ข่าว

‘อุดมเดช’เมินโพลล์ปชป.นำพท.

‘อุดมเดช’เมินโพลล์ปชป.นำพท.

21 ก.ย. 2557

‘อุดมเดช’เมินโพลล์ปชป.นำพท. ‘วินธัย’เมิน‘กริชสุดา’ตอบโต้‘บิ๊กตู่’ ให้ มทภ.3 แจงกรณียกเลิกงานเสวนา ม.เชียงใหม่

                21ก.ย.2557 นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต สส.เพื่อไทย และอดีตประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกรณีผลสำรวจความคิดเห็นของ ศูนย์วิจัยมาหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนนิยมดีกว่าพรรคเพื่อไทยว่า ตนยังไม่กังวลในเรื่องนี้ เพราะบรรยากาศในขณะนี้ไม่ได้ปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ประชาชนยังไม่มีสิทธิไปออกเสียงเลือกตั้ง ดังนั้นยังไม่ถึงเวลาที่จะถามค่านิยมพรรคการเมือง ควรถามว่าประชาชนอยากให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย หรือให้ปกครองแบบไม่เป็นประชาธิปไตย และเมื่อบรรยากาศในประเทศกลับมาเป็นประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนมีสิทธิ์เลือกตั้ง ค่อยมาถามว่าคะแนนนิยมของพรรคไหนดีกว่ากัน จะดีกว่า


ชี้สนช.ไม่ควรขยายอำนาจถอดถอนนักการเมือง

                นายอุดมเดช กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะพิจารณาข้อบังคับการประชุม สนช. ว่าด้วยหมวดการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มีการบังคับใช้อยู่นี้ ไม่ได้ให้อำนาจการถอนถอนแก่ สนช. หากจะมีการแก้ไขข้อบังคับขยายอำนาจให้ตัวเองต้องระมัดระวัง และมองว่าไม่น่ากระทำได้และไม่ควรกระทำ แต่ที่สุดแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับ การตีความข้อกฎหมาย และเรื่องของการถอนถอนนั้น ก่อนหน้านี้เป็นหน้าที่ ของ ส.ว. ที่มีสมาชิกมาจากทั้งการแต่งตั้งและเลือกตั้ง ก็มีความชอบธรรมมากกว่า สนช. ที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด การจะให้ สนช. ที่มาจากการแต่งตั้ง ไปถอดถอนผู้ที่มาจากการเลือกตั้งต่างชาติอาจมองว่าเป็นเรื่องตลก

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม สนช. ในวันพฤหัสบดี  25 ก.ย.นี้ ที่ประชุมมีวาระพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม สนช.ที่คณะกรรมาธิอการพิจารณาเสร็จแล้วด้วย โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการถอดถอน

 

“วินธัย”วอนงดกิจกรรมการเมือง


                พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ประสานขอให้ยกเลิกการจัดเสวนาวิชาการเรื่อง ความสุขและความปรองดองภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 25 ก.ย. ว่า ต้องดูว่ารายละเอียดของการจัดเสวนาดังกล่าวเนื้อหาการจัดเสวนาฯนำไปสู่ความแตกแยก หรือหมิ่นประมาทบุคคลอื่นหรือไม่ เพราะหากเป็นการร่วมกลุ่มกัน เพื่อทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเราก็ต้องขอให้งดเอาไว้ก่อน ส่วนที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารเป็นคนประสานของยกเลิกนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดขอให้ไปถาม พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเพียงการไปขอความร่วมมือ และการอธิบายให้ความเข้าใจมากกว่า เนื่องจากบรรยายกาศของประเทศขณะนี้ ไม่อยากให้มีการรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งนี้ ถ้าหน่วยงานไหนต้องการเสนอแนะ หรือสะท้อนปัญหาอะไรมายังรัฐบาล ตนก็ขอให้ใช้ช่องทางในรูปแบบการทำหนังสือเสนอมายัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะเราไม่อยากให้ใช้ช่องทางอื่นที่จะก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมอีก

                พ.อ.วินธัย กล่าวต่อถึงกรณีแนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นสช.) โพสต์คลิป น.ส.กริชสุดา คุณะแสน ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เราไม่อยากให้น้ำหนักในเรื่องดังกล่าว เพราะเราเข้าใจว่าน.ส.กริชสุดาพูดเพื่อให้ตัวเองยังอยู่ในกระแสด้วยการอาศัยองค์กรอื่นสนับสนุนการกระทำของตัวเอง สิ่งที่นายกฯแสดงออก คนที่รู้จักตัวตนจริงๆจะเข้าใจว่าไม่มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์

                “เรื่องนี้เป็นการหยิบยกบางมุมขึ้นมาเท่านั้น สิ่งที่นายกฯพูดไม่ได้แสดงถึงความเกลียดชังน.ส.กริชสุดา และไม่เคยสื่อสารในลักษณะที่เกลียดชังแต่อย่างใด น.ส.กริชสุดาพยายามหาช่องทางจับผิด และหยิบคำพูดบางท่อนขึ้นมาพูดเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ ซึ่งตอนนี้การกระทำเช่นนี้เป็นไปได้ยาก เพราะต่างประเทศเข้าใจการทำหน้าที่ของเราแล้ว รวมถึงสังคมก็เข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ทำเพื่อประชาชนและประเทศ” พ.อ.วินธัย กล่าว



"ประจิน"ถก27กย.ปรับค่าโดยสารทั้งระบบ-สายสีม่วงใช้ปี59

                พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และทำบุญในการเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สัญญาที่ 2 ช่วงสถานีสนามไชย สถานีท่าพระ ณ สถานีก่อสร้างอิสระภาพ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานกรรมการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับและเยี่ยมชมการขุดเจาะอุโมงค์ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณช่วงวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร จากนั้นได้เดินทางเยี่ยมชมสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน ในส่วนของโครงการสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสายสีน้ำเงินด้วย ซึ่งยืนยันว่าความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้


เตรียมถกปรับค่าโดยสารทั้งระบบ 27 ก.ย. นี้


                พล.อ.อ.ประจิน  กล่าวว่า ในวันที่ 27 กันยายนนี้ จะจัดการประชุม Workshop เพื่อหารือการตามปรับราคาค่าโดยสารทั้งระบบและเรียกให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT เข้าหารือ เพื่อขอยืดอายุการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน โดย MRT ระยะ 1-2 บาท ไปจนถึงเดือนธันวาคม เพื่อเป็นการคืนความสุขให้กับประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือกับบริษัท BMCL ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถ MRT ขยายเวลาในการขึ้นค่าโดยสารออกไปเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม ปี 2557 อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไม่เห็นด้วยจะพยายามเจรจาให้ได้การปรับค่าโดยสารลดลงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ยันรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดบริการได้ใน Q1/59


                พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขณะนี้มีความคืบหน้าในการก่อสร้างร้อยละ 63.74 ถือว่าเร็วกว่าแผนร้อยละ 0.59 แต่เนื่องจากสายสีน้ำเงินจะต้องมีการก่อสร้างอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้น การเร่งรัดดำเนินการให้เร็วกว่าแผนในปี 2560 จึงทำได้ยาก

                อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการรรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-เตาปูน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีความคืบหน้าทั้งงานโครงสร้างและระบบรางถึงร้อยละ 99.75 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2559 ทั้งนี้ จากการเปิดเดินทั้ง 2 เส้นทาง คาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 1 ล้านคนต่อวัน


'ทวีศักดิ์'มั่นใจร่างข้อบังคับพิจารณาวันเดียวจบ
 

                รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชม สนช. คนที่ 2 เปิดเผยว่า ร่างข้อบังคับที่จะมีการนำเข้าพิจารณา ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ในวาระ 2 และ 3 นั้น ไม่ได้มีการปรับแก้ หรือตัดหมวดใดออกไปเลย แต่มีสมาชิกบางคน ที่ได้เสนอคำแปรญัตติ ซึ่งบางส่วนกรรมาธิการก็เห็นชอบปรับเปลี่ยน จนเป็นที่น่าพอใจแล้ว แต่ก็ยังมี บางคนขอสงวนคำแปรญัตติ เพื่อชี้แจงในที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง

                อย่างไรก็ตาม รศ.ทวีศักดิ์ มั่นใจว่า ในการพิจาณณาวาระ 2 และ 3 ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และ น่าจะพิจารณาจบในวันเดียว
         
                ด้านนายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า ตนเองได้ขอแปรญัตติร่างข้อบังคับการประชุม สนช.หมวดถอดถอน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ทำหน้าที่ศึกษาตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเบื้องต้น ของคดีถอดถอนแต่ละคดี โดยจะไม่ทำรวมกันทั้งหมด เนื่องจากบุคคลที่ถูกชี้มูลมีฐานความผิดที่แตกต่างกัน ก่อนสรุปเป็นความเห็นเพื่อให้ที่ประชุม สนช.ใหญ่ ได้ลงมติว่า จะทำการถอดถอนคดีนั้นๆ หรือไม่ต่อไป

                ทั้งนี้ นายธานี ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ต้องการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น และให้ สนช.เดินในทางที่เป็นกลางเท่านั้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า สนช.ไม่ใช่สภาตรายาง ที่จะถูกชี้นำได้ง่ายๆ


บิ๊กป๊อกชี้ใช้เวลา40วันเลื่อนขั้นรองผู้ว่าฯ-รองอธิบดี

                พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการดำเนินการนำบัญชีรายชื่อข้าราชการที่จะมีการแต่งตั้งจากระดับ 9 ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้งเป็นระดับ 10 ว่า น่าจะมีการแต่งตั้งข้าราชการประมาณ 22 ตำแหน่ง โดยจะใช้เวลาอีกประมาณ  40 วัน เพราะต้องมีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของกระทรวงประชุมกำหนดหลักเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติ และทุกคนจะต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ (สอบสัมภาษณ์) คาดว่า คงจะไม่ทันการประชุมครม.วันที่ 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยตนเคยถามปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าสามารถแก้ไขให้ระยะเวลาสั้นลงได้หรือไม่ ปรากฏว่า ไม่ได้  ถ้ามาแก้ไขตรงนี้ก็จะผิดกฎหมาย

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 22 ตำแหน่งที่ว่างลงนั้นประกอบไปด้วย ผู้ว่าฯราชการจังหวัด 18 จังหวัด และผู้ตรวจราชการจำนวน 4 ตำแหน่ง  โดยเป็นตำแหน่งที่เกษียณราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้ และที่ว่างลงจากการแต่งตั้งในช่วงที่ผ่านมาแล้วยังไม่มีการแต่งตั้งไปแทนที่  ได้แก่ 1.ผวจ.ชุมพร 2.ผวจ.พังงา 3.ผวจ.อุทัยธานี 4.ผวจ.เพชรบูรณ์ 5.ผวจ.สุโขทัย 6.ผวจ.แพร่ 7.ผวจ.ยะลา 8.ผวจ.มหาสารคาม 9.ผวจ.ระนอง 10. ผวจ.ตราด 11.ผวจ.กระบี่ 12.ผวจ.ปัตตานี 13.ผวจ.หนองคาย 14.ผวจ.อำนาจเจริญ 15.ผวจ.ลำพูน 16.บึงกาฬ 17.สมุทรสงคราม และ18.เพชรบูรณ์ นอกจากนี้มีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยว่างอีก 4 ตำแหน่ง รวมเป็น 22 ตำแหน่ง


"ภุชงค์"เผยสรรหาสปช.เหลือเพียง7จังหวัด

                นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ว่า สำหรับการสรรหาผู้เหมาะสมเป็นสปช.ของคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน ทางสำนักงานกกต.ได้นำรายชื่อจำนวน550รายชื่อเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ส่วนผลการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดได้รับรายงานว่าขณะนี้เหลือเพียง 7 จังหวัดจาก 77จังหวัดที่ยังไม่ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นสปช.เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาบางรายติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ แต่เชื่อว่าทั้ง 7จังหวัดที่เหลืออยู่นั้นจะสามารถพิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นสปช.ได้ทันตามกรอบเวลาในวันที่ 22กันยายนนี้ ส่วนข้อเสนอที่สอบถามกันมาว่าหากคสช.ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสปช.จำนวน 250 คนเรียบร้อยแล้ว จะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาทั้งในส่วนกลางและระดับจังหวัดได้หรือไม่นั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของคสช.ว่าจะพิจารณาให้เปิดเผยรายชื่อได้หรือไม่ เพราะทางสำนักงานกกต.เป็นแค่เพียงฝ่ายธุรการไม่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้

                นายภุชงค์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นพ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ อดีตรองประธานวุฒิสภา ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานกกต.และประธานกรรมการสรรหาสปช.จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้ตรวจสอบกรรมการสรรหาสปช.จังหวัดสุรินทร์คนหนึ่งว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เข้ารับการสรรหา เนื่องจากเป็นเครือญาติกันนั้น ขณะนี้ตนยังไม่เห็นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เพียงแต่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่และทราบข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น ซึ่งคงต้องขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้กระบวนการคัดเลือกสปช.ยังเป็นความลับอยู่ และไม่แน่ใจว่าผู้ร้องเป็นผู้ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาให้เป็นหนึ่งในห้าคนของจังหวัดสุรินทร์ด้วยหรือไม่

                นายภุชงค์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการสรรหาสปช.แล้ว ส่วนตัวรู้สึกพอใจกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยตลอดระยะเวลาของการเปิดรับเสนอชื่อและการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การปฏิบัติงานมีปัญหาและอุปสรรคน้อยมาก อีกทั้งก็มีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากทุกสาขาอาชีพเข้ามาเสนอชื่อเป็นจำนวนมากถึง 7,370 คน ซึ่งตัวเลขเกินกว่าที่สำนักงานกกต.ตั้งเป้าหมายไว้ จึงนับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่มีคนต้องการเข้ามาช่วยกันปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้น

                นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า เมื่อมีการประกาศแต่งตั้งสปช.เรียบร้อยแล้ว สำนักงานกกต.ก็คงจะเสร็จภารกิจในทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของการสรรหาสปช.โดยหลังจากนี้ไปทางสำนักงานก็จะเตรียมความพร้อมในเรื่องของข้อมูลและปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทางสำนักงานกกต.ก็น่าจะมีส่วนในการเสนอแนะในเรื่องของอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกกต.การจัดการเลือกตั้ง การพัฒนาพรรคการเมืองและกระบวนการสืบสวนสอบสวน และเมื่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว กกต.จะมีหน้าที่สำคัญในการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย