ข่าว

จังหวัดมหาสารคาม กับนโยบายโซนนิ่งภาคเกษตร

จังหวัดมหาสารคาม กับนโยบายโซนนิ่งภาคเกษตร

21 ก.ย. 2557

คอฟฟี่เบรค : จังหวัดมหาสารคาม กับนโยบายโซนนิ่งภาคเกษตร : เรื่อง / ภาพ ... สินีพร มฤคพิทักษ์

 
                         กำลัง "อิน" กับนโยบาย "โซนนิ่งพื้นที่เกษตร" ของ นพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม อยู่เชียว ทว่า 1 ตุลาคม นี้ ผู้ว่าฯ จะย้ายไปเป็นพ่อเมืองจังหวัดอุดรธานีซะแล้ว
 
                         งั้นลองมาทวนความยุทธศาสตร์จังหวัดมหาสารคาม ปี 2557 ตามไอเดียที่ผู้ว่าฯ นพวัชร เคยคุยให้ฟังหน่อยก็แล้วกัน 
 
                         จังหวัดมหาสารคาม เน้นอาชีพการเกษตรเป็นหลัก มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการทำนา 1.3 ล้านไร่ อีก 7 แสนไร่ แต่ไม่สามารถทำนาได้อย่างมีคุณภาพ จึงใช้โซนนิ่งมาเป็นแนวทางจัดระบบการปลูกพืช เปลี่ยนจากปลูกข้าวเป็นปลูกอ้อย โดยเริ่มโครงการปี 2557 มีผู้เข้าร่วมโครงการเกือบ 2 หมื่นไร่ ส่วนปี 2558 มีเป้าหมายส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลัง เพราะมีโรงงานอยู่ในพื้นที่
 
                         "เราวางเป้าหมายจะผลิตข้าวพันธุ์ดีส่งออก ไม่แข่งขันเชิงปริมาณ แต่เน้นเชิงคุณภาพ มีน้อยแต่ขายราคาแพง เริ่มปี 2557 มีโครงการข้าวจีเอพีเป็นมาตรฐานการเกษตร เป็นการควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน เมล็ดพันธุ์ปลอดสารเคมี ผ่านการรับรองว่าเป็นข้าวมีคุณภาพ ใกล้เคียงกับอินทรีย์ เรามีโครงการ 32,000 ไร่ ปีการผลิต 2557-2558 ผลผลิต 1.3 หมื่นตัน เรามีข้าวคุณภาพขนาดนี้ สามารถนำไปเสนอขายต่างประเทศได้ไหม เท่ากับเราช่วยเกษตรกรได้แน่นอน...เราจะพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำคือตลาด ให้มหาสารคามขายข้าวได้ราคาดี ต่อไปโครงการรับจำนำข้าวคงไม่มี ทำไงให้ผลผลิตเกษตรมีราคาดี เชิญชวนพี่น้องผลิตข้าวดี มีการจัดการตลาดที่วางแผนคือตลาดนัดข้าวเปลือก ลองทำข้าวนาปรัง ทำให้ข้าวนาปรังกระเตื้องขึ้นมาหน่อย..."
 
                         "มีความคิดว่าทำไมจังหวัดไม่ค้าขายเอง ปี 2557 มีโครงการตลาดข้าว ในประเทศ เราทำโรดโชว์ในพื้นที่ต่างๆ แต่ละครั้งได้ออเดอร์ข้าวมา แต่ยังไม่มาก เราเปิดตลาดอีกส่วนคือประเทศจีน ข้าวหอมมะลิจีเอพี จีนถูกใจข้าวหอมมะลิ แต่ไม่สามารถตกลงเชิงพาณิชย์ได้ ต้องพึ่งภาคเอกชน ให้ภาคเอกชนในพื้นที่มีศักยภาพในการค้า แต่เขายังไม่สามารถตอบสนองเกษตรกรโดยตรง เลยมองสหกรณ์การเกษตรเป็นคู่ค้า...ยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้าระหว่างประเทศ หากส่วนกลางเปิดโอกาสให้จังหวัดค้าขายเอง ข้อตกลงทางการค้าทำได้ หรือการส่งออก แต่ละจังหวัดทำเองได้ ไม่ใช่แข่งขัน แต่ภาครัฐอาจจัดระบบโซนนิ่งการค้า อย่างอีสานค้าข้าวได้ ข้าวคุณภาพอยู่อีสาน หากใช้สหกรณ์ ไม่ต้องใช้พ่อค้าคนกลางในกรุงเทพฯ แต่ให้พ่อค้า โรงสีในพื้นที่จัดการ เรารู้ว่าเรามีของดีตรงนี้"
 
                         ปี 2558 ทำโครงการข้าวดำ (เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล ข้าวลืมผัว) มีเป้าหมายเกษตรกร 5 พันรายพื้นที่หมื่นไร่ เป็นอินทรีย์ด้วย เราส่งเสริมปัจจัยผลิต รู้ตลาดแน่นอน อย่างข้าวดำ ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหน่วยรับรองส่งข้าวออกต่างประเทศ เขาบอกหากไม่มีใครซื้อ จะรับซื้อข้าวเปลือกทั้งหมด เท่าที่ทราบ เขามีตลาดส่งออกเอง
 
                         ส่วนนโยบาย โซนนิ่งพืชเกษตร ผู้ว่าฯ นพวัชร บอกว่า พูดกันมาหลายปีแล้ว แต่เริ่มจริงจังในรัฐบาลชุดก่อน และจังหวัดมหาสารคามได้ทำสำรวจว่าพื้นที่ตรงไหนเหมาะสำหรับปลูกพืชอะไร อย่างพื้นที่ 7 แสนไร่ ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าว ควรปลูกอะไรแทน พืชเกษตรที่น่าสนใจคืออ้อย และมันสำปะหลัง
 
                         "อย่างอ้อยเรามีโรงงาน 10 แห่ง จากอีสาน มารับที่ไร่ที่มหาสารคามเพราะความหวานของอ้อยเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย เราประชุมว่าเขามีความต้องการไหม ทุกโรงงานต้องการอ้อยมาก จึงคิดว่าเริ่มจากอ้อย ชวนเกษตรกรให้ลดพื้นที่ปลูกข้าวหันมาปลูกอ้อย เราก็ทำสามอำเภอ พื้นที่ 1.5 หมื่นไร่ ตอนแรกใช้งบประมาณเราก่อน สร้างแรงจูงใจ ช่วยเรื่องปัจจัย ปุ๋ย พันธุ์ โชคดีที่โรงงานน้ำตาลเข้ามาสนับสนุน เช่น ให้ค่าปรับพื้นที่ไร่ละ 500 บาท ชาวบ้านก็อยากเข้ามา จากการติดตามอ้อยเจริญเติบโตดีมาก ทั้งหมดขายได้ โรงงานรับซื้อในราคาที่ตกลงกัน อ้อยเป็นสินค้าเกษตรที่มีกฎหมายรองรับ มีการทำข้อตกลงชัดเจน เป็นระบบ ปีหน้ามองเรื่องมันสำปะหลัง เพราะบางพื้นที่ไม่เหมาะสม ใกล้โรงงานมันแต่ปลูกอ้อย คิดว่าควรเปลี่ยนดีกว่า"
 
                         ผู้ว่าฯ ต้องทำงานเชิงรุก ดูเรื่องการค้าด้วย? 
 
                         "ทุกจังหวัดเป็นแบบนี้หมด มองที่ประชาชนเป็นหลัก เราอยู่พื้นที่เกษตร ต้องมองเกษตรกร"
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(คอฟฟี่เบรค : จังหวัดมหาสารคาม กับนโยบายโซนนิ่งภาคเกษตร : เรื่อง / ภาพ ...  สินีพร มฤคพิทักษ์)