
รุก'ซีเรีย'กวาดล้าง'ไอเอส'
23 ก.ย. 2557
'สหรัฐ-พันธมิตร' ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอส ล้ำเข้าไปในพรมแดนซีเรียเป็นครั้งแรก
23 ก.ย. 57 พลเรือตรีจอห์น เคอร์บี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐและพันธมิตร ได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอส ในซีเรียครั้งแรก โดยใช้เครื่องบินรบ , เครื่องบินทิ้งระเบิด และขีปนาวุธโทมาฮอว์ค ในการโจมตี โดยปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับการคาดหมายว่า เป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่ว่า จะลดความสามารถ และทำลายกลุ่มไอเอส ที่ยึดพื้นที่เป็นบริเวณกว้างคร่อมดินแดนซีเรีย และอิรัก
สหรัฐได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิรักแล้ว 190 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา แต่การขยายปฏิบัติการต่อกลุ่มไอเอส ล่าสุด เป็นการขยายข้ามพรมแดนเข้าไปยังซีเรีย ซึ่งกลุ่มไอเอส ได้กระทำการสังหารทหาร , เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ และผู้สื่อข่าว ทั้งยังขู่จะสังหารหมู่กลุ่มชาติพันธุ์ในสหรัฐอีกด้วย // พลเรือตรีเคอร์บี้ ยืนยันว่า เป็นการใช้ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐกับพันธมิตรในซีเรียที่ยังคงดำเนินอยู่ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดนอกเหนือจากนี้
พลเรือตรีเคอร์บี้ บอกว่า พลเอกลอยด์ ออสติน ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการกลาง เป็นผู้ตัดสินใจใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย ภายใต้อาณัติจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งหมายถึงประธานาธิบดีโอบามา ขณะที่มีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพว่า ชาติพันธมิตรที่ร่วมโจมตีทางอากาศในครั้งนี้เป็นชาติอาหรับทั้งหมด ได้แก่ บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และจอร์แดน ซึ่งจากถ้อยแถลงทางโทรทัศน์ที่เน้นย้ำยุทธศาสตร์ในการกวาดล้างกลุ่มไอเอส ในเดือนนี้ ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า กลุ่มใดก็ตามที่เป็นภัยคุกคามอเมริกา กลุ่มนั้นก็จะไม่มีสถานที่ปลอดภัยอีกต่อไป รวมทั้งในซีเรียด้วย
ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวว่า การใช้ปฏิบัติการโจมตีอยู่ในอำนาจของเขา ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ได้มีการขออำนาจจากสภาคองเกรสส์ ในภารกิจการฝึกฝน และติดอาวุธให้กับฝ่ายกบฏในซีเรีย เพื่อใช้ต่อสู้กับกลุ่มไอเอส ซึ่งสภาคองเกรสส์ได้โหวตรับรองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นายจอช เออร์เนสต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า คาดว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะมีมติแก้ปัญหาในสัปดาห์นี้ ที่จะกำหนดให้ทุกชาติห้ามพลเมืองเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเข้าร่วมกับองค์กรก่อการร้าย โดยมีหลายสิบประเทศจากทั่งโลก ไม่ใช่แค่เฉพาะสหรัฐ และไม่ใช่แค่ประเทศตะวันตก ที่มีคนเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง จับอาวุธร่วมรบกับกลุ่มไอเอส ซึ่งคนเหล่านี้ ได้ผ่านการฝึกฝน และได้เข้าถึงยุทโธปกรณ์ทางทหาร และแสดงเจตจำนงว่า จะยอมตายเพื่ออุดมการณ์
มติของสหประชาชาติ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐในการกระตุ้นประชาคมนานาชาติถึงภัยคุกคามของพวกหัวรุนแรงที่กำลังหลั่งไหลเข้าไปในซีเรีย และอิรัก ซึ่งรัฐบาลสหรัฐ ระบุว่า ภายใต้มาตรการ ที่มีการเจรจากันมาหลายเดือน เป็นย่างก้าวที่สำคัญของยุทธศาสตร์ต่อต้านกลุ่มไอเอส และกลุ่มอื่นๆ แต่ขณะเดียวกันก็ทราบดีว่า มติของสหประชาชาติไม่มีกลไกบังคับใช้ และประชาคมนานาชาติ ก็ไม่ได้มีคำจำกัดความสำหรับคำว่า "กลุ่มก่อการร้าย"
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุว่า ตุรกีกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลผู้อพยพชาวซีเรีย 130,000 คน ที่ข้ามชายแดนเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งเป็นการหลั่งไหลครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาอันสั้น นับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามกลางเมืองในซีเรีย เมื่อปี 2554 และครั้งนี้เป็นการอพยพของชาวเคิร์ดในซีเรีย หลังกลุ่มไอเอส เข้าใกล้เมืองโคเบนของซีเรีย และถ้ายึดเมืองโคเบนได้ ก็จะทำให้กลุ่มไอเอส ควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
----------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว : AFP , EPA)



