ข่าว

คสช.ปัดหมายหัวนักวิชาการ

คสช.ปัดหมายหัวนักวิชาการ

24 ก.ย. 2557

'คสช.' ปัด ห้ามจัดเสวนา แค่ขอดูรายละเอียด หวั่นเกิดความขัดแย้งในสังคม ยัน ไม่มีหมายหัวนักวิชาการ แค่เรียกตัวปรับทัศนคติ

 
                            24 ก.ย. 57  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งได้เข้ารับรางวัลช่อสะอาด ที่สำนักงาน ป.ป.ช.จัดขึ้น และให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารเข้าควบคุม และห้ามจัดประชุมเสวนาต่างๆ ของบรรดานักวิชาการ ว่า เนื่องจากตอนนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเวลาพิเศษ จึงอยากให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ส่งผลในเชิงบวก ซึ่งการดำเนินการทางวิชาการในหน่วยงานอื่นๆ ก็เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่บางองค์กรอาจแตกต่างกัน จึงอยากทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเสวนา ว่าเป็นเรื่องอะไร สังคมจะได้อะไร ผู้เข้าร่วมจะได้อะไร และผู้ที่เข้าร่วม รวมถึงวิทยากรคือใคร เพื่อจะได้มีรายละเอียดชัดเจน เวลาคนที่มีความกังวลมองเข้ามา จะได้ไม่มองว่าเป็นกลุ่มนี้จัดเรื่องของการเมืองอีกแล้ว ซึ่งมันจะไม่จบสิ้น จึงอยากให้มีการแลกเปลี่ยนรายละเอียดกันให้มากที่สุด โดยการให้ คสช.พิจารณา ว่าเนื้อหามีความเหมาะสมหรือไม่ 
 
                            พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า เกณฑ์ในการพิจารณาเนื้อหา หรือหัวข้อของการเสวนานั้น มองในภาพรวมไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งของฝ่ายต่างๆ แต่ต้องการให้เกิดการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนในเชิงวิชาการออกมาในทางสร้างสรรค์ อาจจะมีความคิดเห็นแตกต่าง แต่เชื่อว่า สามารถนำเสนอออกมาในเชิงสร้างสรรค์ได้ ในบางครั้งไม่สามารถนำคำพูดใดๆ มาล็อกตายตัว ซึ่งตนมองว่า นักวิชาการ และผู้มีวุฒิภาวะจะเข้าใจ เหมือนกับสื่อที่ขอความร่วมมือในการนำเสนออย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีข้อขัดแย้ง วันนี้เห็นว่า สื่อไม่มีอาการเกร็งเหมือนวันแรกที่ คสช.ได้ออกระเบียบ สื่อก็ยังนำเสนอได้ปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ แสดงว่าสื่อเอง ก็เป็นองค์กรที่มีวุฒิภาวะที่จะเข้าใจเจตนารมณ์ของ คสช.  
 
                            เมื่อถามว่า การที่ยังมีงานเสวนาเช่นนี้ แสดงว่านักวิชาการยังไม่มีความเข้าใจ หรือไม่มีวุฒิภาวะหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ใช่ว่านักวิชาการไม่เข้าใจ ถ้ามองตามความเข้าใจของนักวิชาการเหล่านั้น คือ ห้ามมีการเสวนาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แสดงว่าท่านยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หากติดตามดูให้ดี นักวิชาการกลุ่มที่ถูกเชิญตัวไปบันทึกข้อตกลง คือ 1. อยากมีการแลกเปลี่ยนที่มากกว่านี้ 2. ถ้ามีการจัดเสวนา อยากให้มีการกำหนดจำนวนผู้เข้าไปมีส่วนร่วมเข้าฟัง หรืออยู่ในวงเสวนาด้วย เนื่องจากหากมีผู้เข้าร่วมเสวนา หรือผู้ไม่หวังดี ตั้งคำถามพาดพิงถึงบุคคลอื่น หรือองค์กรอื่น ตนมองว่าไม่เหมาะสม ซึ่งมันอาจจะเข้าข่ายการเสวนาทางการเมือง เมื่อรู้เช่นนั้น เจ้าหน้าที่อาจจะระงับ บุคคลที่จะตั้งคำถาม อาจจะเกิดความเข้าใจผิดในการเสวนาด้วย ซึ่งคนภายนอกที่ไม่ได้รับการประสานโดยตรง อาจจะเข้าใจว่า คสช.ห้าม 
 
                            เมื่อถามว่า สื่อมวชนสามารถสัมภาษณ์นักวิชาการ ได้หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ทุกวันนี้ สื่อมวลชนยังมีการสัมภาษณ์นักวิชาการในลักษณะเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องใช้ดุลยพินิจ ว่า คำถามนั้นจะนำไปสู่อะไร เพราะทุกคำถามมีความหมาย จึงต้องมองจากองค์ประกอบที่แท้จริง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น จะมีการนำเข้าที่ประชุม คสช.หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คงต้องรอการประชุม คสช.ในวันที่ 7 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนระงับ หรือยุติการเสวนาใดๆ ที่เกิดขึ้น และเห็นว่าเข้าข่ายไม่เหมาะสม ก็อยากให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มากกว่า ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจ และทหาร
 
                            "ช่วงนี้เป็นช่วงที่ละเอียดอ่อน เจ้าหน้าที่ต้องมีความระมัดระวัง ไม่ใช่ไปสะกิดประเด็นก่อน เดี๋ยวสังคมจะมองว่าจุกจิก"
 
                            นอกจากนี้ พ.อ.วินธัย ยังระบุด้วยว่า คสช.ไม่ได้มีการหมายหัวนักวิชาการกลุ่มใดทั้งสิ้น รวมถึงการเรียกตัวไปปรับทัศนคติ ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ที่ต้องดูแล จะไม่เหมือนกับช่วงแรกที่ส่วนกลางเข้ามาดูแล