
ประหาร!'สารวัตร'ขนยาบ้าล้านเม็ด
23 ก.ย. 2557
ศาลพิพากษาประหารชีวิต อดีตสารวัตร-รองสารวัตร สภ.อวน จ.น่าน ใช้รถตราโล่ขนยาบ้าล้านเม็ด
23 ก.ย. 57 เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอัยการยื่นฟ้อง ร.ต.ต.จิตติพงษ์ โสไชย อายุ 44 ปี อดีตรอง สว.สภ.อวน จ.น่าน , ด.ต.อรรถพล คำแสน อายุ 44 ปี อดีตผบ.หมู่ ป.สภ.อวน , พ.ต.ท.ธรรมนูญ นาคบัว อายุ 42 ปี อดีต สว.หน.สภ.อวน , ด.ต.สักกพงษ์ เชียงหนุ้น อายุ 41 ปี อดีตผบ.หมู่ ป.สภ.อวน , ด.ต.นลธวัช พรรษา อายุ 39 ปี อดีตผบ.หมู่ ป.สภ.อวน , นายวิชาญ ลาวมี่ อายุ 23 ปี ชาว จ.แม่ฮ่องสอน , น.ส.เบญจพร เที่ยงกินรี อายุ 25 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และนายอุดมศักดิ์ แซ่เติ๋น อายุ 38 ปี ชาว จ.เชียงราย เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันมียาบ้า ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และ พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490
โจทก์ฟ้อง และนำสืบว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 55 พ.ต.ท.ธรรมนูญ สว.หน.สภ.อวน จำเลยที่ 3 กับพวกจำเลย ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาบ้า 1 ล้านเม็ด จาก อ.ดอยตุง จ.เชียงราย โดยใช้รถกระบะตราโล่ที่ใช้ในราชการ ขับมาส่งให้กับลูกค้าที่กรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางได้ถูกจับกุมก่อน บริเวณพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนขยายผล จนจับกุมจำเลยได้ทั้งหมด
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว รับฟังได้ว่า ร.ต.ต.จิตติพงษ์ , ด.ต.อรรถพล และ พ.ต.ท.ธรรมนูญ จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันมียาบ้า ยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ที่จำเลยต่อสู้อ้างว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติดนั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จึงพิพากษาประหารชีวิต จำเลยที่ 1-3 และให้จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก จำเลยที่ 1-3 ไว้ตลอดชีวิต
ส่วน ด.ต.สักกพงษ์ และ ด.ต.นลธวัช จำเลยที่ 4 , 5 ทางนำสืบ และพยานหลักฐานโจทก์ ยังมีข้อสงสัยตามสมควรว่าได้ร่วมกระทำความผิดร่วมกับจำเลยที่ 1-3 ฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 4 , 5 ในข้อหานี้ แต่จำเลยที่ 4 , 5 ยังมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ให้จำคุกจำเลยที่ 4 , 5 คนละ 6 เดือน ซึ่งทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุกจำเลยที่ 4 , 5 คนละ 4 เดือน
ส่วนนายวิชาญ และ น.ส.เบญจพร จำเลยที่ 6 , 7 พยานหลักฐานโจทก์นำสืบมา เชื่อได้ว่าเป็นผู้ที่มารับยาเสพติดของจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 6 , 7
สำหรับนายอุดมศักดิ์ จำเลยที่ 8 พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 8 แต่ยังให้ขัง ด.ต.สักกพงษ์ และ ด.ต.นลธวัช จำเลยที่ 4 , 5 และนายอุดมศักดิ์ จำเลยที่ 8 ไว้ระหว่างอุทธรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยทั้งแปดนั้น ก่อนหน้านี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เพราะไม่ได้รับการประกันตัว โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัวจำเลยทั้งแปดมาจากเรือนจำ เพื่อฟังคำพิพากษา โดยมีกลุ่มญาติมาให้กำลังใจ และลุ้นผลคำพิพากษาเต็มห้องพิจารณาคดีด้วย
ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษา กลุ่มญาติของจำเลย ถึงกับร่ำไห้ และสวมกอดกันเพื่อปลอบใจ
-----------------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



