
'บิ๊กตู่'ปะทะคารม'เจ๊ยุ'ยันเร่งคดีฆ่า2ฝรั่ง
25 ก.ย. 2557
'ประยุทธ์' เดือด ปะทะคารม 'เจ๊ยุ' ยันกวดขันเจ้าหน้าที่เช้า-เย็น เร่งจับกุมฆ่า 2 ฝรั่งที่เกาะเต่า สุดท้ายจบหวาน 'นายกฯ' ยกมือไหว้ 'พี่ขอโทษ ไม่ได้เสียงดัง'
25 ก.ย. 57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมคนร้ายฆ่า 2 ฝรั่งนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยเฉพาะนิตยสารไทม์ ออกมาโจมตีถึงกระบวนการยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อก็อย่าไปช่วยเขาโจมตี เราก็รู้อยู่ว่า เรื่องนี้คงไม่ง่ายหนัก เพราะเป็นพื้นที่เกาะ และใช้เรือ ระหว่างวัน มีคนสัญจรไปมา 3-4 พันคน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตามทั้งหมด ซึ่งมันจะต้องรู้ให้ได้ เดี๋ยวจะต้องรู้ ถ้าเร่งรัดมากๆ จะผิดตัว และมีปัญหา ตอนนี้เราใช้ทั้งนิติวิทยาศาสตร์ จะเห็นได้ว่า จะจับแพะไม่ได้ เมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่ ก็ไม่ใช่ ตอนนี้มีหลายคดี ที่ยังจับผู้ร้ายไม่ได้ แต่คดีนี้ เราพยายามกวดขันทุกวัน ทุกเช้าจะต้องรายงาน คดีอื่นตนไม่ได้ไปกวดขันเลย ตอนนี้เจ้าหน้าที่เต้นกันผางๆ หมด
"ปัญหาอยู่ที่ความยากง่ายของคดี ว่าเป็นอย่างไร เพราะการกระทำความผิด คนก็รู้ว่าจะต้องสอบจากอะไร ก็กันตัวเองได้ ซึ่งเราจะต้องไปแก้ตรงนั้นให้ได้ นิตยสารต่างประเทศพูดอะไรมา ก็อย่าไปขยายความให้เขา เพราะประเทศชาติมันเสียหาย เราก็จะต้องมาแก้ของเรา ถ้าเราไม่แก้กันเอง ใครจะมาแก้ นิตยสารไทม์จะมาแก้ให้หรือไม่ ถ้าเราไปคล้อยตามเขาอีก จะทำอย่างไร แสดงว่าท่านไม่ได้เป็นผู้สื่อข่าวไทยหรือ วันนี้ชอบไปรับอำนาจคนอื่น ตำรวจมี 4 แสนกว่าคน ท่านบอกว่า ตำรวจไม่ได้เรื่อง ตนถามว่า จะมีกำลังใจทำงานหรือไม่ คดีอื่นๆ อีกเท่าไหร่ เฉพาะคดีนี้คดีเดียว ทั้งกรมตำรวจเสียหายทั้งกรมตำรวจเลยหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่ พูดอะไรจะต้องให้เกียรติคนที่ทำงานบ้าง คนทำงานดีก็มี คนไม่ดีมันก็มี ตนไม่ได้ปกป้องคนไม่ดี ถ้าเราไปทำองค์กรให้เสียหาย ต่อไปเขาจะทำงานหรือไม่ เรากำลังจะพัฒนาปรุงปรุงแก้ปัญหาปฏิรูป ก็จะแก้ปฏิรูปตำรวจ ก็บอกว่าไม่สำเร็จ ก็มาดูถูกกันตั้งวันแรก คนไทยดูถูกคนไทยด้วยกัน แล้วมันจะทำอะไรสำเร็จ"
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สื่อมวลชนก็มีความหวังดีต่อประเทศชาติเหมือนกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วิธีการของสื่อ พูดให้ดีกว่านี้หน่อย ตนรับไม่ได้ ตนรับไม่ได้ตรงที่ท่านมองดูถูกคนไปหมดแบบนี้ไม่ได้ เขาเป็นตำรวจมา 30 ปี ป้า (นางยุวดี ธัญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส) เคยไปสอบสวนใครเหมือนที่ตำรวจทำหรือไม่ เคยไปเรียนที่สกอตแลนด์ยาร์ด หรือ เอฟบีไอ ถ้ามองคนแบบนี้ อยู่กันไม่ได้ ทะเลาะกันแบบเดิม
นางยุวดี จึงกล่าวต่อว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรี ไม่เอาการเมืองเข้าไปแทรกแซงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเมืองตรงไหน นางยุวดี จึงตอบว่า ผบ.ตร.คนใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนกลับว่า เขาเป็นใคร นางยุวดี ก็ระบุว่า ก็เดินตามก้นนักการเมืองมาตลอดชีวิต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันก็เดินตามตูดทุกคน ตนเห็น ป้า (นางยุวดี) ก็เดินตามเขา นางยุวดี จึงตอบว่า เป็นแค่นักข่าว ไม่เคยตามใคร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เห็นว่าตามเขา เป็นนักข่าวก็ตามไง
นางยุวดี กล่าวต่อว่า บอกว่า นายกรัฐมนตรี จะต้องมีปรับตัว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็จะต้องปรับทั้งสองฝ่าย ปรับให้ตนด้วย อย่าให้ตนปรับคนเดียว วันนี้ตนยังไม่ได้โมโหเลย ถ้าโมโหแรงกว่านี้
เมื่อถามถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ประเทศอินโดนีเซียจับกุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้พยายามช่วยเหลือให้ได้กลับประเทศทุกคน โดยเป็นการพูดคุยกันระหว่าง 2 ประเทศ เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของประเทศ เมื่อกระทำความผิดของบ้านเขา อยู่ดีๆ จะไปเอาคนมีความผิดในบ้านเขากลับมามันง่ายหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีคดีความ 2-3 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวจบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวติดตลกว่า วันนี้อยากจะโดนอะไรอีก แค่นี้ก็พูดเล่น ยังจะไปเขียนตลกอยู่นั่น หลังจากนั้นได้ยกมือไหว้ นางยุวดี พร้อมกล่าวว่า "พี่ขอโทษ ไม่ได้เสียงดัง" ทำให้ นางยุวดี บอกว่า ขอให้นายกรัฐมนตรี ใจเย็นๆ นายกรัฐมนตรี จึงตอบกลับมาว่า โอ้ยนี่เย็นสุดแล้ว ผมไม่โกรธ
นางยุวดี จึงกล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ให้เกียรตินายกรัฐมนตรี ตลอด นายกรัฐมนตรี เลยตอบพร้อมกับยิ้มว่า "ขอบคุณมากเลย รู้ว่าให้เกียรติผม ไม่ได้มีอะไร เพียงแต่ว่า บางครั้งต้องทบทวนว่าเขียนแบบนี้ จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ถ้าไม่ได้ประโยชน์ อย่าไปทำเลย และยิ่งไปขยายความต่างประเทศ เหมือนกับเราไปเข้าทางเขาหมด เพราะเขาต้องการดิสเครดิตเราอยู่แล้ว"
26 ก.ย.ได้ข้อยุติคัดเลือก สปช. 250 คน ทูลเกล้าฯ 2 ต.ค.นี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสมาชิก สปช. ว่า พรุ่งนี้ (26 ก.ย.) จะมีการประชุม เพื่อทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ต.ค. โดยจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ยืนยันว่า การดำเนินการไม่ได้มีการล็อกสเปก อยากถามว่า จะล็อกสเปก เพื่ออะไร ตนจะได้อะไร เพื่ออำนาจ เพื่ออะไร อำนาจตนก็มีอยู่แล้ว ทำไมจะต้องหาอำนาจเพิ่มอีก ตนต้องการปฏิรูป ดังนั้นคนที่สมัครเข้ามา มีประมาณ 7 พันกว่าคน และคณะกรรมการคัดสรร ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 77 คน คัดเลือกให้เหลือ 550 คน ก่อนที่จะคัดเลือกเข้ามา 173 คน โดยตนให้จัดเรียงลำดับอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ตามคุณสมบัติ ก่อนที่พูดคุยกันในที่ประชุม คสช. ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กำหนดไว้ ส่วนอีก 385 คน จะคัดเลือกให้เหลือ 77 คน ที่มาจากจังหวัดละ 5 คน หลังจากนั้นก็จะเลือกให้เหลือเพียงจังหวัดละ 1 คน เมื่อได้ครบ 250 คนแล้ว ก็จะมารวมกัน จะไม่มีการแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะไปประชุม เพื่อเลือกประธาน สปช. และรองประธาน สปช. ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) จะยุติ หลังจากนั้นจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เหมือนกับการดำเนินการของ สนช.
คาดโทษสั่งย้ายจนท.หากผิด ปมบ่อนขอนแก่น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงปัญหาขัดแย้งระหว่างทหาร-ตำรวจ กรณีการจับกุมพนันบ่อนขอนแก่น ว่า มันมีปัญหาเรื่องเดียว หากยุ่งยากมาก เดี๋ยวก็จะย้ายกันให้หมด ถ้าผิดไม่ทำหน้าที่ ก็ถูกย้ายอยู่แล้ว จะไปกังวลอะไร เรื่องเป็นพันเรื่อง ไม่ใช่ทำเรื่องบ่อนเรื่องเดียว ปลูกป่าก็ทำ เอาเรื่องเล็กๆ มาเป็นเรื่องทั้งหมด หัวจะแตกอยู่แล้ว ยังจะมายั่วอารมณ์อีก
ยังจัดรายการ 'คืนความสุข' ทุกวันศุกร์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการจัดรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติว่า วันนี้ขอเพียงว่าในช่วงเวลา 18.00 น. รายการเดินหน้าประเทศไทย ให้โอกาสทางกระทรวง ทบวง กรม ได้ชี้แจง ว่าทำอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้น ก็จะไม่รู้ว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว ที่ผ่านมา ข้าราชการไม่มีโอกาสได้พูด ดังนั้นวันนี้ ต้องเปิดโลกทัศน์สังคมได้เรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ประชาชนจะต้องฟังว่ารัฐทำอะไร จะได้ตั้งหลักถูก แต่ไม่ใช่การทะเลาะเบาะแวง หรือมาตอบโต้กัน จะต้องช่วยกันคิด และสื่อสารกัน 2 ทาง โดยใช้เวลาแค่ 15 นาที นอกจากนี้ ตนเป็นห่วงเรื่องละครที่วันนี้มีกระแสกลับมาเยอะ โดยไม่ได้เกี่ยวกับที่ตนไปพูดในรายการคืนความสุขฯ แต่เป็นเรื่องละครที่มีผลต่อเด็ก ที่จะต้องไปช่วยกันคิด เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ส่วนรายการคืนความสุข ยังออกอากาศเหมือนเดิม ยังไม่มีการขยายเวลา เพราะคงเบื่อกันแย่ ตนยังเบื่อหน้าตัวเองเลย ดังนั้นวันศุกร์วันเดียวพอ วันๆ ก็พูดเยอะแล้ว เดี๋ยวจะไปหากินทางพูด แต่พูดมากเดี๋ยวจะทำไม่ทัน พูดด้วยทำด้วย ปวดหัว
ส่ง 'ประวิตร-อุดมเดช' ติดตามดับไฟใต้สัปดาห์หน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และรองผู้บัญชาการทหารบก สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งตนได้ให้แนวทางไว้หมดแล้ว ถ้าวันนี้ทำอะไรแล้วมีความก้าวหน้า ก็จะต้องแรงสู้ เราถือเป็นเรื่องธรรมดา นี่คือการสู้รบแบบไม่เปิด แต่วันนี้เป็นการสู้รบเชิงแย่งชิงประชาชนกลับมา เราก็จะต้องมีการพัฒนาในการตั้งงบประมาณ แต่กว่างบประมาณจะออก บางทีก็ช้าไป แต่ฝั่งปฏิบัติการก่อเหตุ สิ่งที่เราได้เตรียมก็จะกลับไปหมด เพราะประชาชนเกิดความกลัว ดังนั้นเราอย่าไปโฆษณาให้กลุ่มก่อความไม่สงบ วันนี้เขาพยายามต้องการเปิดพื้นที่สื่อในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความรุนแรงให้มันเกิดขึ้น รัฐจะต้องใช้กำลังเด็ดขาดเข้าไปกวาดล้างเต็มรูปแบบปะทะกันทั้งตำรวจ หมู่บ้าน เมื่อนั้นเสียดินแดน ซึ่งเรายอมไม่ได้
เมื่อถามถึงการตั้งคณะกรรมการพูดคุยสันติสุข พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะต้องไปพูดคุยกันผู้นำประเทศมาเลเซีย แต่ขณะนี้เป็นเรื่องของรายละเอียดของคณะทำงาน โดยจะต้องทำให้มีขั้นตอน ซึ่งตนจะพูดคุยกับผู้เห็นต่าง ไม่อยากเอ่ยชื่อใครให้เสียหาย วันนี้ทุกอย่างจะต้องเดินตามกฎหมายระหว่างประเทศด้วย ถ้าเราไปเปิดพื้นที่ให้มากๆ อาจจะทำให้เสียหาย ความน่าเชื่อก็จะไม่ได้เกิด แทนที่ต่างชาติจะเข้าใจ ในประเทศไทยยังเป็นแบบนี้ ส่วนการพูดคุยจะเป็น นายฮัสซัน ตอยิบ หรือไม่นั้น ตนจะไม่พูดว่าเป็นกลุ่มไหน เพราะมีหลายกลุ่ม ที่มีขีดความสามารถในการสร้างเรื่อง แม้แต่กลุ่มเล็ก ก็ต้องการมีศักดิ์ศรีเหมือนกับกลุ่มใหญ่ ทั้งนี้คิดว่าปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มดีขึ้น เพราะวันนี้โอไอซี ก็ไม่ได้ไปพูดให้ไทยเสียหาย วันนี้เข้าใจทุกอย่าง และประเทศมุสลิม ก็เข้าใจว่าเราทำได้ดีอยู่แล้ว ก็ขอให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม และไม่ใช้มาตรการรุนแรง เราทำได้แค่เพียงอำนาจทางกฎหมาย คดีกฎหมาย เมื่อจับมาแล้ว อาจจะช้าในการดำเนินการของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขทั้งระบบอยู่
ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำชับ 9 นโยบายขับเคลื่อนประเทศ สั่งห้ามทุจริต
พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือเทียบเท่าปลัดกระทรวงประจำเดือน ก.ย.ว่า วันนี้ทุกกระทรวงได้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด เพราะต้องการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า โดยจะมีการประชุมทุกเดือน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี มาให้แนวทางในการทำงาน โดยรัฐบาลจะเป็นคนกำหนดนโยบาย ส่วนผู้ที่ขับเคลื่อนคือรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ส่วนผู้ปฏิบัติงานคือกรทะรวง ทบวง กรม เพื่อหารือในแต่ละนโยบายที่ได้กำหนดไว้ 9 นโยบายหลักจะเดินหน้าอย่างไร โดยได้กำชับว่าจะต้องกำหนดความเร่งด่วนให้ได้ทันเรื่องการทำจริง ทำทันที และให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 1 ปี นอกจากนี้เตรียมการสิ่งที่ยังไม่ได้เสร็จจะต้องทำให้ยั่งยืน รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณทีได้จัดสรรไปแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานที่ได้กำหนดไว้ โดยมีกรอบของความเร่งด่วน ปานกลาง และ ระยะยาว ทั้งนี้ยอมรับว่าบางปัญหาสามารถแก้ไขได้ง่าย แต่ที่จะต้องใช้ระยะเวลาจะต้องทำให้สำเร็จภายในปีนี้ และต้องวางรากฐานในปีต่อไปให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้มีการเน้นย้ำการบูรณาการ โดยมีกลุ่มงานหลายงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง โดยตนได้จัดกลุ่มงานที่ใกล้เคียงมาอยู่ด้วยกัน โดยครั้งหน้าจะต้องหางานหลักๆ มารายงานว่าทำได้แค่ไหน และมีปัญหาอะไร จะให้รัฐบาลช่วยตรงไหนก็ต้องว่ามา คล้ายๆ กับว่าเป็นการทำงาน 2 ทาง คือ 1. การขับเคลื่อนรัฐมนตรี และ 2. ประสานงานให้กับคณะรัฐมนตรี ในฐานะให้หัวหน่วยปฏิบัติสนองนโยบาย ตนเป็นตัวกลางเพื่อทำให้งานได้เร็วขึ้น ส่วนการเข้าพบของ ม.ล.ปริดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี นั้น เป็นการนำแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเข้าในที่ประชุม ครม. ขอใช้งบประมาณปี 2557 ที่ค้างอยู่ประมาณแสนกว่าล้านบาท ที่ยังไม่ได้ดำเนินการเพราะติดปัญหาข้อขัดแย้ง มารวมกับงบประมาณปี 2558 ที่ได้วางเอาไว้ ไตรมาสแรกทุก 3 เดือน จะแบ่งว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ เพื่อให้เม็ดเงินในปี 2558 อยู่ในทุกระดับเพื่อให้เร่งรัดจับจ่ายการซื้อขาย หรือการลงทุน โดยจะทำไปพร้อมๆ กัน โดยจะมีเงินทั้ง 2 ส่วนในการขับเคลื่อนซึ่งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า จะพยายามนำงบประมาณมาใช้จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ทั้งการซ่อมแซม การก่อสร้าง และไปดูในเรื่องของการส่งออก การปรับปรุงคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีอยู่เพื่อให้ค้าขายให้ได้มากขึ้น ส่วนเรื่องการจัดประชุมสัมมนานั้นจะต้องเป็นการประชุมสัมมนาที่เกิดผลสัมฤทธิ์และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ว่าจะต่างคนต่างสัมมนากันไปเรื่อยๆ โดยจะให้สัมมนาในพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อให้ธุรกิจการบริการ โรงแรม ค่าเช่าของการสัมมนา ถ้ามาใช้ในไตรมาสแรกจะได้ขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการใช้สอยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในตลาด หากรัฐไม่ช่วยผลักดันจะทำให้ธุรกิจนิ่ง ส่วนการส่งออกขนาดใหญ่จะต้องไปว่ากัน นอกจากนี้จะต้องเดินหน้าแก้กฎหมายไทยให้ทันสมัยเป็นสากล บางอย่างยังไม่เป็นสากล เพราะบางอย่างติดในเรื่องภาษี ทำให้เกิดการลงทุน หรือแก้ไขตรงนี้ได้จะมีประเทศในอาเซียน หรือ เอเชียกลาง ก็พร้อมจะเดินทางมาลงทุน ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะดีขึ้น แต่ดีไม่ดีไม่ใช่เพราะตนหรือรัฐบาล แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจโลก ตนไม่ได้สั่งการตามที่สื่อถาม แต่ต้องมีข้อมูลจากกระทรวงต่างๆ หรือการประเมินสถานการณ์ตัวเลยต่างๆ ก่อนที่จะอนุมัติ ไม่ใช่ว่ามีเงินงบประมาณ 2.5 แสนล้านบาท แล้วชักเอาใส่กระเป๋าซ้าย ใครอยากได้เอาไป มันไม่ใช่ เงินซักสลึงหนึ่งตนก็ไม่เห็น ตนเซ็นแต่หนังสือทั้งหมด ไม่เคยเห็นเงิน แต่ขั้นตอนก็ไปสำรวจว่าใครทุจริต ผมได้สั่งย้ำทุกเรื่องว่าทุจริตไม่ได้ ต้องลงโทษกัน
ชี้ หารือทางออกพลังงาน 100 ครั้งก็ไม่จบ หากยังเห็นต่างคนละทาง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน ว่า มีหลายกลุ่ม และไม่ฟังกันเลย มันจะจบกันอย่าง เป็น 100 ครั้งก็ไม่จบ อย่าไปคิดว่ามีการหารือกันแล้ว 2 ครั้งจะจบ เพราะเรื่องนี้มันฝังชิปไปในหัวกันหมดแล้ว ส่วนเรื่องนี้จะทำให้เกิดความเสียหายกับ ปตท.ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐอย่างไรนั้น เรื่องนี้ตนรู้แล้ว แต่ถ้าตนไปพูดก็จะหาว่าไปเข้าข้าง ปตท. ส่วนทางฝั่งโน้นก็จะมาเล่นงาน มันก็จะไม่จบกันเสียที ดังนั้นจะต้องไปคุยกันให้รู้เรื่อง ตนบอกทางนี้ให้ไปพูดเรื่องอะไร แต่ทางโน้นก็ไม่ฟัง โดยตั้งโจทย์ให้เขา ก็ไม่ยอมฟังกัน



