ข่าว

‘ไทยตอนบน’มีฝนตกหนัก!

‘ไทยตอนบน’มีฝนตกหนัก!

25 ก.ย. 2557

อุตุฯเตือนไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง ‘เหนือ-อีสาน’ ฝนร้อยละ70 ของพื้นที่ ด้านจ.ตาก น้ำป่าไหลหลากท่วมถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง

 
                 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 25 กันยายน 2557 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนอยู่ในเกณฑ์เกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกปานกลางถึงหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา สุรินทร์ และศรีสะเกษ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังปริมาณฝนที่ตกสะสมในช่วงนี้ไว้ด้วย
 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
 
                 ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา สุรินทร์ และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                 ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                 ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
 
                 ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
 
                 ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
 
                 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
 
ตาก - ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากท่วมถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง
 
 
                 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 25 กันยายน 2557 ได้เกิดฝนตกติดต่อหลายชั่วโมง จนเกิดน้ำป่าไหลหลากจากดอยนางแก้วลงสู่ถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง บริเวณหน้าวัดดอนเจดีย์ หมู 7 และบริเวณหน้าร้านคาร์แคร์ซอโอ หมู่บ้าน 15 ต.ช่องแค อ.พบพระ จ.ตาก โดยกระแสน้ำค่อนข้างรุนแรงและไหลเชี่ยวมาก ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านสัญจรไปมาได้ และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลพบพระ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือ โดยใช้กระสอบทรายปิดกั้นเส้นทางน้ำ ทำให้กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากชะลอความรุนแรงลง ขณะที่รถยนต์สามารถผ่านไปมาได้ในช่องจราจรเพียงช่องเดียว สำหรับฝนที่ตกลงมาครั้งนี้ ทำให้น้ำบางส่วนท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ต่ำหลายหลังคา โดยที่ประชาชนไม่ได้คาดคะเนมาก่อน
 
                 นางรติฬส มีคำแหง หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก กล่าวว่า  ระหว่างวันที่ 25-26 ก.ย.อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ภาคเหนือ บริเวณ จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และศรีสะเกษ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวให้ระมัดระวัง และขอให้ติดตามข้อมูล ศภช. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
 
 
ศภช. เตือน 9 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคนถล่ม 25-26 ก.ย.
 
 
                 เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 25-26 ก.ย. 57 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ภาคเหนือ บริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.อุตรดิตถ์ และ จ.เพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.เลย จ.ชัยภูมิ จ.นครราชสีมา และ จ.ศรีสะเกษ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระมัดระวัง หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
 
 
อุตรดิตถ์ - น้ำป่าพัดโรงเพาะกล้าไม้โครงการพระราชดำริฯ
 
 
                 วันที่ 25 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านตำบลนางพญา เข้าช่วยเจ้าหน้าที่ หลังโรงเพาะชำตามโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่ง ขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ ต.บางนางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ได้รับความเสียหายหลังจากถูกน้ำป่าไหล หลากท่วมโรงเพาะชำดังกล่าวเสียหาย กระแสน้ำไหลแรงและเชี่ยว พัดกล้าไม้ที่เพาะไว้ เพื่อแจกชาวบ้านกว่า 4 หมื่นกล้า สภาพโรงเพาะชำถูกดินโคลนทับถมเสียหายในรอบ 20 ปี ผ่านมาเกือบ 1 เดือนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ
 
                 นายประสาน เอียดสังข์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักสะสมนานกว่า 12 ชั่วโมง ท้องที่ ต.นางพญา ที่ตั้งของโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา วัดปริมาณน้ำฝนได้ 139 มิลลิเมตร ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากตามลำห้วยและดินถล่มจากภูเขา กระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรงมาก ต้นไม้ใหญ่หักโค่น ขวางทางน้ำ ไหลทะลักเข้าท่วม โรงเรือนเพาะชำ กล้าไม้ทั้งสิ้น 44  แปลง ๆละ 1,200 กล้า มีกล้าไม้ที่เจ้าหน้าที่เพาะใส่ถุงดำ จำนวน 11 ชนิด ประกอบด้วย มะหาด พะยูง ถ่อน แคบิด มะค่าโมง ประดู่ ยางนา เต่าร้าง มะไฟป่า สักทองและสะเดา รวมทำการปลูกเพาะเอาไว้ทั้งหมด 52,800 กล้า น้ำป่าได้พัดและดินโคลนทับถมโรงเพาะชำสงผลให้กล้าไม้เสียหายจำนวน  42,770 กล้า และสามารถฟื้นฟูกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 1 หมื่นกว่ากล้าเท่านั้น
 
                 นายประสาน กล่าวว่า ได้รายงานความเสียหายทั้งหมดให้กับต้นสังกัด จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 เดือนยังไม่มีการเข้ามาตรวจสอบความเสียหายจริงในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือ มีเพียงเจ้าหน้าที่ของโครงการฯและชาวบ้านตำบลนางพญา ได้เข้าช่วยเหลือในการฟื้นสภาพโรงเพาะชำ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลากครั้งที่ รุนแรงในรอบ 20 ปี
 
                 ทั้งนี้โรงเพาะชำ โครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่ง ขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.นางพญา อ.ท่าปลา พื้นที่เพาะกล้าไม้ เพื่อให้การส่งเสริมเพาะพันธุ์กล้าไม้และแจกจ่ายให้กับราษฎรในโครงการนำไปปลูก กล้าไม้ที่ใช้จะต้องมีอายุถึง  2 ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ลดการทำลายป่าไม้ ไม่ทำไร่เลื่อนลอย ไม่บุกรุกป่า จึงวิงวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูและเยียวยา
 
 
สุราษฏร์ธานี-น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนในเขตบ้านส้อง
 
 
                 เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 ก.ย.57 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำป่าไหลทะลัก จากเทือกเขาในเขตอุยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น บ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบ้านสวนกล้วย หมู่ที่ 17 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ ชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือน ต้องเร่งอพยพทรัพย์สินหนีน้ำกันอย่างโกลาหล โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วในรอบ 1 เดือน ที่เกิดน้ำป่าไหลทะลักอย่างรุนแรง