ข่าว

'ยะใส'แนะขรก.นั่งรมต.เลือกตำแหน่ง!

'ยะใส'แนะขรก.นั่งรมต.เลือกตำแหน่ง!

24 ก.ย. 2557

'สุริยะใส' จี้ ขรก.ประจำนั่งเก้าอี้ รมต. เลือกตำแหน่งทำหน้าที่ หวั่นเกิดปมผลประโยชน์ขัดกัน กระทบปฏิรูปเรื่องทุจริต ชี้ปม 'รบ.ทักษิณ' ล้ม เพราะผลประโยชน์ทับซ้อน

 
                            24 ก.ย. 57  นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนกังวลในประเด็นที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ต่ออายุราชการให้แก่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อีก 1 ปี จะกลายเป็นปัญหาต่อรัฐบาลในระยะยาว รวมถึงการแต่งตั้งให้บุคคลที่มีตำแหน่งข้าราชการประจำ เช่น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ , นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น แม้จะแต่งตั้งด้วยความตั้งใจดี แต่ทำให้เกิดความกังวลว่า การแต่งตั้งบุคคลซ้อนตำแหน่ง จะกลายเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองในอนาคต และเสี่ยงต่อการมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้ อย่างประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา อาทิ รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ล้มไปเพราะข้อหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
 
                            "ข้าราชการที่เป็นฝ่ายนำเสนอโครงการ นโยบาย ต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ คือ รัฐมนตรี หากเป็นคนๆ เดียวกัน อาจถูกตั้งคำถามได้ว่า ใครจะเป็นผู้ถ่วงดุล หรือตรวจสอบ ใครจะเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งนี้ผมไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นการให้ประโยชน์ต่างตอบแทนที่ ครม.ต่ออายุราชการให้นายอาคม เพราะนายอาคม ถือว่าทำงานมากับหลายรัฐบาล แต่กรณีที่ต่ออายุราชการให้ข้าราชการประจำ และยังให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีก หากเป็นรัฐบาลในสถานการณ์ปกติ จะไม่กล้าทำ และแม้อยู่ในสถานการณ์รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติยิ่งไม่ควรทำ"
 
                            นายสุริยะใส กล่าวด้วยว่า ข้าราชการประจำ ที่มีตำแหน่งรัฐมนตรี ควรพิจารณาทบทวนการดำรงตำแหน่ง โดยตัดสินใจให้ชัดเจนว่าทำหน้าที่ใด ไม่เช่นนั้น ประเด็นที่สังคมกังวลเรื่องผลประโยชน์ที่ขัดกัน อาจสร้างผลกระทบไปยังการปฏิรูปประเทศในประเด็นการขจัดการทุจริตในส่วนของผลประโยชน์ที่ขัดกันได้ และหากทำให้ประชาชนคลางแคลงใจแล้ว อาจจะเกิดความไม่มั่นใจว่า คสช.จะนำไปสู่การปฏิรูป หรือสิ่งที่ดีกว่า ได้หรือไม่ ดังนั้น คสช.ต้องตระหนักเรื่องดังกล่าวให้ดี
 
 
 
 
ชี้ ขรก.ร่วมมีมติ ครม.ต่ออายุตัวเอง ไม่เหมาะสม
 
 
                            นายอุดม ทุมโฆสิต อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึง ในกรณีที่มีการต่ออายุราชการของข้าราชการประจำ โดยผู้ที่ได้รับการต่ออายุร่วมมีมติ ครม.ด้วย ว่า แม้การที่ข้าราชการประจำ จะส่งเรื่องให้ผู้บริหาร หรือผู้บังคับบัญชาให้ต่ออายุราชการของตนเอง การเสนอเรื่องให้พิจารณาทำได้ แต่ไม่เหมาะสม หากจะเข้าร่วมเพื่อลงมติต่ออายุราชการให้ตนเอง โดยตามระเบียบ ก.พ.อาจจะไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน แต่คาดว่า หากเกิดกรณีนี้ขึ้น ต้องไปดูกฎหมายของหน่วยงานอื่นประกอบ โดยเฉพาะประเด็นของจริยธรรม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าผิดจริยธรรมหรือไม่ โดยส่วนตัวมองว่า หากไปร่วมลงมติ ถือว่าผิด และไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม เรื่องจริยธรรม คุณธรรม และความซื่อสัตย์ ถือว่ารัฐบาลต้องตระหนัก และทำให้เป็นตัวอย่าง เพื่อไม่ให้มีประเด็นของผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นเข้ามาได้
 
                            "เรื่องนี้จะทำให้เป็นผลลบต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน แม้ว่าการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ หรือผลประโยชน์ทับซ้อน จะไม่เกิด แต่ไม่มีหลักประกันว่า เรื่องนี้ในอนคตจะไม่เกิดขึ้น รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง เพื่อสะท้อนให้เห็นความมีคุณภาพสูงต่อการทำหน้าที่ ไม่ใช่เข้ามาแล้วฉวยโอกาสในการทำเรื่องต่างๆ ขณะที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่ทำกัน และเชื่อว่า ในการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังมีคนดี หรือคนอื่นเข้ามาทำงานได้อีก"