ข่าว

รอยกระสุนที่ศีรษะ ไขคดีฆ่าเสี่ยค้าปุ๋ยจัดฉากอุบัติเหตุ

รอยกระสุนที่ศีรษะ ไขคดีฆ่าเสี่ยค้าปุ๋ยจัดฉากอุบัติเหตุ

21 ก.ย. 2557

รอยกระสุนที่ศีรษะ ไขคดีฆ่าเสี่ยค้าปุ๋ยจัดฉากอุบัติเหตุ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                             คืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 ใครที่สัญจรผ่านบริเวณคลองส่งน้ำชลประทาน บ้านดอนกระเพรา-กระดานป้าย พื้นที่หมู่ 13 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มองดูเผินๆ อาจคิดได้ว่า เกิดอุบัติเหตุทางถนนร้ายแรงจนเป็นเหตุให้รถยนต์ฮุนได สีขาว ทะเบียน ฆฉ8190 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปอยู่ในคลองส่งน้ำ ในลักษณะจมแทบมิดหลังคา 
 
                             ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก ประสานนักประดาน้ำและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือนำรถยนต์คันนี้ขึ้นจากคลองส่งน้ำ แต่กลับแปลกใจเมื่อไม่พบคนขับอยู่ตรงเบาะนั่งคนขับด้านหน้ารถอย่างเช่นอุบัติเหตุทั่วไป แต่กลับพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ที่เบาะหลังคนขับในสภาพถูกห่อด้วยผ้าห่ม 2 ผืน สภาพนอนคู้เข่า สวมเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้นสีกากี
 
                             ที่สำคัญคือ บริเวณขมับซ้าย และกลางท้ายทอย มีรอยถูกยิงด้วยปืนรวม 2 นัด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ชั่วโมง
 
                             สภาพศพที่พบ โดยเฉพาะรอยกระสุนปืน เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันชัดว่า ผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกคลองส่งน้ำ แต่เกิดจากการฆาตกรรมอำพราง จัดฉากให้ดูเสมือนว่าผู้ตายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งตำรวจได้ขยายผลกระทั่งทราบว่า ผู้ตายคือ นายเมธี หมอนทอง วัย 66 ปี เป็นนักธุรกิจค้าขายปุ๋ยใน จ.สมุทรสาคร
 
                             หลังทราบผู้เสียชีวิตเป็นใครแล้ว ตำรวจได้แจ้งให้ญาติทราบ กระทั่ง น.ส.สิรินธา หมอนทอง วัย 38 ปี เดินทางมาดูศพที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อ.สองพี่น้อง และยืนยันว่าผู้ตายคือบิดา ซึ่งได้ออกจากบ้านไปตีกอล์ฟที่ จ.นครปฐม โดยมีทรัพย์สินติดตัว ทั้งสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท พระเครื่องชุดเบญจภาคีมูลค่านับล้านบาท และเงินสดอีกหลายแสนบาท แต่เมื่อพบศพกลับไม่พบทรัพย์สินเหล่านี้
 
                             ตำรวจขยายผลทราบว่า นายเมธีไปตีกอล์ฟเป็นประจำที่สนามกอล์ฟยูนิแลนด์ ถนนเพชรเกษม กม.60 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม จึงประสานผู้บริหารสนามกอล์ฟขอตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้เสียชีวิตขับรถคันเกิดเหตุเข้าไปในสนามกอล์ฟแห่งนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 และขับออกไปในเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน มีผู้หญิงนั่งเบาะหน้าข้างคนขับไปด้วย โดยรถคันนี้วิ่งไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
 
                             ชุดสืบสวนตรวจสอบกระทั่งพบว่า ผู้หญิงที่นั่งคู่ไปกับนายเมธี คือ น.ส.ปรียนิตย์ หรือจำเนียร เลิศคูณรัตน์ วัย 39 ปี อดีตแคดดี้สนามกอล์ฟ ซึ่งมีความสนิทสนมกับผู้ตาย และมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่บริเวณแยกวังเย็น อ.เมือง จ.นครปฐม พบภาพรถยนต์ของผู้ตายวิ่งผ่าน เป็นเบาะแสที่บ่งชี้ได้ว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายน่าจะขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านของ น.ส.ปรียนิตย์ คือบ้านเลขที่ 22 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับสนามกอล์ฟ 
 
                             ขณะเดียวกันได้ประสานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อตรวจสอบสัญญาณการใช้โทรศัพท์ของนายเมธี พบว่ามีการโทรออกไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของ นายสอน บุตรน้ำเพชร วัย 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ 16 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง ใกล้กับจุดที่ทิ้งศพลงคลอง 
 
                             การขยายผลทราบว่า นายสอนคือญาติของนายเกรียงศักดิ์ ราชจำนงค์ วัย 38 ปี สามีของ น.ส.ปรียนิตย์ จึงสงสัยว่าทั้งสองน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับคดีฆาตกรรมเสี่ยค้าปุ๋ยรายนี้ จึงเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายสอน พบปืนยาว ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมลูกกระสุนปืนจำนวนมาก หลังจากได้อาวุธปืน พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งคอก จึงส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุน สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ พบว่า ปืนกระบอกนี้เป็นกระบอกเดียวกับที่คนร้ายใช้ยิงนายเมธี เนื่องจากมีเกลียวกระสุนตรงกันกับหัวกระสุนที่พบในศพผู้ตาย
 
                             ตำรวจได้สอบเค้นนายสอน กระทั่งสารภาพว่า ได้ร่วมกับหลานชายของนายเกรียงศักดิ์ และ น.ส.ปรียนิตย์ หลานสะใภ้ วางแผนฆ่าชิงทรัพย์นายเมธี โดยวันเกิดเหตุออกอุบายให้ภรรยาหลอกนายเมธีมาที่บ้านพัก เลขที่ 22 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.เมือง จ.นครปฐม ก่อนที่นายสอนจะฉวยโอกาสยิงนายเมธี 2 นัด ถึงแก่ความตาย ก่อนปลดทรัพย์สินมีค่า แล้วช่วยกันนำศพใส่รถยนต์เข็นทิ้งคลองชลประทาน เพื่ออำพรางคดี หลังทราบข้อมูลดังกล่าวตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวนายเกรียงศักดิ์ และ น.ส.ปรียนิตย์ ซึ่งรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันสังหารนายเมธีจริง
 
                             น.ส.ปรียนิตย์ สารภาพว่า รู้จักสนิทสนมกับนายเมธีตั้งแต่สมัยทำงานเป็นแคดดี้ประจำสนามกอล์ฟ กระทั่งมีสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างกัน ซึ่งนายเมธีคอยดูแลให้เงินใช้จ่ายเป็นประจำ ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ต่อมาได้มาคบหากับนายเกรียงศักดิ์ ซึ่งเป็นสามี และเกิดตั้งครรภ์ จึงลาออกจากงาน
 
                             "ตกงาน ไม่มีเงินใช้และดูแลเลี้ยงลูก เห็นว่าผู้ตายมีฐานะร่ำรวย ชอบใส่ของราคาแพง พกเงินทีละมากๆ มาตีกอล์ฟ จึงร่วมกับสามีและอาวางแผนชิงทรัพย์ โดยโทรศัพท์ลวงให้เสี่ยเมธีมาหาที่บ้าน ออกอุบายว่ามีเรื่องสำคัญให้ช่วยเหลือ เมื่อถึงบ้านให้นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ห้องรับแขก โดยบอกว่าจะทำอาหารให้ทาน ระหว่างนั่งรอเสี่ยเมธีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นจนเพลิน โดยไม่รู้ว่าสามีและอามือสังหารซ่อนอยู่ สามีและอาเปิดประตูห้องนอนแล้วใช้ปืนยิงเข้าที่ศ๊ณษะนายเมธีจนล้มลง จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันใช้ผ้านวมห่อและคลุมหัว ลากศพไปไว้ที่ห้องนอน ปลดทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท พระเลี่ยมทอง 5 องค์ แหวนทอง 2 วง และเงินสด 45,000 บาท เก็บไว้" น.ส.ปรียนิตย์ ให้การต่อพนักงานสอบสวน
 
                             หลังจากปลดทรัพย์สินผู้ตายแล้ว น.ส.ปรียนิตย์ อ้างว่า สามีและอาช่วยกันหามศพที่ยัดในผ้านวมไปไว้ที่เบาะหลังคนขับ ก่อนออกจากบ้านเพื่อทิ้งศพและรถยนต์ โดยนายเกรียงศักดิ์ขับรถของผู้ตาย ส่วนนายสอนขับรถยนต์กระบะแค็บสีฟ้า ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน หมายเลขทะเบียน บล 9908 นครปฐม ตามมา เพื่อรับกลับบ้าน ขณะที่ น.ส.ปรียนิตย์ทำความสะอาดบ้านพร้อมเช็ดคราบเลือดจนหมด ส่วนทรัพย์สินนายเกรียงศักดิ์นำไปทั้งหมดขึ้นรถขับไปที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 16 ต.บ่อสุพรรณ ตำรวจได้ติดตามไปตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว พบทรัพย์สินของผู้ตาย ทั้งสร้อยคอทองคำ แหวนทอง พระเลี่ยมทอง บรรจุอยู่ในกระป๋องแป้ง 2 กระป๋อง ฝังดินอยู่ในดงกล้วยหลังบ้าน 
 
                             ตำรวจใช้เวลาคลี่คลายคดีเพียง 3 วัน โดยแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้ง 3 คน ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิด อย่างอื่น ซ่อนเร้น ย้ายทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
 
                             แม้คนร้ายกลุ่มนี้จะพยายามอำพรางศพให้ดูเสมือนว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ร่องรอยบาดแผลจากคมกระสุนที่ปรากฏอยู่บนศพชี้ชัดว่า เป็นฆาตกรรมอำพราง ขณะที่ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดตามรายทางเป็นเบาะแสสำคัญ เช่นเดียวกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ที่ทำให้ตำรวจเข้าถึงตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(รอยกระสุนที่ศีรษะ ไขคดีฆ่าเสี่ยค้าปุ๋ยจัดฉากอุบัติเหตุ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)