ข่าว

คสช.ขันนอต 'ปราบรุกป่า'

คสช.ขันนอต 'ปราบรุกป่า'

21 ก.ย. 2557

คสช.ขันนอต 'ปราบรุกป่า' : โดย...นพพัฒจักษ์ อัตตนนท์ / สมัชชา หุ่นสาระ

 
                             ช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นข่าวการจับกุมและรื้อถอนรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่า หรือทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติหลายพื้นที่ แต่ก็ยังมีรีสอร์ทหลายแห่งที่ทำผิดกฎหมายยังเปิดอยู่ และมีนักท่องเที่ยวเข้าพักเป็นจำนวนมาก 
 
                             ปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ คสช.มองว่าเป็นนโยบายด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที !
 
                             สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนใหม่ มอบนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงหลังรับตำแหน่งว่า “นโยบายเร่งด่วน คือทำงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การป้องกันบุกรุกทำลายป่า ล่าสัตว์ และตัดไม้ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาป่า แหล่งต้นน้ำและสัตว์ป่า ให้ความสำคัญลักลอบตัดไม้พะยูง ลงโทษอย่างเฉียบขาดกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 
 
                             แนวทางที่มอบให้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามปกติ เช่น การแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า 4 กรมที่ต้องสะสางปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุทยาน และกรมป่าไม้ มาชี้แจง โดยผมจะลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะปัญหาการบุกรุกป่าและการจัดการที่ดิน ไม่ได้มีเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต เพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่มีแทบทุกจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งต้องไล่แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ”
 
                             สิ่งที่ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ระบุไว้นั้น น่าจะทำให้ปัญหาหลายอย่างยุติลงและเริ่มเดินหน้าการอนุรักษ์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาการรุกป่าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลานที่มีปัญหานี้ยาวนาน 
 
                             เพราะกรณีนี้ เมื่อปี 2556 นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิชาการ เคยเปิดเฟซบุ๊กในชื่อ “เที่ยวไทย อุ่นใจไม่ทำร้ายป่า” รณรงค์ไม่เที่ยวรีสอร์ทรุกป่าวังน้ำเขียว-ทับลาน เพื่อขอให้ประชาชนหรือภาคสังคมออกมาช่วยต่อต้านและกดดันด้วยการไม่เข้าพักไม่สนับสนุนรีสอร์ทเหล่านี้ เพื่อปกป้องทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติ
 
                             ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวนั้น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการมา 3 ปีแล้ว เพื่อให้นักศึกษาใช้ความรู้ให้สังคมและบริการประชาชน โครงการนี้ทำขึ้นเมื่อปีที่แล้วเพราะต้องการกระตุ้นความตื่นตัวให้สังคมว่าอย่าสนับสนุนรีสอร์ทที่ผิดกฎหมาย ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวคือผู้บริโภค หากไปพักในรีสอร์ทที่รุกป่าก็ถือว่าสนับสนุน และร่วมสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย ในต่างประเทศหากรีสอร์ทใดรุกป่า เมื่อประชาชนรู้ก็ต่อต้านและต้องปิดตัวโดยปริยาย ปัญหาเหล่านี้มันมาจากผลการกระทำของทุกคน ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันไม่ต้องรอ คสช.จัดการ
 
                             ด้าน นายดำรง พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงการบุกรุกพื้นที่ป่าของรีสอร์ทและที่พักว่า ตอนนี้ คสช.ดำเนินการกับพวกบุกรุกป่าและอุทยาน เป็นสิ่งดีและขอสนับสนุน ตอนนี้ คสช.จัดการได้เลยตามกฎอัยการศึกโดยไม่ต้องรอหมายศาล และรีสอร์ทหลายแห่งนั้นรุกป่าจริง แต่เจ้าของที่มักอ้างไม่ใช่ของตัวเองเพราะมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของไปเรื่อยๆ แต่ความจริงรู้กันดีว่าใครเป็นเจ้าของ
 
                             เช่นเดียวกับฝ่ายปฏิบัติงาน พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานด้านกฎหมาย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 กล่าวในเรื่องนี้ว่า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ส่วนใหญ่ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ก่อนหน้านี้เอกสารจะออกให้ราษฎรให้มีที่ทำกินครอบครัวละ 15 ไร่ โดยมีการสลักหลังเอกสารสิทธิ เช่น หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมสร้างตนเอง (นค.1) หรือหนังสือแสดงการทำประโยชน์นิคมสร้างตนเอง (นค.3) จนถึงโฉนด ตั้งแต่ นค.1-โฉนดนั้น ใช้เวลาในการเปลี่ยนมือคราวละ 5 ปี นายทุนมองว่ากว่าจะเปลี่ยนมือใช้เวลา 15 ปี จึงให้ราษฎรแถวนั้นสวมชื่อเป็นผู้ครอบครอง บางคนไม่รู้เรื่องเลยว่าตัวเองครอบครองนับร้อยๆ ไร่ 
 
                             "เรื่องนี้นายทุนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในท้องที่ ส่วนใหญ่หน่วยราชการที่ออกโฉนดยืนยันว่าออกถูกต้องตามกระบวนการ แต่ถามว่าผิดหลักเกณฑ์หรือไม่ เพราะ 1.นายทุนไม่ได้ทำกิน 2.ที่ดินหลายแปลงอยู่ในลักษณะต้องห้าม เช่น ลาดเอียง 35 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ป่าไม้ เป็นที่อุทยาน แม้จะมีการรังวัดแล้วออกเอกสารสิทธิหรือโฉนดได้ก็ตาม" 
 
                             พ.อ.สมหมาย ยังระบุว่า อ.วังน้ำเขียว แต่เดิมพื้นที่แถวนี้ไม่มีโฉนดแม้แต่ใบเดียว มีแต่ภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) โดยผู้ครอบครองต้องแสดงแบบภาษีบำรุงท้องที่ไร่ละ 5 บาทต่อปี ย้ำว่า ภบท.5 ไม่ใช่เอกสารสิทธิ ใครได้มาแบบซื้อขายนั้นย่อมรู้แก่ใจ คนถือครองมีไม่กี่ตระกูล ยืนยันว่าสิ่งที่จะดำเนินการคือ 1.ตรวจสารบบในที่ดินเหล่านี้ โดยนำระบบจีพีเอสไปตรวจสอบ 2.ราษฎรบางคนยืนยันว่าทำกินตั้งแต่บรรพบุรุษนับร้อยปีในพื้นที่นี้ โดยจะนำภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่ปี 2545 มาตรวจสอบ แถวนี้มีใบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือที่รู้จักว่า "ส.ค.บิน" จากพื้นที่ต่างๆ มาสวมสิทธิ์กันเยอะ
 
                             นายทหารผู้นี้กล่าวด้วยว่า รีสอร์ทหลายสิบแห่งในพื้นที่นี้โดนฟ้องร้อง แม้บางรายอัยการจะไม่สั่งฟ้อง แต่คนที่บุกรุกก็ต้องออกไป เพราะผิดหลักเกณฑ์ หากอยู่ต่อถือว่ามีความผิด บางรายไม่ยอมออก ก็จะใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในมูลฐานความผิด ฐานใช้ยึดถือหรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันมีลักษณะเป็นการค้า หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
 
                             “ส่วนเอกชนบางรายที่จะใช้รีสอร์ทเหล่านี้จัดงานมหกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตหรือแรลลี่ อยากขอร้องนักท่องเที่ยวว่าอย่าสนับสนุนเรื่องแบบนี้ เพราะเสียงที่ดังมันรบกวนสัตว์ป่า และป่าก็คือบ้านของสัตว์ป่า สมมุติว่าสัตว์พูดได้คงจะใช้เงินจับมนุษย์มาขังแล้วไปยืนดูเช่นกัน ขอร้องครับ เก็บป่าไว้ให้ลูกหลานและเก็บโอโซนอันดับเจ็ดของโลกไว้เพื่อลมหายใจของคนไทยนะครับ คอนเสิร์ตควรดูใน กทม. แรลลี่ก็ควรจัดที่อื่น ไม่ใช่มาจัดในบ้านของสัตว์ป่า” พ.อ.สมหมาย ระบุ  
 
                             ส่วนพ่อเมืองโคราชที่ต้องดูแลและแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยตรงนั้น นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า มีพื้นที่บางส่วนบุกรุกอยู่ในเขต ส.ป.ก. และมีการฟ้องร้องทางแพ่งไปแล้ว เพราะใช้ที่ดินไปผิดประเภท อาจมีการนำไปเปลี่ยนมือ เรื่องนี้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดได้ไปดำเนินการจำแนกกลุ่มว่าเป็นพี่น้องเกษตรกรรายเดิมหรือไม่ และได้ตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบอยู่ ขณะเดียวกันพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนหรือที่อุทยานก็มีการเข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำก็มีความผิดตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
 
                             สำหรับมาตรการป้องกัน ทางกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ มีหน่วยของตัวเองที่เข้าไปดูแลไม่ให้มีคนบุกรุกรายใหม่ ส่วนการไปจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะเราจะไม่อนุญาต แต่ถ้าเป็นพื้นที่เอกชนก็ต้องมาขออนุญาตในกรณีที่ต้องใช้เสียง เพราะเป็นเหมือนกับมหรสพ หากเอกชนไปเช่าพื้นที่รีสอร์ทที่มีการฟ้องร้องจัดกิจกรรมข้างต้น เจ้าพนักงานจะใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ใบอนุญาตการใช้เครื่องเสียง
 
                             ดังนั้น จากปัญหาข้างต้น ต้องติดตามว่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามแนวทางที่ คสช.และพล.อ.ดาว์พงษ์ ระบุไว้หรือไม่? เพราะป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติของเมืองไทย แทบจะหมดไปจากแผนที่โลกแล้ว 
 
                             ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวควรมีจิตสำนึกที่มากขึ้นและควรตรวจสอบว่าแหล่งที่พักเพื่อไปพักผ่อนนั้น มีปัญหาการฟ้องร้องการรุกล้ำทรัพยากรของชาติหรือไม่ เพราะการเข้าพักในสถานที่มีปัญหาถือว่าอาจเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดทั้งทางตรงและทางอ้อม !
 
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(คสช.ขันนอต'ปราบรุกป่า' : โดย...นพพัฒจักษ์ อัตตนนท์ / สมัชชา หุ่นสาระ)