ข่าว

เรียกเชื่อมั่น 'เกาะสวรรค์อ่าวไทย'

เรียกเชื่อมั่น 'เกาะสวรรค์อ่าวไทย'

21 ก.ย. 2557

เรียกเชื่อมั่น 'เกาะสวรรค์อ่าวไทย' : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์

 
                             "เกาะเต่า" อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย” มีลักษณะที่โค้งเว้า เหมือนกับเมล็ดถั่ว ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ เกาะพะงัน มีระยะทางจากเกาะพะงันถึงเกาะเต่าประมาณ 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 1,723 คน
 
                             เป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากหลายชนิดจำนวนมาก เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ในเอเชีย และติด 1 ใน 10 ของโลกที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสกับโลกใต้ทะเลของเกาะสวรรค์แห่งนี้ ปีละ 4-5 แสนคนจากทั่วโลก จำแนกเป็นชาวยุโรป 60% เอเชีย 20% โซนแอฟริกาอีก 20% นำรายได้เข้าประเทศปีละ 4-5 พันล้านบาท และจัดเป็นขุมทรัพย์ของแรงงานต่างด้าวที่หลั่งไหลเข้าไปใช้แรงงานจำนวนมาก จนถึงขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวในเกาะเต่าไม่ต่ำกว่า 4-5 พันคน มีทุกสัญชาติ โดยแรงงานพม่ามากที่สุด
 
                             ด้วยความที่เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้มหาศาล เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ขายได้ยั่งยืน ทำให้วิถีชาวบ้านดั้งเดิมก็ปรับเปลี่ยนตามไปด้วย โดยทุกอย่างเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดและทุกคนช่วยกันดูแลปกปักรักษาธรรมชาติเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยที่ไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้น แม้ว่ากำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอยู่เพียงจำกัดก็ตาม แต่ไม่เคยเกิดปัญหา 
 
                             ...แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุ 2 นักท่องเที่ยวชาย-หญิงชาวอังกฤษ ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทำให้ชาวเกาะเต่ารวมทั้งหมู่เกาะใกล้เคียงช็อกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่ตามมาคือ ผลกระทบทางการท่องเที่ยวที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม !
 
                             ย้อนรอยเวลาเกิดเหตุ ราวๆ 03.00 น. วันที่ 15 กันยายน เกิดเหตุร้ายกับ 2 นักท่องเที่ยวชายหญิงชาวอังกฤษ ในขณะที่ตำรวจ สภ.ย่อยเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพนักท่องเที่ยวชาย-หญิง ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิตบริเวณแหลม จปร. หาดทรายรี พื้นที่หมู่ 1 ต.เกาะเต่า จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น
 
                             ทันทีที่ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เกียรติพงษ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน รับทราบในขณะที่กำลังประชุมประจำเดือนข้าราชการตำรวจภาค 8 ที่โรงแรมนิภาการ์เด้น ก็รีบนั่งเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปยังที่เกิดเหตุทันที หลังจากนั้นระดมกำลังสืบสวนเพื่อตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ 
 
                             การทำงานสืบสวนเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เพราะเกาะเต่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รู้จักกันทั่วโลก มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์อย่างมาก แต่ปรากฏว่าคดีขาดพยานหลักฐานที่ชัดเจน แม้ตอนแรกจะพุ่งเป้ากลุ่มผู้ต้องสงสัย 12 ราย มีทั้งแรงงานต่างด้าวและเพื่อนชายของนักท่องเที่ยว สุดท้ายผลตรวจดีเอ็นเอปรากฏว่าไม่ตรงกับรายใดเลย...เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ 
 
                             อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญกับคดีนี้ ได้กำชับด้วยตัวเองว่า ต้องจับกุมคนร้ายให้ได้ ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ผู้เชี่ยวชาญคดีสืบสวน นำทีมไปติดตามความคืบหน้าและดูแลการสอบสวน ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า อีกไม่นานจะจับกุมคนร้ายที่สังหารหนุ่มสาวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษได้แน่
 
                             ด้านความคิดเห็นของผู้อยู่ในวงการท่องเที่ยวมองถึงเหตุร้ายครั้งนี้อย่างไร นางวรรณี ไทยพาณิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ให้ข้อมูลว่า ช่วงนี้มีมรสุมหรือช่วงโลว์ซีซั่นและมีฝนตก ผู้ประกอบการและชาวเกาะพะงันต่างก็เสียใจ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเกาะพะงัน จึงร่วมกับชาวเกาะพะงันจัดพิธีไว้อาลัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้
 
                             สำหรับการจองห้องพักล่วงหน้าในช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่เดือนธันวาคมปลายปีนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า มีการจองเข้ามาจนเกือบเต็ม 100% แล้ว ยังไม่มีการยกเลิกการจองล่วงหน้าแต่อย่างใด
 
                             เช่นเดียวกับ ว่าที่ ร.ต.เอนก นุรักษ์ ประธานสหพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวภาคใต้ และนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวหลังเกิดคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ว่า อาจได้รับผลกระทบบ้างในระดับหนึ่ง แต่ถ้าดูโดยภาพรวมแล้ว สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของ จ.สุราษฎร์ธานี ยังดีอยู่ แต่ก็เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้คืนกลับมา 
 
                             เขายังมีข้อเสนอในการป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดซ้ำรอยขึ้นอีก โดยระบุว่า สถานที่เกิดเหตุ คือเกาะเต่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่กลางทะเล แม้การเดินทางไปมาจะยากลำบาก แต่มีความสวยงามอย่างมาก และการที่มีนักท่องเที่ยวที่หลากหลายและแตกต่างทางวัฒนธรรม ประกอบกับมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว แต่อาจจะไม่ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้ประกอบการให้เข้ามาช่วยดูแลกันเองให้มากขึ้น เนื่องจากปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นได้ทุกประเทศ และกรณีนี้คิดว่าเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ถ้าสามารถจับผู้กระทำผิดได้เร็วก็จะสามารถเรียกความมั่นใจของประเทศไทยได้ 
 
                             ล่าสุดบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เกาะเต่า...เริ่มคลี่คลายสู่ภาวะปกติ แต่ก็ยังแฝงความกังวลของกลุ่มนักท่องเที่ยว แม้คำสั่งยกเลิกจองห้องพักยังไม่เกิดขึ้น แต่ทุกฝ่ายต้องวางมาตรการดูแลที่รัดกุมขึ้น อีกทั้งคนบนเกาะเต่าต้องร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องท้องถิ่นและแหล่งสร้างรายได้ของตนเอง เพราะลำพังกำลังเจ้าหน้าที่คงไม่เพียงพอ ถ้าชุมชนเข้มแข็งมีมาตรการที่ดีพอ เป้าหมายที่ต้องการไม่ให้เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นซ้ำก็จะบรรลุผลไม่ยาก  
 
                             อย่างไรก็ตาม...จนถึงปัจจุบันเหตุการณ์เกิดมาร่วมสัปดาห์แล้ว ชาวเกาะเต่า ผู้ประกอบการ ตลอดจนสังคม ตั้งความหวังว่า คนร้ายที่ก่อเหตุต้องไม่พ้นฝีมือตำรวจไทย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวกลับคืนมา
 
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(เรียกเชื่อมั่น 'เกาะสวรรค์อ่าวไทย' : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)