
โรงแรม และ แรงงาน
23 ก.ย. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โรงแรม และ แรงงาน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
“คนไทยไม่อดทนต่องานหนัก ชอบทำงานสบายและเปลี่ยนงานบ่อย ไม่รับผิดชอบต่องาน” เสียงปรับทุกข์ทำนองข้างต้นมักจะมาจากฝั่งนายจ้าง ผู้เรียกร้องขอให้มีการอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างชาติได้ ในขณะที่เสียงจากฝั่งลูกจ้างก็เกิดขึ้นบ่อยไม่แพ้กัน ในทำนองว่า “นายจ้างชอบเอาเปรียบ ค่าแรงต่ำจนไม่พอใช้ เวลามีกำไรก็ไม่เคยเพิ่มให้ แต่พอกำไรลดลงก็ปรับลดคนงานออกทันที ทำให้ขาดความมั่นคงในชีวิต”
ปัญหาดังกล่าวล้วนมีที่มาที่ไปถูกต้องทั้งสองฝ่าย ขึ้นอยู่กับว่าคนพูดและคนฟังจะยืนอยู่บนเหตุผลของฝ่ายใดเท่านั้น แน่นอนว่าคนที่ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมจริงๆ ก็มี แต่คนที่ปฏิบัติตามหลักการและเหตุผลของธุรกิจ ผนวกด้วยความเห็นอกเห็นใจกันและกันก็มีอยู่ในสังคมการจ้างงานของประเทศไทยด้วย
ตัวอย่างของปัญหาเรื่องความเห็นต่างมุมมองระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่เห็นได้ชัดก็คือ ปัญหาแรงงานด้านบริการตามโรงแรมและสถานที่พักขนาดกลางและเล็กในแหล่งท่องเที่ยว ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ฝ่ายนายจ้างก็บอกว่าหาแรงงานที่คุณภาพมาทำงานไม่ได้ ส่งผลให้เกิดการแย่งตัวแรงงานที่มีฝีมือขึ้นมา และยังต้องว่าจ้างแรงงานใหม่ๆ ที่ขาดประสบการณ์เข้ามาทำงานไปฝึกหัดงานไปในเวลาเดียวกัน
ครั้นถึงเวลานอกฤดูกาลท่องเที่ยวที่เรียกกันว่าโลว์ซีซั่น ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการน้อย ฝ่ายนายจ้างหรือเจ้าของกิจการก็ไม่สามารถแบกรับภาระค่าจ้างแรงงานจำนวนมากได้ จึงมีการเลิกจ้างไปจำนวนมากตามความจำเป็นของหน้าที่ในแต่ละตำแหน่งงาน เมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยวมีผู้มาใช้บริการมากก็จะเรียกตัวกลับมาอีกครั้ง
ลูกจ้างส่วนหนึ่งจึงเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในรายได้ ทำให้เมื่อมีข้อเสนอจากการว่าจ้างงานจากแหล่งงานอื่น ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีรายได้น้อยลงบ้าง แต่เมื่อเห็นว่ามีความมั่นคง ลูกจ้างก็จะทิ้งงานบริการหันไปหางานประจำอย่างไม่ลังเล ส่งผลให้เกิดความขาดแคลนแรงงานในสถานประกอบการที่พักซ้ำซากตลอดมา
สิ่งที่ควรนำมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะสั้นก็คือ มองหาแรงงานในท้องถิ่นที่มีอาชีพอื่นทำอยู่แล้ว เช่น เกษตรกรในท้องถิ่นที่มีช่วงเวลาทำงานในอาชีพหลัก ไม่ตรงกันกับฤดูกาลท่องเที่ยว แล้วนำมาฝึกอบรมให้เป็นคนงานในภาคบริการที่มีฝีมือ เมื่อถึงฤดูกาลจึงว่าจ้างให้ทำงานในระยะสั้นโดยชี้ให้เห็นว่า รายได้จากภาคบริการเช่นนี้คือรายได้เสริม หรือทำย้อนในมุมกลับคือหาอาชีพเสริมให้คนงานที่ทำงานหลักในภาคบริการ เช่น หาสถานที่ปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทำให้มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นแต่ไม่ทำให้เสียงานประจำไป
ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนายจ้างหรือนักลงทุน ที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน อย่ามองเฉพาะมุมที่เป็นบวกจากรายรับ หรือจำนวนผู้มาใช้บริการในฤดูกาลเท่านั้น หรือหากต้องการลงทุนก็ต้องจำกัดขนาดของสถานบริการ ให้เพียงพอต่อกำลังของตนเองที่จะรับมือไหวในช่วงนอกฤดูกาลเท่านั้น มิเช่นนั้นก็จะเกิดการลงทุนมากเกินกว่าความต้องการของตลาดจริง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในธุรกิจที่พักแรมตามแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ เช่นทุกวันนี้ครับ
---------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โรงแรม และ แรงงาน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



