ข่าว

'สมชัย'ถามหา'โอ๊ค-ปึ้ง'แจงไปสกอตแลนด์

'สมชัย'ถามหา'โอ๊ค-ปึ้ง'แจงไปสกอตแลนด์

23 ก.ย. 2557

'สมชัย'ถามหา'โอ๊ค-ปึ้ง'แจงไปสกอตแลนด์

               23ก.ย.2557 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ "ประสบการณ์ประชาธิปไตยกับกระบวนการเลือกตั้งและลงประชามติ"ให้กับนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 18 ของสถาบันพระปกเกล้า โดยนายสมชัย ได้มีการกล่าวติดตลกก่อนเริ่มบรรยายว่า จะขอเช็ครายชื่อนักศึกษาที่เข้ารับฟังว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ "โอ๊ค" (บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาหรือไม่เพราะเห็นทั้งสองคนนี้สนใจการที่ตนไปดูงานในต่างประเทศ

               จากนั้น นายสมชัย กล่าวว่า จากการไปศึกษาดูงานการลงประชามติสกอตแลนด์ขอแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนเห็นว่ามีจุดเด่นคือก่อนที่จะมีการทำประชามตินั้น รัฐบาลสกอตแลนด์และกกต.สกอตแลนด์ให้ความรู้แก่ประชาชนก่อนการตัดสินใจและเปิดโอกาสให้เข้าถึงข่าวสารข้อมูลรอบด้านแก่ประชาชนเป็นเวลา 2 ปี มีการให้ถกเถียงกันในทุกมิติประเด็นต่างๆว่าหากแยกเป็นเอกราชแล้วจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งมีเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจว่าเหตุผลที่คนสกอตแลนด์ไม่เลือกแยกเป็นเอกราชนั้น เพราะบรรดาข้าราชการมีความกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินบำนาญหลังจากเกษียณอายุราชการ
      
               นายสมชัย กล่าวต่อว่า จากการไปดูงานครั้งนี้ เรายังได้เห็นมุมมองการทำงานของ กกต.สกอตแลนด์ ว่ามีวิธีการจัดทำประชามติอย่างไร ซึ่งบทบาทของกกต.สกอตแลนด์นั้นจะทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการทำประชามติ เช่น ประโยคที่ใช้ถามว่าสกอตแลนด์จะแยกเป็นเอกราชหรือไม่ซึ่งถูกใช้ในใบโหวตยังต้องผ่านกระบวนการคิดที่พิถีพิถัน กกต.ยังทำหน้าที่ให้คำแนะนำกกต.ท้องถิ่น รวมทั้งออกแบบกรอบการรณรงค์ กำหนดขอบเขตการใช้จ่ายและการบริจาคสนับสุน จนสุดท้ายวิธีการลงคะแนน ที่มี 4 รูปแบบ คือ 1.ถือใบลงคะแนนมาด้วยตนเอง 2.ลงคะแนนทางไปรษณีย์ 3.ลงคะแนนแทนกันได้ และ 4.ลงคะแนนแทนฉุกเฉิน ซึ่งทุกขั้นตอนต้องมีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิก่อน
      
               "สุดท้ายฝ่ายที่ไม่ต้องการแยกเอกราชเป็นผู้ชนะ ผู้แพ้ได้ยอมรับความพ่ายแพ้และระบุว่าจากนี้จะร่วมกันพัฒนาประเทศในฐานะที่เป็นชาติเดียว ไม่มีการประท้วงคัดค้านแต่อย่างใด ส่วนผู้ชนะได้บอกว่าขอขอบคุณที่ชาวสกอตแลนด์ยังอยู่กับอังกฤษต่อไปและขอให้รับรู้ว่าเราได้ยินเสียงของคุณแล้ว หมายความว่าถึงแม้จะแพ้แต่ข้อเรียกร้องต่างๆของชาวสกอตแลนด์เป็นรับทราบของรัฐบาลอังกฤษแล้ว ซึ่งต้องแยกให้ออกระหว่างคำว่าฟังกับคำว่าได้ยิน มันแตกต่างกัน ไม่รู้พานทองแท้ฟังแล้วได้ยินหรือไม่"นายสมชัย กล่าว

               จากนั้นภายหลังการบรรยายจึงเป็นช่วงการตอบคำถาม โดยนักศึกษาปปร.ถามว่า จากการไปดูงานครั้งนี้จะะสามารถนำเอาอะไรมาพัฒนาในประเทศไทยได้บ้าง นายสมชัย กล่าวว่า เราได้โมเดลที่น่าสนใจจากประเทศที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตยหลายเรื่อง โดยอาจจะเอามาใช้ทำประชามติในการแยกจังหวัดหรือประเด็นกลไกทางการเมืองที่ต้องฟังความคิดเห็นจากประชาชน แต่คงไม่มีการลงประชามติแยกประเทศเหมือนสกอตแลนด์เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน อีกทั้งตนรู้สึกโชคดีที่ได้ไปดูการลงประชามติครั้งนี้เพราะกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีกคงอีก 100 ปี ตนเชื่อว่านักรัฐศาสตร์ทั่วประเทศต้องอิจฉาตน เพราะคุณสอนรัฐศาสตร์ แต่ถามว่าเคยไปดูการทำประชามติประเทศใหญ่ๆหรือไม่ เชื่อว่ามีตนคนเดียวที่เคยไป
      
               "การลงประชามติในประเทศไทยมีแต่ความขัดแย้ง หากจะมีการลงประชามติสักเรื่องต้องให้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีให้คนได้ศึกษาเรื่องที่จะลงประชามติ เพื่อให้มีการถกเถียง ได้มีการแสดงความคิดเห็น อย่าใช้ประชามติเป็นเครื่องมือทางพิธีกรรมในการสร้างความชอบธรรมทางอำนาจให้แก่ฝ่ายปกครอง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยใช้ประชามติปิดปากประชาชน และที่สำคัญคือเราแตกต่างแล้วแตกแยก แต่อังกฤษแตกต่างแต่ไม่แตกแยก"นายสมชัย กล่าว   
      
               เมื่อถามต่อว่าหากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำเป็นต้องทำประชามติหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า สามารถทำได้ แต่ต้องให้เวลาประชาชนอย่างน้อย 1 ปีให้มีการรณรงค์ ถกเถียงกัน ทำให้ประชาชนได้รู้ถึงเนื้อหาสาระในการลงประชามติ หากจะลงประชามติแต่มีเวลาให้เพียง 2 เดือนก็อย่าทำ เพราะงบประมาณ 3 พันล้านบาทจะสูญเปล่า และจะทำให้เกิดการแตกแยกกันมากกว่าเดิม แต่หากต้องการให้มีการเลือกตั้งที่เร็วก็ไม่จำเป็นที่จะทำประชามติ เพราะจะกลายเป็นแค่การเอาชนะกัน แต่หากจะทำก็จะมีการยืดเวลาออกไปอีก รัฐบาลปัจจุบันก็อยู่ในอำนาจต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง

               เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้สังคมเกิดความแตกแยก นายสมชัย กล่าวว่า นี่คือโจทย์ใหญ่ของสังคมไทย ที่คสช.และรัฐบาลชุดนี้ พยายามที่จะแก้โจทย์นี้ให้ได้ แต่โดยส่วนตัว ตนคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ฝ่ายการเมือง ไม่ใช่ประชาชน เพราะฝ่ายการเมืองอาศัยประชาชน โดยสร้างความเกลียดชัง สร้างความแตกแยก เพื่อประโยชน์ของตนเอง ดังนั้น คนในสังคมต้องชิงชัง ต้องให้คนพวกนี้รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำเป็นสิ่งที่ชั่วช้า และขอให้ทุกฝ่ายลืมอดีต อดีตถือเป็นประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันเราต้องช่วยกันทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
      
               เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับประกาศ คสช.ฉบับที่ 85/2557 ที่ให้มีปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นมาทำหน้าที่แทนผู้บริหารที่หมดวาระลง นายสมชัย กล่าวว่า ตนขอตอบในความเห็นส่วนตัว คิดว่าการเลือกตั้งดีกว่าสรรหา เพราะการตั้งปลัดขึ้นมาทำหน้าที่แทน ก็จะทำให้การเข้าถึงประชาชนเป็นไปได้ยาก ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆกลายเป็นรัฐราชการ แต่การเลือกตั้งได้มาซึ่งผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการซื้อเสียง ที่มีการใช้เงินซื้อเสียงมากกว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.ด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือการใช้งบที่ไม่เกิดประโยชน์กับท้องถิ่น แต่เป็นการใช้งบเพื่อคะแนนเสียงของผู้นำท้องถิ่นเอง ยืนยันว่าเห็นด้วยกับการเลือกตั้งมากกว่าการสรรหาแต่ต้องปรับปรุงกระบวนการการเลือกตั้ง และการบริหารของท้องถิ่นให้ดีก่อน เพื่อให้มีการยึดโยงประชาชน แต่หากยังเป็นรูปแบบเดิมตนเห็นว่าแช่แข็งไว้ก่อนก็ดี