ข่าว

‘บิ๊กตู่’เล็งใช้ภรรยาครม.ช่วยงานสังคม

‘บิ๊กตู่’เล็งใช้ภรรยาครม.ช่วยงานสังคม

23 ก.ย. 2557

‘บิ๊กตู่’เล็งใช้ภรรยาครม.ช่วยงานสังคม ย้ำไม่คิดลงเลือกตั้งปัดดูหมออีที พร้อมวอนนักวิชาการเบรกการเมืองไว้ก่อน

                เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ก.ย.2557 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของคณะรัฐมนตรีที่ในอดีตจะให้ภรรยาเข้ามาช่วยเสริมการทำงานว่า ยังคิดอยู่ เช่นงานด้านสงเคราะห์ ที่เป็นงานทำประโยชน์ให้สังคมอาจจะต้องมีบ้าง แต่ต้องไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ ภรรยาตนก็ไม่อยากจะทำให้เป็นห่วงกลัวว่าจะเสียหาย อันนี้ถ้าจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมก็อาจขอจะให้ช่วย แต่เขาก็ทำอยู่แล้วทำอยู่หลายสมาคม หลายมูลนิธิ


ย้ำไม่คิดลงเลือกตั้งปัดดูหมออีที 

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความระบุไปดูหมอดูอีทีในช่วงนี้ว่า ไม่เคยไปดูหมอดูอีที ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อเรื่องหมดดูหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า การฟังหมอดูก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย เพราะเขาห้ามดูถูกกัน แต่ต้องดูว่าดูอย่างไร หากเขาบอกว่าให้เป็นนายกฯ แล้วไม่ทำความดีจะได้เป็นหรือไม่ หรือบอกว่าจะรวยแล้วไม่ทำงาน นอนอยู่เฉย ๆ จะรวยได้อย่างไร ฟังไว้อย่าไปงมงาย เรื่องของตนมักจะเตือนเรื่องอุบัติเหตุ คือการปะทะกับผู้สื่อข่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าถ้าทำดีต่อไปจะได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มีชะตาชีวิต ชะตากรรมอยู่แล้ว ชะตาบ้านเมืองมันมีอยู่แล้วละ ถ้าทุกอย่างมันดีขึ้น ฟ้าดินมันมี พระสยามเทวาธิราชท่านดูอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านได้ดูดวงหรือไม่ว่าจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีนานเท่าใด นายกฯกล่าวเพียงสั้น ๆ ก็แล้วแต่ บางคนบอกให้เป็นน้อย บางคนบอกให้เป็นให้มาก ก็ไม่รู้เหมือนกัน

                เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องคิดจะเป็นนายกฯจากการเลือกตั้งบ้างหรือไม่ นายกฯส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวว่า ไม่เอา ไม่เอา เมื่อถูกถามต่อว่าจะรอรัฐประหารอย่างเดียวหรือ นายกฯ กล่าวว่า “เดี๋ยวทุ่มเลย (จับโพเดียม) พอแล้ว” ก่อนเสร็จการสัมภาษณ์และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า


วอนนักวิชาการเบรกการเมืองไว้ก่อน


                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณี60 นักวิชาการจาก 16 สถาบัน ล่ารายชื่อคัดค้าน คสช.ว่า แสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเมือง ให้เป็นวิชาการ แต่วิชาการเกี่ยวกับการเมืองอย่างไรตนไม่รู้ แต่เวลาพูดมาก็เป็นการเมืองทุกที ตนไม่เคยไปห้ามเขา เพียงแต่บอกว่าทุกกลุ่มถ้าจะจัดประชุมหรือสัมมนาให้ขอการอนุมัติเข้ามา เราจะพิจารณา ดูเนื้อหา ซึ่งพอขอกันเข้ามาแล้วแต่พอเราไปฟังก็คนละเรื่องกันหมด ไม่ได้ทะเลาะกับใคร เขาเป็นถึงครู อาจารย์

                "ท่านบอกว่าพอห้ามอย่างนี้แล้วจะสอนเด็กนักเรียนอย่างไร มีเรื่องให้สอนตั้งเยอะใช่ไหม สอนเรื่องค่านิยม 12ประการ สอนให้ทุกคนมีประชาธิปไตยที่ถูกต้องอย่างไร ไอ้นี่พูดตรงข้ามรัฐบาลหมดมันไม่ได้ หรือโจมตีคสช.มันใช่หรือไม่ กลุ่มที่ออกมาพูดทั้ง 60 คนก็รู้กันอยู่ ท่านเคลื่อนไหวทำนองนี้มาตลอดอยู่แล้ว " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                เมื่อถามว่า หวั่นหรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องบานปลาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่หวั่น ให้พวกเราช่วยกัน การทำความดีถ้ากลัวก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องเด็ดขาด ถ้าอยู่ในขอบเขตมหาวิทยาลัยก็ว่าไปยืนยันว่าเราไม่ได้ห้าม เพียงแต่ให้ขออนุญาตมาว่าจะพูดเรื่องอะไร แต่ถ้าเปิดให้พูดแล้วแต่พูดไม่เข้ากรอบก็ปิดเท่านั้นเอง

                เมื่อถามว่า ยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่นการคลุมปี๊บ หรือแสดงความคิดเห็นบางอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไปดูว่าควรหรือไม่ควร เมื่อถามต่อว่า ใครจะเป็นผู้พิจารณา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่เกี่ยวกับตน สื่อต้องอธิบายสังคมว่าวันนี้เราต้องการอะไร ต้องการประเทศชาติสงบกันหรือไม่ ต้องการประชาธิปไตยที่ถูกต้องหรือไม่ ต้องการความขัดแย้งอย่างนั้นหรือไม่ ต้องการให้มีการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ หรือต้องการให้มีการทุจริตไม่โปร่งใสอีกต่อไปหรือไม่ ท่านไปถามคำถามเหล่านี้ กับอีกเรื่องหนึ่งคือการห้ามแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ ตนถามว่าสองอย่างนี้เอาอะไรมาวัดผล อะไรคือดีหรือไม่ดี

                "ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ให้เขาตีรวนรัฐบาลไปเรื่อยๆทำงานก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ แล้วผมถามว่าไอ้เรื่องที่ทำอยู่ขณะนี้ใครจะมาทำ แล้ววันหน้าท่านจะหากินกับเรื่องอย่างนี้อีกต่อไปหรือ จะให้มาตีทะเลาะเบาะแว้งอย่างนี้อีกต่อไปหรือ เดี๋ยวก็มาเดินขบวนกันอีก ใช้ม็อบมาสู้กันมีอาวุธสงครามอีก ผมก็พร้อม ถ้าคิดว่าเอาอย่างนั้นก็เลือกมา บอกมาเลย ผมยืนยันว่าพวกเราตั้งใจทำงานทุกวันนี้ไม่ได้สบาย เราบอกว่าเราไม่ต้องการอะไรเลย แล้วจะทำไปทำไม ทำไมไม่เห็นในความเสียสละของพวกเรา ไม่ใช่ผมดีใจนะที่เป็นนายกฯคิดว่าเท่เหรอ ไม่ใช่ แทนที่จะได้พักผ่อน ต้องมาทำงาน อายุ 60ผมแก่แล้ว ต้องพักผ่อน"นายกฯกล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการท้าทายหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ก็คุณไปเขียนอย่างนี้ สื่อฉบับไหนเนี่ย คุณชอบเขียนแบบนี้ ผมไม่ได้ท้าทายใคร ผมบอกให้ประชาชนคิดเอา ถ้าอย่างนั้นก็บังคับให้ผมต้องใช้อำนาจใช้กฎหมาย มันก็ไม่ได้ดีกับใครสักคน ผมถามว่าเขาต้องการอะไร พวกคุณต้องการเอาแบบที่แล้วใช่ไหม หาเงินง่ายดีมีข่าวทุกวัน ยิงกันทุกวัน ตกลงจะเอาแบบนั้นไหม ถ้าเอาแบบนั้นก็บอกให้เขาไปท้าทายมา"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

พร้อมบินนอกแจงทุกเรื่อง

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ ว่า ต้องวางแผนเดินทางไปเยือนอยู่แล้วเพราะต้องมีการไปเยือนประเทศรอบบ้านกับประเทศนอกบ้าน ส่วนจะเดินทางไปเยือนพม่าเป็นประเทศแรกหรือไม่ก็ต้องรอดู อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มุมมองของต่างประเทศต่อประเทศไทยเรามีการติดตามอยู่ทุกวัน หน่วยงานต่างๆประเมินมาหมด ขณะนี้ต่างประเทศมองเราว่าสถานการณ์เงียบสงบเรียบร้อยดี ผิดกับช่วงรัฐ ประหารเริ่มเข้าใจมากขึ้นแต่ก็ติดคำว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ตนให้ไปถามกลับไปว่าถ้าเลือกตั้งแล้วเกิดเรื่องจะเลือกอะไรถ้าเป็นประเทศของท่านก็ไม่เห็นตอบมาสักคน แต่ตนพร้อมตอบกับต่างประเทศทุกเรื่องและรับผิดชอบเอง

             ส่วนกำหนดการลงพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ทางหน่วยงานความมั่นคงดำเนินการอยู่ ยืนยันตนไม่เป็นศัตรูกับใคร ภาคไหนมีปัญหาก็อยากไปเลย จะได้จบ ๆ ไปเสียที


ยันไม่รื้อรังนกกระจอก


             พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงโครงการปรับปรุงห้องผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะห้องผู้สื่อข่าวหลังเก่า(รังนกกระจอกเก่า)ที่มีจะทำการรื้อและสร้างออกแบบใหม่ ว่า “เอาอย่างนี้เดี๋ยวไม่เข้าใจ รังนกกระจอก ตนไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับผู้สื่อข่าว เพียงแต่นิสัยตน เวลาดูแลลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างอยู่ที่ทบ.สิ่งที่ตนพัฒนา ไม่ใช่เฉพาะห้องทำงานผบ.ทบ.ให้โก้หรู หรือห้องน้ำ ห้องส้วมผบ.หรือนายทหารระดับสูงเพราะห้องผู้ใหญ่อย่างไรมันก็ต้องดี แต่ไปดูห้องน้ำพลทหาร ห้องน้ำกองรักษามันดีหรือเปล่า ยังเป็นส้วมยองๆส้วมหลุมไม่ให้มีจะโดนตำหนิหมด มาที่นี่ตนเห็นน้องๆอยู่แน่นกันไม่มีที่ ต้องเอาใจหน่อย พอดีคนชี้แจง ชี้แจงไม่ถูกประเด็นผิดพลาด พี่ยุ(นางยุวดี ธัญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบฯ)อยู่มานานแล้ว มันเป็นประวัติศาสตร์รังนอกกระจอกมันต้องเป็นรังนกกระจอกต่อไป เพียงแต่ตนต้องการถามว่า ต้องการให้ตนทำให้หน่อยไหม ถ้าทำใหม่จะทำให้อย่างดีออกแบบสวยๆ หรือไม่ก็ต่อเติมกั้นกระจกให้ข้างนอกตามทรงเดิมได้ไหม แล้วแต่ถ้าผู้สื่อข่าวบอกว่าอยู่อย่างเดิมดีแล้ว ก็ไม่ต้องทำไม่ไต้องไปเสียตังค์ด้วย

             ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะไม่มีการย้ายห้องผู้สื่อข่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมจะย้ายท่านไปไหน ท่านเป็นบุคลากรสำคัญที่สุดในทำเนียบฯ ผมไม่ได้อยู่ท่านบริหารราชการแทนผมได้อยู่แล้ว เพราะท่านบริหารด้วยการเขียนหนังสือ คนเขาก็ฟังจากท่าน ฟังจากผมรองจากท่าน อ่านหนังสือจากท่าน เพราะฉะนั้นเขาจะคิดเชื่ออย่างไร เขาประลองท่านก่อนแล้วค่อยมาสู้มาตอบโต้แย้งกับผม เพราะฉะนั้นเขียนให้ดี บางทีเขียนขยายไปมันไม่ดี”

             เมื่อถามว่า สรุปแล้วเรื่องรังนกกระจอกไม่จำเป็นที่จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณสร้างใหม่เพราะทุกวันนี้นักข่าวก็ปฏิบัติงานกันได้อยู่แล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ได้อยู่แล้วก็ โอเค เพราะ ฉะนั้นก็ไม่ต้องทำรั่วก็ปล่อยไป คือ อาจจะมีการปรับปรุงตีเป็นขอบให้มันสวยๆรูปทรงเข้ากัน เหมือนที่จอดรถผม”


ท่องเที่ยวเกาะเต่าเป็นปกติแล้วหลังได้รับความเชื่อมั่นคืน


             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ว่า มีรายงานความคืบหน้าเข้ามาตลอด โดยคำว่ารายงานนั้นไม่ใช่บอกว่าจะจับได้เมื่อนั้นเมื่อนี้ ซึ่งเป็นรายงานว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง อยู่ในขั้นตอนอะไรอยู่ ขั้นตอนนี้ทำมาตรวจสอบดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่หรือ ฉะนั้นเรื่องนี้จึงต้องใช้เวลาพอสมควร ถึงจะเร่งรัดอย่างไรก็ต้องใช้เวลา เพราะเกาะเต่านั้น มีเรือเข้าออกไปมาตลอด

             ส่วนกรณีเพื่อนของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออังกฤษว่าถูกผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นข่มขู่เอาชีวิต โดย้เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เช่นกัน โดยเราได้เร่งรัด ซึ่งที่ผ่านมาจะทราบดีว่ามีคดีเยอะแยะ เพราะความหละหลวม เราไม่มีมาตรการกันสักเท่าไหร่ สำหรับแนวโน้มการจับตัวคนร้าย ตนก็ต้องบอกว่าจับให้ได้ ถ้าบอกว่าจับไม่ได้นั้นก็ไม่ได้ เราก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นเช่นกัน และจะทำอย่างไรไม่เกิดขึ้นอีก โดยตนได้คุยกับทางสถานฑูตอังกฤษแล้ว ซึ่งกรมข่าวทหารบก กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคงก็กำลังคุยอยู่

             ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีที่เกิดขึ้นมีรายงานหรือไม่ว่าส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานการท่องเที่ยวเกาะเต่านั้นก็กลับมาเหมือนเดิม หลังจากได้รับความมั่นใจว่าเราดำเนินการอย่างจริงจัง โดยการท่องเที่ยวต้องดูว่าก่อนและหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. เป็นอย่างไร แต่ถ้าจะเอาปีนี้กับปีที่แล้วมาเทียบกันนั้นมันคนละเรื่องกัน คนละเวลา ซึ่งในปีนี้การท่องเที่ยวมีปัญหาทุกประเทศ เศรษฐกิจต่างประเทศก็ไม่ค่อยดีนัก ฉะนั้นเราคาดหวังว่า ในไตรมาสที่สาม หรืออย่างน้อยรวมกันทั้งปี เราจะได้ ยอดนักท่องเที่ยวต่ำลงไม่มากนัก


ย้ำต้องหาทางออกให้ชาวสวนยาง

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ซึ่งยังมีกระแสข่าวว่าม็อบชาวสวนยางบางส่วนยังคงจะชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ ว่า ขณะนี้เรากำลังเดินการแก้ปัญหาอยู่ โดยกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตนจะเชิญสมาคมเกษตรกร มาพูดคุยอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีความเข้าใจกัน โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมาตนได้รับฟังในหลักการว่าเขายอมรับแนวทางของรัฐบาลได้ แต่ในส่วนของความเดือดร้อนนั้นอีกเรื่องว่าจะทำอย่างไร เขาก็ขอความช่วยเหลือมา เขาอ้างว่าต้องดูแลลูกเต้า ถ้าเราแก้ปัญหาในระยะยาวเกินไปเขาก็เดือดร้อน ก็ต้องหาทางออกกันให้ได้


ย้ำโยกย้ายขรก.เป็นธรรม

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงของการโยกย้ายข้าราชการระดับปลัดกระทรวงประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ซึ่งมีการเสนอกเรื่องกลั่นกรองโดยคณะกรรมการ ผ่านรัฐมนตรี ผ่านรองนายกฯ ขึ้นมา และจะมีการตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งตนคิดว่าจะสร้างความเป็นธรรมให้กับข้าราชการอย่างพอสมควรและจะเราจะพิจารณาให้ดีที่สุด

             ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการในฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหลักการพิจารณาหลายอย่าง ทั้งความอาวุโส ความรู้ความสามารถ และต้องสอดคล้องกับการดำเนินการในสถานการณ์ปัจจุบันด้วย ซึ่งบางอย่างถ้ามองที่ความอาวุโสอย่างเดียวคงไม่ใช่ นั่นเป็นเพียงหลักการอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต้องดูในหัวข้อการทำงานที่ผ่านมา เหมาะสมกับการทำงานในปัจจุบันหรือไม่ รวมถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการ ความรู้ความสามารถ และต้องไม่ข้ามรุ่นกันมากเกินไป แต่อาจจะมีฟาสแทร็กบ้างเป็นธรรมดา

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า การประชุมในวันนี้ (23ก.ย.) ยังไม่มีการโยกย้ายข้าราชการในส่วนของกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนกรณีกระแสข่าวว่าประเทศอังกฤษไม่ยอมรับพิจารณาชื่อเอกอัคราชทูตไทย นั้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน ถ้าเขาไม่รับก็ไม่รับ ไม่รับก็ตั้งใหม่ ทั้งนี้ต้องมีการขออะกรีมอง (agreement) ให้ต่างประเทศยอมรับก่อน ทั้งนี้ที่ผ่านมาในหลายประเทศ เราเองก็มีกรณีไม่ยอมรับบ้างเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากจะไม่ยอมรับ ตนมองว่าไม่ใช่ไม่ยอมรับในรัฐบาล แต่จะเป็นเรื่องต้องการคนนั้นคนนี้มากกว่า ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับมาอย่างเป็นทางการ และจะเร่งรัดให้รมว.ต่างประเทศ ดำเนินการ

 

ไม่ไปประชุมยูเอ็นให้'ธนะศักดิ์'ไปแทน


                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีของทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมตรี ที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกำหนดการเดินทางไปเยือนต่างประเทศของพลเอกประยุทธ์จากพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกฯ โดยพ.อ.สรรเสริญ กล่าวเพียงว่าไม่ทราบ

                 เมื่อถามว่าในการประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปประชุมด้วยตัวเองหรือไม่ ซึ่งพ.อ.สรรเสริญก็ยังคง กล่าวว่าไม่ทราบ

                 อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นที่ผ่านมาสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า พลเอกประยุทธ์ได้มอบหมายให้พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุม สมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่69 ระหว่างวันที่ 24-29ก.ย.นี้ ที่สหรัฐอเมริกา



“บิ๊กป๊อก”ให้นักวิชาการประเมินผลกระทบก่อนพูด
 

             พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางด้านการเมืองว่า ในส่วนตนคิดว่า เรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ขณะนี้ภายใต้บริบทของสังคมที่มีความขัดแย้ง วุ่นวาย ความไม่ปรองดอง มีความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งนักวิชาการที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือจะมีการจัดเสวนาต้องพูดบนพื้นฐานของความเป็นจริง เพราะถ้าเป็นเรื่องบริสุทธิ์ทางวิชาการคงไม่มีใครมีปัญหา  ซึ่งประเด็นคือ ถูกต้องจริงหรือไม่ ถ้าอ้างว่า เป็นวิชาการอย่างเดียวคงไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามถ้าเป็นนักวิชาการแล้วไม่ว่า จะพูดถึงเรื่องอะไรต้องประเมินผลกระทบต่อส่วนรวมด้วย และต้องทบทวนดูว่า สิ่งที่พูดกระเทือนถึงความขัดแย้งหรือไม่ ตนคิดว่า คงไม่คุ้มค่าหากต้องวนกลับไปเรื่องความขัดแย้งอีก