
กกต.ปัดเชิญพท.-ปชป.ดีเบตหลักสูตรพตส.
25 ก.ย. 2557
เลขาฯกกต. ยันไม่เคยทำหนังสือเชิญ พท.-ปชป. ร่วมดีเบตในหลักสูตร พตส. จับมือ อสส.มอบความรู้กฎหมายให้ปชช. เชื่อทำซื้อสิทธิ์-ขายเสียงน้อยลง
25 ก.ย.57 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า กกต.ได้ทำจดหมายเชิญกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมอภิปราย เรื่องแนวทางการเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยในการเมือง ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีหลักสูตร พตส. เป็นผู้จัดสัมมนาในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) ว่า ตนยังไม่ทราบว่าหลักสูตร พตส. จะมีการจัดงานในลักษณะดังกล่าว เพราะถ้าหากเป็นจริงที่จะมีการเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาดีเบตนั้น คงยังไม่สามารถทำได้เพราะจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบื้องต้นตนยังไม่เห็นหนังสือเชิญดังกล่าว และในการทำจดหมายเชิญบุคคลใดนั้น ตนก็จะเป็นผู้อนุญาตหรือลงนามในหนังสือเชิญทุกครั้ง
"ถ้าจะจัดงานแบบนี้ก็ต้องไปจัดและใช้สถานที่ข้างนอก จะมาจัดในสำนักงานกกต. คงไม่ได้ เพราะภายหลังที่ได้มีการปรับหลักสูตรของ พตส. และมีการเสนอให้ คสช.พิจารณานั้น คิดว่าหลักสูตรที่ปรับปรุงแล้วไม่น่าจะมีปัญหา เรื่องนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะเท่าที่ดูตารางเรียนและการเชิญนักวิชาการมาให้ความรู้ในหลักสูตรก็ยังไม่พบว่าจะมีการเชิญทั้งสองพรรคการเมืองมาร่วมดีเบตกัน" นายภุชงค์ กล่าว
กกต. จับมือ อสส.มอบความรู้กฎหมายให้ปชช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานกกต. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมให้ความรู้และสนับสนุนให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ประชาชนระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ร่วมลงนามกับนายตระกูล วินิจนัยภาค ปฏิบัติหน้าที่อัยการสูงสุด และมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม และนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดยนายศุภชัย กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งกกต. สำนักงานอัยการสูงสุด ถือว่ามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงานของ กกต. อย่างต่อเนื่องทั้งในบทบาทของ กกต.จังหวัด อนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง และการแก้ต่างคดีให้แก่ กกต. จากความร่วมมือดังกล่าวตนมั่นใจว่าการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้ประชาชนได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมาย ว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะกฎหมายเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ นอกจากนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ เพราะหากประชาชนไม่ให้ความสำคัญแก่การทำหน้าที่ตามกฎหมาย การชุมนุมปิดถนนหรือสถานที่ราาชการ ก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีและเป็นผลดีที่ทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายการเลือกตั้ง และกฎหมายสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เมื่อประชาชนมีความรู้ในด้านกฎหมายแล้ว การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งก็จะไม่เกิดขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือในวันนี้จะปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสิทธิของประชาชนอย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพต่อไป" นายศุภชัย กล่าว
ทั้งนี้ นายศุภชัย ยังกล่าวด้วยว่า เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการประสานระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับ สำนักงานกกต. กกต. และพนักงานทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด ที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยเฉพาะส่วนใหญ่ เป็นคดีที่ถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา อาทิ คดีเปิด ปิดหน่วยเลือกตั้ง รับสมัครเลือกตั้ง ซึ่งถูกฟ้องร้องว่าเจ้าหน้าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้ กกต. และเจ้าหน้าที่ถูกฟ้องร้องถึง 36 คดี
ด้านนายตระกูล กล่าวว่า การให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายแก่ประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญ ตนเชื่อว่าข้อตกลงในวันนี้ระหว่างอัยการสูงสุด และกกต. จะนำไปสู่ความสำเร็จที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายอย่างแท้จริง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายในพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง



