
ศาลฎีกาให้ประกันตัวเจ๋ง ดอกจิกแล้ว
ศาลฎีกาให้ประกันตัวเจ๋ง ดอกจิกแล้ว ตีราคา 7 แสน ด้านทนายเตรียมยื่นเงินสดทำสัญญาประกัน 23 ก.ย. พร้อมรอปล่อยตัว ขณะที่สื่อทำเนียบฯล่าชื่อค้านทุบรังนกกระจอก
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 22 ก.ย.57 เวลา 16.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งศาลฎีกา ที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยคดีหมิ่นเบื้องสูง ระหว่างฎีกาสู้คดี ที่ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน เห็นว่าจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในคดีพนักงานอัยการ ยื่นฟ้องนายยศวริศ เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.2740/2553 ในความผิดฐาน ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 2, 8 และ12 จากกรณีเมื่อวันที่ 29 มี.ค.53 นายยศวริศ จำเลยได้ขึ้นเวที นปช. บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ปราศรัยโจมตีบุคคลสำคัญ และพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ได้รับความเสียหาย
โดยศาลฎีกา พิเคราะห์แล้ว อนุญาต ให้ปล่อยชั่วคราวนายยศวริศ จำเลย ในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 700,000 บาท โดยให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักทรัพย์และดำเนินการต่อไป
ภายหลังนายวิญญัติ ทนายความ กล่าวว่า ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายยศวริศ โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขใดๆ ซึ่งวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.) เวลา 09.30 น. ทีมทนายความจะเดินทาง นำหลักทรัพย์เงินสดจำนวน 700,000 บาท ไปทำสัญญาประกันที่ศาลอาญา ซึ่ง ศาลจะได้จะพิจารณาหลักทรัพย์ และออกหมายปล่อย นายยศวริศ ต่อไป โดยคาดว่าหากศาลออกหมายปล่อย นายยศวริศ จะได้ปล่อยตัวจากเรือนจำในช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศวริศ หรือ เจ๋ง ดอกจิกนั้น ปัจจุบันถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษ โดยคดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 พ.ค.57 ยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ทนายความ ได้พยายามยื่นคำร้องขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสด 500,000 บาท แต่ขณะนั้นศาลอาญาได้ส่งคำสั่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย นายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก จึงถูกคุมขังในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นมา กระทั่งวันที่ 6 พ.ค.57 ศาลฎีกามีคำสั่งออกมาว่า คดีดังกล่าวศาลล่างทั้งสองพิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ขณะที่จำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีการวมทั้งยังไม่ได้ยื่นฎีกา ดังนั้นมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวจำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
กระทั่งขณะนี้ทนายความได้ยื่นฎีกาโดยมีการรับรองฎีกาแล้ว จึงได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งศาลอาญา ได้ส่งคำร้องศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไป กระทั่งศาลฎีกา มีคำสั่งออกมาในวันนี้
สื่อล่าชื่อค้านทุบ"รังนกกระจอก"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค คณะทำงานนายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาข้อยุติ เรื่องการปรับปรุงสถานที่ทำงานของสื่อมวลชน หรือรังนกกระจอก ที่จากเดิมเคยมีปัญหาต่อต้านกรณีจะมีการทุบทิ้ง โดย พ.อ.วีรชน ได้นำภาพของรังนกกระจอกที่จะมีการปรับปรุงใหม่ มาให้สื่อมวลชนดู แต่ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ โดยระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สืบเนื่องจากในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ลงมาดูพื้นที่การทำงานของสื่อมวลชน ที่มีอยู่ทั้ง 3 จุดในทำเนียบรัฐบาล และพบว่า รังนกกระจอกซึ่งเป็นที่ทำงานของนักข่าวกว่า 30 ปี มีลักษณะสถานที่ไม่รับกับสถาปัตยกรรมโดยรอบ ทั้งตึกนารีสโมสร และตึกไทยคู่ฟ้า
จึงได้มีคำสั่งให้สถาปนิกออกแบบรังนกกระจอกใหม่ ให้สวยงามและเข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งแบบแปลนดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยจะใช้งบประมาณในการซ่อมแซมห้องพักสื่อมวลชน ทั้ง 3 จุด ในวงเงิน 2,020,000 บาท ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีความจำเป็น "ต้องทุบตึกเดิม" และสร้างตึกใหม่เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 60-90 วันโดยประมาณ และระหว่างการรื้อถอน จะให้สื่อมวลชนประจำอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ถูกปรับให้เป็นออฟฟิศชั่วคราว โดยตั้งบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เดิม อีกทั้งได้ยืนยันกับสื่อมวลชนว่าหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ จะให้สื่อมวลชนกลับมาประจำในห้องปฏิบัติการเดิมอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลชนที่ปฏิบัติงานในห้องสื่อมวลชน 1 ที่จะโดนทุบ ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกในห้องส่งถึง พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้ว เพื่อคัดค้านการทุบรังนกกระจอก ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของทำเนียบรัฐบาล



