ข่าว

เครือข่ายชุมชนขยายวงกว้างปี58ขยายผลอีกนับพันแห่ง

เครือข่ายชุมชนขยายวงกว้างปี58ขยายผลอีกนับพันแห่ง

22 ก.ย. 2557

เครือข่ายชุมชนร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ขยายวงกว้าง ปี 58 ขยายผลอีกนับพันแห่ง

                 สสส.ระดมคนกล้า 267 อปท.กว่า 2,000 คน เดินหน้าสร้างนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ชู 6 ประเด็น “ยาสูบ-แอลกอฮอร์, อุบัติเหตุ-เกษตรกรรมยั่งยืน-เด็ก-ครอบครัว-ผู้สูงอายุ” ตั้งเป้าปี 2558 เห็นผล ผุดเครือข่ายครอบครัว 320 แห่ง โรงเรียนผู้สูงอายุ 250 แห่ง เครือข่ายอาสาทำความดี 120 แห่ง

                 นายสมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมเชิงปฏิการเพื่อการจัดการความรู้พิธีความร่วมมือประเด็นเฉพาะนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นองค์กรที่มีความใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และเป็นกลไกสำคัญในการเข้าไปจัดระบบการจัดการในพื้นที่ ดังนั้นแผนสุขภาวะชุมชน สสส. จึงเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้ทุนทางสังคมและศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นของตนเองเป็นทรัพยากรหลักในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้น่าอยู่นำไปสู่ “เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่”

                 โดยการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ มีองค์บริหารส่วนท้องถิ่น(อปท.) จำนวน 267 แห่ง จำนวนกว่า 2,000 คน เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างปัจจัยเสริมทางสุขภาพ โดยมุ่งเน้น 6 ประเด็น ได้แก่ 1.การควบคุมการบริโภคยาสูบ 2.การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร 3.การขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนสู่อาหารเพื่อสุขภาวะ 4.การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ 5.การสร้างเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน 6.การส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นและเฝ้าระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ถือเป็นการสร้างนวัตกรรมเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนืองยั่งยืน

                 น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส.กล่าวว่า จากการสำรวจความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของ อปท.เพื่อสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จำนวน 385,565 คน ใน 4 ด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ด้านสิทธิและโอกาส และด้านเข้าถึงข้อมูลและความรู้ พบว่าในภาพรวมประชาชนพอใจมากถึงค่อนข้างพอใจถึง 95.7%

                 ดังนั้นจะเห็นว่า อปท.เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในการขับเคลื่อนนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งทั้ง 6 ประเด็น โดยตั้งเป้าภายในปี 2558 เห็นผล ผุดเครือข่ายครอบครัว 320 แห่ง โรงเรียนผู้สูงอายุ 250 แห่ง เครือข่ายอาสาทำความดี 120 แห่ง

                 ด้าน นายธวัชชัย ฟักอังกูร รองประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส.กล่าวปาฐกถาพิเศษ “สานนวัตกรรม เสริมบริการสาธารณะ” ตอนหนึ่งว่า การจัดการความรู้และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนานวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งทั้ง 6 ประเด็นครั้งนี้ มีการใช้กฎ กติกา การมีส่วนร่วมในการควบคุมการบริโภคยาสูบ และการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดอุบัติเหตุจราจร พัฒนาระบบ โดยใช้วิธีค่อยๆ ทดลองทำ จนเกิดความคุ้นชินในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ ขับเคลื่อน โดยใช้วิธีสร้างความเข้าใจร่วมกันในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนสู่อาหารเพื่อสุขภาวะส่งเสริม โดยใช้การสนับสนุน การรวมตัว ในการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน และการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นและเฝ้าระวังตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

                 “การทำงานให้สำเร็จประกอบด้วย 6 ประการ 1.ทุกคนในชุมชนต้องเห็นพ้องที่จะช่วยแก้ไขปัญหา 2.ยอมรับในกติกาที่กำหนด โดยเฉพาะให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วม 3.การส่งเสริม สนับสนุน ควรเน้นการสร้างเครือข่ายในการเสริมพลัง 4.ควรใช้วิธีทำความเข้าใจถึงคุณค่าและประโยชน์ที่จะได้รับในลักษณะที่เกื้อกูลกัน 5.การพัฒนาระบบควรใช้วิธีทดลองปฏิบัติแบบค่อยเป็นค่อยไป 6.อย่าตั้งเป้าไว้สูง อย่าหวังผลเลิศ ได้ผลน้อยยังดีกว่าไม่สำเร็จ ปัญหาแต่ละตำบลชุมชนมีความยากง่ายต่างกัน” นายธวัชชัยกล่าว

                 น.ส.เพ็ญพัค รัตนคำฟู นายกเทศบาลตำบลเกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเด็น “สร้างครอบครัวอบอุ่นและเฝ้าระวังตั้งภรรค์ในวันรุ่น” ใน ต.เกาะคา พบว่าปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นอายุต่ำว่า20 ปี ยังขาดความรู้เรื่องทักษะชีวิต เพศศึกษาและการป้องกัน ซึ่งสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของเด็กและเยาวชน

                 ซึ่งขบวนการแก้ปัญหามี 3 ข้อ คือ 1.ไม่ซ้ำเติม 2.คลี่คลายปัญหา และ 3.ป้องกันการเกิดซ้ำ โดยการดำเนินการของ ต.เกาะคา เริ่มจากการป้องกันในการสร้างศูนย์ให้ความรู้และคำปรึกษาสำหรับเยาวชนและครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีการจัดกิจกรรมอบรมเดือนละ 3 ครั้ง สำหรับพ่อแม่ในชุมชนเพื่อให้ความรู้แก่บุตรหลาน รวมถึงให้ความรู้โรงเรียนในชุมชน

                 นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานให้คำแนะนำหลังจากคลอดบุตร การแก้ปัญหา การติดตามเด็กกลุ่มที่ท้องไม่พร้อม มีการสื่อสารในทางบวก ไม่ใช้ความรุนแรง เน้นสร้างแบบอย่างที่ดี ยกย่องครอบครัวต้นแบบในชุมชน ซึ่งผลที่ได้ทำให้ทุกวันนี้มีเด็กตั้งครรภ์ไม่พร้อมในชุมชนลดลงอย่างมาก