ข่าว

คอราซาน..โจทก์เก่ามะกันในสมรภูมิใหม่

คอราซาน..โจทก์เก่ามะกันในสมรภูมิใหม่

25 ก.ย. 2557

คอราซาน..โจทก์เก่ามะกันในสมรภูมิใหม่

 
          กลุ่มคอราซาน ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเผยว่าคืออีกเป้าหมายหลักของการถล่มระลอกใหญ่ครั้งแรกทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นอกเหนือจากกลุ่มสุดโต่งไอเอสที่รู้กันดีอยู่แล้ว 
          
          จรวดโทมาฮอว์ค 47 ลูกที่ยิงจากเรือรบ พุ่งเป้าถล่มเป้าหมาย 8 แห่งของคอราซาน ทางตะวันตกของเมืองอเล็ปโป จุดคำถามขึ้นมาทันทีว่าอยู่ดีๆกลุ่มนี้โผล่มาจากไหนในชั่วข้ามคืน เพราะอะไรจึงเป็นความสำคัญเร่งด่วนให้สหรัฐฯรีบถล่มค่ายฝึกผู้ก่อการร้าย สถานที่ผลิตกระสุนและประกอบระเบิด อาคารสื่อสาร ควบคุมและสั่งการของคอราซานตั้งแต่ระลอกแรก  
         
          ข้อมูลจากหน่วยข่าวสหรัฐฯระบุว่า คอราซาน คือกลุ่มที่โยงใยกับแกนหลักของอัลไกดา และกลุ่ม อัล นุสรา เครือข่ายของอัลไกดาในซีเรีย 
           
          ชื่อของกลุ่มใหม่นี้เริ่มเผยแพร่ทางสื่อไม่นานนัก แต่ฝ่ายข่าวสหรัฐฯติดตามมานานหลายเดือนจนมั่นใจว่า นี่คือกลุ่มที่ส่อเค้าจะเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกายิ่งกว่าไอเอส           
           
          พล.โท.วิลเลียม เมย์วิล ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธการ เสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ กล่าวว่าคอราซานพยายามเกณฑ์ชาวตะวันตกที่มีหนังสือเดินทางไปไหนก็ได้มาเป็นสมาชิกแล้วส่งกลับมาแทรกซึมในบ้านเกิด และเชื่อว่าขณะนี้ ใกล้ถึงขั้นลงมือปฏิบัติการตามแผนโจมตีครั้งใหญ่แล้ว 
ไม่ในยุโรปก็ในสหรัฐฯ            
           
          ชื่อ คอราซาน มาจากคำภาษาเปอร์เซีย หมายถึงดินแดนแห่งพระอาทิตย์ขึ้น และยังเป็นชื่อของจังหวัดหนึ่งในศตวรรษที่ 8 ของอาณาจักรอิสลามยุคเริ่มแรกที่ครอบคลุมดินแดนอิหร่านและบางส่วนของอัฟกานิสถานในปัจจุบัน  
           
          แม้ถูกเอ่ยถึงว่าเป็นกลุ่มใต้ดินหรือกลุ่มในเงามืด แต่ตัวผู้นำชาวคูเวตอย่างนายมูชิน อัล ฟาดห์ลี  โด่งดังในแวดวงข่าวกรอง อดีตเคยเป็นคนใกล้ชิดของนายอุสมา บินลาเด็น อดีตผู้นำอัลไกดาและเป็นหนึ่งในอัลไกดาไม่กี่คนในอัฟกานิสถาน ที่รู้ล่วงหน้าถึงแผนก่อวินาศกรรมสหรัฐฯ 11 กันยายน 2544 ขณะนั้น นายฟาดห์ลี อายุเพียง 19 ปี         
         
          ปี 2545 ฟาดห์ลีถูกโยงว่าเป็นฝ่ายหาทุนให้กับการโจมตีเรือฝรั่งเศสนอกชายฝั่งเยเมน ต่อมา ถูกจำคุกในคูเวตฐานให้ทุนสนับสนุนก่อการร้าย แต่ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระและเดินทางไปพำนักในอิหร่าน และเริ่มตั้งเครือข่ายที่นั่น
         
          ในปี 2555 กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯประกาศตั้งค่าหัวนำจับ 7 ล้านดอลลาร์ โดยระบุในแถลงการณ์ว่าชายผู้นี้ช่วยอัลไกดาเคลื่อนย้ายพลพรรคจากปากีสถาน ไปยุโรป แอฟริกาเหนือและซีเรีย ผ่านทางอิรักและตุรกี 
         
          ราวสองสามปีที่แล้ว ผู้นำระดับสูงของอัลไกดา ส่งนายฟาดห์ลีพร้อมด้วยสมาชิกระดับแกนหลักจากปากีสถาน อัฟกานิสถานและเยเมน 
ไปเกณฑ์นักรบต่างชาติชาวอเมริกันและยุโรปในซีเรียมาเป็นพวก หวังส่งไปก่อการร้ายในบ้านเกิด
         
          การหยั่งรากในซีเรีย  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการล้มล้างประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด หรือความขัดแย้งระหว่างกลุ่มกบฎซีเรีย แต่เป็นเพราะจังหวะ โอกาส และสภาพสุญญาอากาศอำนาจของซีเรียเวลานี้ เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง 
         
          ประเด็นที่ทำให้สหรัฐฯกังวลเป็นพิเศษคือ ความเชื่อมโยงกับนายอิมราฮีม อัล อาซิรี นักออกแบบและประกอบระเบิดชาวซาอุฯในเยเมน ที่สหรัฐฯมุ่งสังหารหลายหนด้วยโดรนแต่ยังไม่สำเร็จ โดยมีรายงานว่า สมาชิกอัลไกดาที่เข้าไปในซีเรียเพื่อร่วมก่อตั้งเครือข่ายคอราซานนั้น รวมถึง
ลูกศิษย์ของนายอาซิรีด้วย
         
          นายอาซิรี เป็นคนประกอบระเบิดที่ใช้ในแผนก่อวินาศกรรมแหวกแนวของอัลไกดาหลายปีมานี้แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ รวมถึงระเบิดซ่อนในกางเกง หรือ อันเดอร์แวร์ บอมบ์ บนเที่ยวบินมุ่งหน้าดีทรอยย์ในวันคริสต์มาสปี 2552  และระเบิดพลาสติกซ่อนในตลับหมึกเครื่องพิมพ์หวังระเบิดเครื่องบินขนส่งสองลำกลางอากาศขณะมุ่งหน้าสหรัฐฯในปีถัดมา 
           
          ปี 2552 เช่นกัน อาซิรีเป็นคนประกอบระเบิดในกางเกงในของน้อง/พี่ชาย ที่จุดชนวนระเบิดตนเองหวังลอบสังหารเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ หัวหน้าฝ่ายต่อต้านก่อการร้ายซาอุดิอาระเบีย แต่เป้าหมายรอดและบาดเจ็บเล็กน้อย 
           
          ความแตกต่างระหว่างไอเอสกับคอราซาน ..กลุ่มแรกพยายามวางตัวเหมือนองค์กรการเมือง ประกาศตั้งอาณาจักรอิสลามและใช้โซเชียลมีเดียอย่างมืออาชีพเพื่อดึงความสนใจ แต่คอราซาน มุ่งโจมตีตะวันตก ความสนใจหลักอยู่ที่การก่อการร้ายนอกซีเรียเท่านั้น มิใช่การยึดครองดินแดนในซีเรียและอิรักแบบไอเอส จึงได้กลายเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าของตะวันตก 
         
          ประเมินในเบื้องต้นว่า อัลไกดาพันธุ์ใหม่นี้ขยายตัวจากกลุ่มที่มีสมาชิกไม่กี่สิบเป็นหลายร้อย นับจากมาปักหลักในซีเรียราว 2 ปีที่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ประเมินกันว่าสมาชิกมากสุดไม่เกิน 1,000 คน 
       
          มีข่าวสะพัดในสังคมออนไลน์และบางแหล่งจากกลุ่มอัล นุสรา ว่านายฟาดห์ลีอาจถูกสังหารแล้วจากการโจมตีของสหรัฐฯ แต่ยังยากจะยืนยันได้ ขณะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าการโจมตีทางอากาศอาจทำได้แค่ตัดกำลังหรือถ่วงเวลาออกไป แต่ไม่สามารถทำลายกลุ่มที่เจนจัดในการปฏิบัติการใต้ดิน และศึกนี้จะต้องยืดเยื้ออย่างแน่นอน