ข่าว

สิ้นสุดรอคอย!ไทยซิวทองทอยแก่น

สิ้นสุดรอคอย!ไทยซิวทองทอยแก่น

23 ก.ย. 2557

คว้าแล้วทอง อชก.จาก 'ญาณพล ลาภอาภารัตน์' นักทอยแก่นมือ 1 ที่มาแรงแซงเกมสุดท้าย รับโบนัสเต็มๆ 5 ล้านบาท เจ้าตัวเผยถือเป็นของขวัญวันแต่งงาน 2 พ.ย.นี้

 
                              23 ก.ย. 57  หลังจากรอคอยมาเกือบ 4 วันเต็มๆ ที่สุดทัพนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 หรือ "อินชอนเกมส์" ของไทย ก็ได้เฮกันเสียที จากการแข่งขันโบว์ลิ่งประเภทบุคคลชาย โดยมีนักกีฬาไทยลงแข่งขันในรอบชิงทั้งหมด 3 คน คือ ญาณพล ลาภอาภารัตน์, สิทธิพล คุณอักษร และภานุรุจ วิไลลักษณ์
 
                              การเล่นที่จะโยนกันทั้งหมด 6 เกม ปรากฏว่า 5 เกมแรก สิทธิพล ทำคะแนนนำโด่ง จ่อจะคว้าเหรียญทอง แต่มาพลาดโยนหลุดเองในเกมสุดท้าย ได้แค่ 172 คะแนนเท่านั้น ทำให้ญาณพล เร่งทำแต้ม โยนแซงเข้าป้ายได้สำเร็จ 1,319 คะแนน (222, 203, 199, 234, 216, 245) คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ และเป็นเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาไทยในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ส่วนเหรียญเงินเป็น ตู่ เจี้ยน เฉา จากจีน 1,300 คะแนน และสิทธิพล คุณอักษร หล่นลงมาเหลือ 1,299 คะแนน ได้เหรียญทองแดง ปลอบใจ
 
                              หลังการแข่งขัน ญาณพล วัย 31 ปี กล่าวว่า ตั้งใจจะเล่นทีมชาติในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้เป็นการสั่งลา และจะเป็นผู้ฝึกสอนของสมาคม โดยงานแรกจะร่วมทีมทอยแก่นคนพิการทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่อินชอน เกาหลีใต้ จะเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 18-24 ตุลาคมนี้ โดยชีวิตการเป็นนักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาตินั้น คว้าเหรียญรางวัลมาทั้งหมดแล้ว ทั้งชิงแชมป์โลก ชิงแชมป์เอเชีย ซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ แต่เหรียญทอง “อินชอนเกมส์” เหรียญนี้ คือ สิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิต และเป็นของขวัญวันแต่งงานกับเจ้าสาว สมสกนธ์ บุตรสาธรรม ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ที่เมืองธานี
 
                              ด้านนางสุดพิมพ์ ลาภอาภารัตน์ มารดาของ "โจ้" ญาณพล ลาภอาภารัตน์ กล่าวว่า ทราบจากการดูผลการแข่งขันทางอินเทอร์เน็ต ก่อนที่ลูกชายจะโทรศัพท์มาบอกว่าคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ได้แล้ว ซึ่งก่อนที่ญาณพลจะเดินทางไปเกาหลีใต้ ก็พูดกับแม่ว่าครั้งนี้จะทำให้สุดความสามารถ เพราะเป็นเหรียญที่หวังมานานมาก ตั้งแต่พลาดได้แค่เหรียญเงิน เอเชี่ยนเกมส์ 2002 ที่ปูซาน ก็อยากได้เหรียญทองนี้เป็นขวัญและกำลังใจให้ตัวเอง
 
                              นางสุดพิมพ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ก็มีไหว้พระขอพรไว้ โดยไปขอพรกับพระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.นครปฐม และขอพรที่วัดไร่ขิงเอาไว้ ส่วนเรื่องรางวัลนั้นที่ผ่านมาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย เนื่องจาก "โจ้" เป็นลูกกตัญญู ไม่เคยร้องขออะไรจากแม่ มีแต่ให้ทุกอย่าง
 
                              สำหรับเหรียญทองของญาณพล นับเป็นเหรียญทองแรกของทีมทอยแก่นไทย ในรอบ 16  ปี หลังจากที่เคยคว้าเหรียญทองประเภททีม 3 คน ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2541 โดยคว้าเหรียญทอง ทีมชาย 3 คน (กฤชวัชร์ จำปาขาว, ประเสริฐ พันธุรัตน์, เสรี เครือสิงห์) ในขณะที่ญาณพล เคยคว้าเหรียญเงิน โบว์ลิ่งบุคคลชายมาแล้ว ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่ปูซาน เกาหลีใต้ ปี 2545 และยังคว้าเหรียญทองแดง ออลอีเวนท์ ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่โดฮา กาตาร์ ในปี 2549 อีกด้วย ทำสถิติได้เหรียญเอเชี่ยนเกมส์ครบทั้ง 3 รางวัล
 
                              อนึ่ง กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจะมอบเงินรางวัลให้นักกีฬาที่ได้เหรียญทอง 1 ล้านบาท เหรียญเงิน 5 แสนบาท เหรียญทองแดง 2 แสนบาท และผู้แทนสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย ประกาศในงาน “มีทเดอะเพรส” ของสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กันยายน ว่าสมาคมจะอัดฉีดเหรียญทอง 4 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ ญาณพล ได้รับเงิน 5 ล้านบาท
 
 
 
เป้าบิน "ไพ่ตอง" เซอร์ไพรส์ซิวทองแดง
 
 
                              นอกจากนี้ทัพนักกีฬาไทยยังได้เพิ่มอีก 1 เหรียญทองแดงจาก ''น้องไพ่ตอง'' ฉัฐญา กิจเจริญ ในการแข่งขันยิงเป้าบิน ประเภทแทร็ปบุคคลหญิง ซึ่งในรอบแรกไทยส่งนักกีฬา 3 คนลงแข่งขัน โดย ฉัฐญา ยิงได้ 68 คะแนน ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ขณะที่ นันท์ปภัสร์ วีระไวทยะ ยิงได้ 59 คะแนน และฐิติธัญ นงพรหมมา ยิงได้ 63 คะแนน ไม่ผ่านเข้ารอบ
 
                              ในรอบชิงเหรียญทอง ''น้องไพ่ตอง'' ต้องดวลกับนักกีฬาจากคาซัคสถาน 2 คน, จีน 1 คน, ญี่ปุ่น 1 คน, เกาหลีเหนือ 1 คน โดย ฉัฐญา ยิงได้ 11 คะแนน ได้เข้าชิงเหรียญทองแดง กับ อนาสตาเซีย ดาวีโดวา นักแม่นเป้าบินสาวจากคาซัคสถาน ผลปรากฏว่า ทั้งคู่ยิงจบ 15 เป้าเสมอกันที่ 10-10 คะแนน ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลชู้ตออฟ ซึ่งฉัฐญา อาศัยความนิ่งลั่นไกได้แม่นยำเอาชนะไป 1-0 คว้าเหรียญทองแดงมาครอง ส่วนเหรียญทองได้แก่ ซู จิง หยู๋ จากจีน ที่เอาชนะ ยูกิอิ นากายามา จากญี่ปุ่น ในช่วงการดวลชู้ตออฟ 2-1 หลังยิง 15 เป้าเสมอกันที่ 12-12 แต้ม
 
                              หลังรับเหรียญรางวัล นักยิงเป้าบินสาววัย 24 ปี กล่าวว่า เพิ่งจะเปลี่ยนมายิงประเภทแทร็ป ที่ก่อนหน้านี้ยิงประเภทที่ถนัดมาตลอด คือ สกีต ซึ่งในการชิงเหรียญทองแดง รู้สึกตื่นเต้น พยายามควบคุมสมาธิอย่างเต็มที่ โดยเหรียญทองแดงนี้ไม่ได้ตั้งเป้าเอาไว้ เพราะว่าจะเน้นที่ประเภทดับเบิลแทร็ป ทีมหญิง มากกว่า ถือว่าเกินความคาดหมาย
 
                              นายคมสันต์ รัตนภิญโญวงศ์ ผู้จัดการทีมเป้าบินทีมชาติไทย เปิดเผยว่า เป็นเหรียญที่ไม่ได้ตั้งใจไว้และยังได้โควตาเพิ่มส่งแข่งขันได้ถึง 3 คน โดย “น้องไพ่ตอง” ไม่ใช่นักกีฬาความหวัง จึงยิงได้แบบสบายใจมากกว่า ซึ่งทำให้คว้าเหรียญมาได้ โดยนักแม่นปืนไทยยังได้ลุ้นดับเบิลแทร็ปหญิง กับสกีตหญิง
 
                              อนึ่ง เหรียญทองแดงของ “น้องไพ่ตอง” ถือเป็นเหรียญเอเชี่ยนเกมส์ กีฬายิงเป้าบินประเภทแทร็ป เหรียญแรกในรอบ 40 ปี หลังจากที่ วุฒา ภิรมย์ภักดี เคยคว้าเหรียญเงิน ประเภทแทร็ป บุคคลชาย ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 7 ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อปี 2517
 
 
 
 
 
---------------------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)