด จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้หลบหนีไป ตนจึงได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าของอู่เพื่อปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนที่จะเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.บางมด ขณะเดียวกันได้ทราบว่าผู้โดยสารชายที่ได้รับบาดเจ็บนั้นได้ขับรถหนีตายไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าด่านเก็บเงินทางด่วนดาวคะนอง ซึ่งเจ้าหน้าที่กูภัยมูลนิธิช่วยกันนำตัวส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์
 
          ต่อมาเวลา 03.30 น. นายสุทิน ไทยวงศ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ซ.รามอินทรา 11 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ผู้ได้รับบาดเจ็บและเป็นผู้โดยสารแท็กซี่คันเกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้รับบาดเจ็บท่อนแขนขวาหัก ต้นแขนถูกของมีคมบาดเย็บ 2 เข็ม บริเวณหน้าผากเป็นแผลจากของมีคมเย็บ 15 เข็ม และใบหน้าฟกช้ำบวมปูด
 
          นายสุทิน เล่าว่า ตนกับน.ส.สมถวิล อธิสันต์บดี อายุ 31 ปีแฟนสาว ได้คบหากันมาประมาณ 5 เดือน โดยรู้จักกันทางเฟชบุ๊ก ซึ่งระหว่างที่คบกันนั้นได้ไปมาหาสู่กันตลอด โดยสามวันก่อนแฟนสาวได้เดินทางไปหาตนที่บ้าน กระทั่งเมื่อคืนนี้แฟนบอกว่าเงินหมด ไม่มีเงินใช้ จึงชวนตนพากลับมาเอาเงินที่บ้านอยู่ในซอยสุขสวัสดิ์ 16 ตนไม่อยากมาเพราะกลัวจะมีเรื่องกับสามีเก่าของแฟนสาว เพราะเคยกระทบกระทั่งกันมาก่อนแล้วเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่แฟนสาวก็ไม่ยอมจะให้ตนพามาให้ได้ จึงพากันเรียกแท็กซี่เดินทางมาจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
 
          “ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเลิกกับผัวเขาจริงๆหรือเปล่า แต่เขาก็บอกกับผมว่าเลิกขาดกันแล้ว ผมก็เลยคบหากับเขา แล้วก็เคยมีปัญหามีปากเสียงกับผัวเก่าของเขาก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่อยากมาแถวนี้ แต่เขาก็เซ้าซี้ให้พามาให้ได้เพื่อมาเอาเงินที่บ้าน มาถึงเขาก็ลงจากรถผมก็รออยู่ที่รถกับพี่คนขับแท็กซี่ เพื่อที่จะโดยสารรถแท็กซี่คันเดิมกลับไปบ้านย่านรามอินทรา จู่ๆก็มีกลุ่มชายหลายคนมารุมทุบรถจะทำร้ายผม  พยายามบอกให้พี่คนขับแท็กซี่ขับหนีไป เขาก็เปิดประตูรถออกไป นาทีนั้นผมคิดว่าถ้าไม่รีบหนีถูกรุมฆ่าตายแน่ ถ้าลงจากรถก็คงไม่รอด จึงตัดสินใจหมอบจากเบาะหลังใช้มือในการกดคันเร่งขับรถหนี โชคดีที่เป็นเกียร์ออโต้จึงหนีได้ แต่ระหว่างรถเคลื่อนผมก็ถูกรุมตีเข้ามาในรถ พอพ้นไปสักระยะผมค่อยข้ามจากเบาะหลังมานั่งที่คนขับแล้วขับหนีตาย ตั้งใจไปหาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ เจอด่านไหนก็จะแวะ กระทั่งไปถึงด่านเก็บเงินทางด่วนผมก็จอดแล้วไปขอความช่วยเหลือ ไม่มีเจตนาจะลักรถ เพียงแต่ต้องหนีเอาชีวิตเท่านั้น เพราะตอนขับรถหนีกลุ่มชายที่รุมทำร้ายยังขับมอเตอร์ไซค์ไล่ตามหลังมา” นายสุทิน อธิบาย 
 
          ด้านร.ต.ท.สืบศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บและคนขับรถแท็กซี่ในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ แล้วลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อไล่ลำดับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดและติดตามตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สันนิษฐานจากคำให้การน่าจะเกี่ยวกับเรื่องชู้สาว เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุคาดว่า น่าจะเป็นกลุ่มแฟนเก่าของผู้หญิงที่ไปคบหากับนายสุทิน อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุไม่พบตัวฝ่ายหญิงและไม่สามารถติดต่อได้