ข่าว

โหวตโนในสกอตแลนด์

โหวตโนในสกอตแลนด์

24 ก.ย. 2557

โหวตโนในสกอตแลนด์ : จันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

                ในอดีตสกอตแลนด์เคยเป็นรัฐเอกราช แต่ภายหลังการต่อสู้กับอังกฤษเป็นเวลายาวนาน สกอตแลนด์ก็เข้ารวมกับอังกฤษใน ค.ศ.1603 และพระเจ้าเจมส์ ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ก็ยังได้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์อังกฤษด้วย และทั้งสองรัฐก็รวมเป็นประเทศเดียวกัน ในสมัยที่โอลิเวอร์ ครอมเวล ตั้งตนเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักร ใน ค.ศ.1653 แต่ก็แยกกันในเวลาต่อมา จนกระทั่งถึง ค.ศ.1707 จึงกลับมารวมกันเป็นสหราชอาณาจักร ใน ค.ศ.1801 จึงได้ผนวกไอร์แลนด์เข้าเป็นสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ จนกระทั่ง ค.ศ.1922 ไอร์แลนด์ส่วนหนึ่งก็แยกตัวเป็นเอกราช

                แนวคิดเรื่องการแยกประเทศของสกอตแลนด์ เริ่มขึ้นในทศวรรษ 1920 เช่นกัน โดยพรรคแรงงานเป็นผู้จุดประกาย และพรรคประชาชนสกอตแลนด์ ซึ่งก่อตั้งใน ค.ศ.1934 สืบสานความคิดต่อมา จนกระทั่งทศวรรษ 1960 จึงเกิดการเรียกร้องการปกครองตนเองของชาวสกอตแลนด์ ในทศวรรษ 1970 รัฐสภาอังกฤษจึงผ่านพระราชบัญญัติกระจายอำนาจแก่สกอตแลนด์

                กระแสของการแยกประเทศ เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อรัฐสภาสกอตแลนด์เสนอให้มีการลงประชามติเรื่องนี้ ใน ค.ศ.1979 แต่มีผู้ลงคะแนนให้แยกตัวเพียงร้อยละ 40 แต่ความพยายามในการแยกประเทศและการปกครองตนเองของสกอตแลนด์ก็ยังคงดำเนินสืบมาอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013 รัฐสภาสกอตแลนด์ได้ผ่านพระราชบัญญัติการลงประชามติครั้งใหม่ พร้อมทั้งได้มีการทำความตกลงกับรัฐบาลอังกฤษ รวมทั้งสหภาพยุโรป เพื่อให้ยินยอมรับผลการลงประชามติที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งให้สิทธิแก่ประชาชนของสหภาพยุโรปที่อายุ 16 ปี หรือสูงกว่านั้นที่พำนักอยู่ในสกอตแลนด์ มีสิทธิออกเสียงแสดงประชามติด้วย จึงทำให้มีจำนวนประชากรที่มีสิทธิลงคะแนน เป็นจำนวน 3,623,344 ล้านคน

                การลงประชามติซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ปรากฏผลว่ามีผู้ออกเสียงว่าให้แยกประเทศ (Yes) จำนวน 1,617,989 คน หรือ 44.7 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ออกเสียงไม่ให้แยกประเทศ (No) จำนวน 2,001,926 คน หรือ 55.3 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้ออกเสียง 3,619,915 คน คิดเป็นร้อยละ 99.91 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

                มีการวิเคราะห์ถึงผลของการลงประชามติว่า ที่ประชาชนสกอตส่วนใหญ่สมัครใจที่จะอยู่กับอังกฤษต่อไปนั้น เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากการรณรงค์ของฝ่ายแยกประเทศขาดแรงจูงใจที่เพียงพอ นอกจากนี้

                ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินต่าง ๆ ของสกอตแลนด์ ก็มีความวิตกกังวลต่อการแยกตัว เพราะเศรษฐกิจของสกอตแลนด์กับอังกฤษมีความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น การแยกตัวจากอังกฤษจะทำให้สกอตแลนต์ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก

                สำหรับสหภาพยุโรปนั้น หากสกอตแลนด์แยกตัวจากอังกฤษได้ อาจส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในยุโรปที่มีแนวคิดทำนองเดียวกันนี้ เช่น แคว้นบาสก์ แคว้นคาตาลัน ของสเปน และบางรัฐในยุโรปตะวันออก อันอาจจะกลายเป็นปัญหาของสหภาพยุโรปในอนาคต

                แม้ว่าในการลงประชามติแยกประเทศของชาวสกอตแลนด์ในครั้งนี้ จะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่แนวคิดดังกล่าวก็ยังอยู่ในใจของคนสกอตแลนด์เกือบครึ่งประเทศ และนี่ย่อมไม่ใช่ความพยายามแยกประเทศหรือการลงประชามติครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน