
'บิ๊กตู่'ลั่นรู้ตัวไม่ได้มาจากลต.
19 ก.ย. 2557
'ประยุทธ์' ชี้เชิญ 'นิธิ' มา-ปล่อยแล้ว รู้ตัวไม่ได้มาจากลต. ขอทำงาน ย้ำคำสั่ง คสช.คงเดิม เคลียร์ม็อบยางสำเร็จ วอนอย่ามอง 'กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี' เป็นธุรกิจ
19 ก.ย. 57 เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการและคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังร่วมจัดงานปาฐกถา เรื่อง การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันนานแล้ว เราไม่ได้จับ แต่ไปเชิญตัวมา และปล่อยตัวไปแล้ว เราได้เคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า ขอร้องเถอะ อย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลย วันนี้บ้านเมืองเรากำลังเดินอยู่ วันนี้เราบริหารประเทศ เราปฏิรูป เราปรองดอง 3 เรื่องแล้ว
"กรณีนี้ไม่อยากให้มีการขยายความต่อ เพราะจะได้จบ ไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว พอไปขยายต่อ ก็เป็นเรื่องหมด หนึ่งพูด สองพูด สามพูด สี่พูด ผมก็ไม่ต้องทำงานสิ แล้วผมจะเข้ามาทำไม ต้องเข้าใจผม ผมไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผมรู้ตัวผมดี"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้รู้อยู่แล้วว่าต้องปฏิบัติต่อกรณีนี้อย่างไร ได้ให้แนวทางไว้หมดแล้ว จะซ้ายจะขวาก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปล็อกคอนั้นไม่ใช่ เราขอร้องไปแล้ว ซึ่งการจัดงานดังกล่าว ก็ไม่ได้มีการขออนุญาต และหากขออนุญาตมา ก็จะเห็นว่า เป็นการพูดเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ตนบอกแล้วอย่าเพิ่งพูด
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วสถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดโอกาสให้พูดเรื่องที่ล่อแหลมทางการเมืองทั้งสิ้น ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คำสั่งเดิมมีการเปลี่ยนแปลงหรือยัง ทุกคำสั่งเหมือนเดิมทุกประการ ไม่มีอะไรเลิกสักอย่าง
เมื่อถามว่า ทำไมจึงไม่มีการเปิดโอกาสให้มีการแสดงออกทางการเมืองบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ตนเปิดอยู่นี่ไง ให้สื่อมวลชนได้พูด ได้ถาม ไม่เคยห้ามอะไร ส่วนเวทีที่ ม.ธรรมศาสตร์ นั้นเขาพูดเรื่องประชาธิปไตย ซึ่งหากมีการส่งโครงร่างของการจัดงานมาก่อน ก็จะมีคณะกรรมการร่วมกันตรวจ ตนไม่ได้ตรวจคนเดียว ว่าพูดได้หรือไม่ ถ้าพูดเรื่องประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และรัฐบาลเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตรงนี้พูดไม่ได้ ตนถามว่า วันนี้ตนทำให้ประเทศชาติเสียหายตรงไหนบ้าง ตอบมา
เคลียร์ม็อบยางสำเร็จ ไม่มาชุมนุมแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 2/2557 ว่า วันนี้การประชุมคณะกรรมการนโยบายเรื่องยาง ซึ่งมีการจัดตั้งมาใหม่ มีการประชุมร่วมกันทั้งภาครัฐ และเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ การประชุมวันนี้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี โดยการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทุกคนมีโอกาสได้พูดคุยกัน และเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ได้มีการหารือกันตลอดมา ตนยอมรับว่า มีปัญหามากมาย โดยเฉพาะปัญหาราคายางพารา ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือกันทั้งหมด ในความเป็นจริง รัฐบาลมีคณะทำงานที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ เป็นประธานกลั่นกรองมาชั้นหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะมาหารือกันในห้องประชุมใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้ตนได้กำหนดไว้แล้วว่า ให้เรื่องของยางพารา เป็นวาระแห่งชาติ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการผลิตยางพาราค่อนข้างมาก หรือมากที่สุดในปัจจุบัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาราคายางที่ต่ำลงมาจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพเศรษฐกิจโลก ปัญหาการบริหารจัดการ ปัญหาจากการผลิต อุปสงค์ อุปทาน ซึ่งก็ต้องมีการแก้ไขทั้งหมด วันนี้จึงมีการกำหนดมาตรการต่างๆ หลายมาตรการ ทั้งมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า การให้เงินทุนต่างๆ ในการบริหารจัดการซื้อยางให้กับสหกรณ์ก็พูดคุยกันรู้เรื่องเรียบร้อย ในส่วนการแก้ปัญหาระยะกลาง และระยะยาว ก็มีการกำหนดแผนเป็นมาตรการในการดำเนินงานต่อไป และส่วนตัวคิดว่าปัญหาเรื่องยางคงจะอยู่ต่อไป 2-3 ปี กว่าจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เพราะปัญหาหมักหมม และสะสมมานาน ทั้งเรื่องการส่งเสริมการปลูก การบริหารจัดการ การวิจัยพัฒนายาง ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบที่มีอยู่ประเทศจำนวนมาก สัปดาห์หน้า ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะไปพูดคุยหารือกับประเทศผู้ผลิตยางที่เรียกว่าไตรภาคี เพื่อหารือร่วมกันว่าจะทำอย่างไรทำให้ราคายางดีขึ้น ตนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะวันนี้คนไทยปลูกยางจำนวนมาก
"การประชุมวันนี้ ยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากภาคการเกษตร และกลุ่มผู้ปลูกยาง ทั้งเรื่องการตัดต้นยาง การชะลอการกรีดยาง ซึ่งเขารับสามารถได้รวมทั้งการขยายเวลาการกู้ยืม และใช้เงินจากสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นการหารือร่วมกันที่มีบรรยากาศดีมาก ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ซึ่งผมได้ขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งต้นทางที่เป็นผู้ปลูกยาง กลางทางคือผู้ที่ไปรับซื้อยางเพื่อนำมาสู่การผลิตในประเทศ และปลายทางคือการส่งขายออกนอกประเทศ ซึ่งทั้งหมดก็จะได้ประโยชน์ร่วมกันเพราะถือว่าเงินที่ได้ส่วนหนึ่งก็รายได้ส่วนหนึ่งของรัฐเหมือนกัน วันนี้เราตกลงว่าเราจะขึ้นรถขบวนเดียวกัน คือ 'รถไฟสายยางพาราแห่งชาติ' เป็นรถไฟขบวนเดียวกัน ซึ่งจะไม่มีทางตกราง และเป็นรถด่วนด้วย เนื่องจากจะสามารถแก้ปัญหาได้โดยเร็ว"
เมื่อถามว่ามาตรการเฉพาะหน้าในการแก้ไขปัญหาในขณะนี้คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้แก้ปัญหาเรื่องที่ยังค้างคามา คือ กองทุนช่วยเหลือช่วยเหลือยางเกษตรกร ไร่ละ 2,520 บาท วันนี้ที่ประชุมได้อนุมัติให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ก็ได้มีการตรวจเช็กและขึ้นทะเบียนด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกษตรกรพอใจ เรื่องที่สองเรื่องการอนุมัติเงินกู้ 5,000 ล้านบาท ให้สหกรณ์ยางเพื่อให้ปล่อยกู้แล้วนำไปรับซื้อยางไม่เฉพาะแต่จะให้นายทุนกู้อย่างเดียวต้องให้สหกรณ์ด้วย และสามการขยายประเภทสหกรณ์ให้มีมากขึ้นโดยมีการเพิ่มให้ส่วนของนิติบุคคลด้วย เพิ่มเงินด้วยซึ่งก็ต้องมาคุยกันต่อไปในเรื่องของภาษีถ้าราคายางเป็นเช่นนี้ วันนี้เขาไม่กล้ากู้เงินเพราะกลัวราคายางตกแล้วจะเกิดภาวะการขาดทุน กระทรวงการคลังก็ต้องไปหารือต่อในเรื่องนี้
เมื่อถามว่ายางพาราที่ยังค้างอยู่ในสต็อกจะดำเนินการขายเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็จะต้องดำเนินการต่อโดยพิจารณาว่าจะขายหรือไม่ขายหรือจะขายในราคาเท่าไรมันขึ้นอยู่กับราคาตลาด ซึ่งทั้งหมดต้องดำเนินทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทำให้ได้จริงจัง ความจริงมีนโยบายมาหลายรัฐบาลแล้วแต่ยังไม่เคยทำได้ วันนี้เราต้องทำให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมพื้นที่การปลูกยางจะต้องเร่งทำเสียก่อนเหมือนจดทะเบียนแรงงานต้องเช็กให้ได้ว่ามีการปลูกยางจริงอยู่เท่าไร โดยจะใช้ดาวเทียมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรวจเช็กอีกครั้งว่าใครอยู่พื้นที่กำหนดหรือใครบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจะต้องทำทั้งหมด จะได้คำนวนได้เสียทีปัญหาวันนี้ของประเทศไทยคือข้อมูลไม่ตรงกัน
เมื่อถามว่าตั้งข้อสงสัยหรือไม่ว่าราคายางทำไมถึงขึ้นลงตามรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นเช่นนั้น แต่เดี๋ยวจะทำให้ราคายางขึ้น ตนจะทำให้ราคายางขึ้นให้ได้
เมื่อถามว่ารัฐบาลมีเป้าหมายหรือไม่ว่าจะผลักดันให้ราคายางพาราอยู่ที่ราคาเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า ตนคงพูดไม่ได้ เพราะถ้าราคาขึ้นมากแล้วตนบอกน้อยก็ไม่ได้ก็ต้องรอดู แต่อย่างไรราคายางต้องขึ้น
"วันนี้ราคายางในตลาดโลกเท่าไรถ้าอยู่ที่ 50 กว่าบาทก็จะทำให้ได้ในประมาณนี้ก่อนแล้วค่อยขึ้นอีกทีภายหลัง อย่างน้อยก็จะไม่ให้มีรับซื้อต่ำกว่านี้มากนัก แต่เรื่องนี้ค่อนข้างอ่อนไหวอย่างเพิ่งไปพูดอะไรและไม่ต้องห่วงทุกอย่างจะต้องทำให้เกิดความเข้มแข็งเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ยืนอยู่ข้างตนก็มีความเข้มแข็ง เดี๋ยวจะต้องทำใหม่ต้องมีความเชื่อมั่น"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วย ว่า ในการประชุมหารือกันวันนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบตามข้อเสนอ 4 แนวทางกระทรวงเกษตรฯ นำเสนอหลังจากที่ไปหารือกับผู้ประกอบและผู้ปลูกยางมา แต่อย่างไรก็ตามยังต้องพูดคุยกันต่อไป ข้อย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลปกติ ดังนั้นเมื่อตนไม่ได้มีพรรคการเมือง ไม่ได้สังกัดกลุ่มต่างๆ ตนก็ต้องดูแลทุกคนอะไรที่จะออกได้ก็ออก ทำได้ก็ทำ อะไรที่เร่งรัดได้ก็ต้องเร่งเพราะยังมีกฎหมายมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่างๆ ก็ต้องแก้ทั้งระบบที่ผ่านมาเราเคยตั้งศูนย์วิจัยยางพาราซึ่งมีอยู่ศูนย์เดียวแล้วแยกกันทำงาน วันนี้ก็ต้องรวมกันและแก้กฎหมายให้เป็นศูนย์ผลิตภัณฑ์วิจัยยางพาราเพื่อที่จะนำไปสู่การผลิตเพื่อยกระดับมูลค่าสินค้าที่จะส่งออกเป็นล้านๆ ตันในทุกๆ ปีมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้าน แต่ถ้าสามารถเพิ่มมูลค่าการผลิตก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าอีก 3-4 เท่า การทำที่นอนยาง แผ่นปูถนนต่างๆ ก็ต้องช่วยกันทุกคนต้องมีส่วนร่วม รวมทั้งการสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนซึ่งเป็นหน้าที่ของบีโอไอที่จะดำเนิน ส่วนนโยบายที่จะลดพื้นที่การปลูกยางจากปีละ 250,000 ไร่ เป็น 5 แสนไร่นั้น เรื่องนี้ค่อยหารือกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามต้องคุมการปลูกยางให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาลด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เกษตรกรที่ปลูกยางพารา 16 จังหวัดจะเดินทางเข้ามากดดันรัฐบาลในวันที่ 8 ต.ค.นั้น ได้มีการหารือกันหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มาแล้วเพราะได้พูดคุยกันแล้ว และจะไม่มาและไม่มีการชุมนุม โดยเกษตรกรให้เวลากับรัฐบาลซึ่งวันนี้จากการพูดคุยเขาก็พอใจเนื่องจากมีการพูดคุยกันทั้งระบบ และตนถือเป็นคำสัญญาจากผู้แทนที่มาร่วมประชุมวันนี้ เราต้องทำงานกันทีละขั้นตอนไม่ใช่ทั้งหมดจะมาดันที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีไม่ได้ ต้องมีการพูดคุยกันเป็นชั้นๆ ก่อนแล้วค่อยเข้าสู่การเจรจาหารือกันเป็นระดับๆ จากหลังขึ้นบนไม่ใช่จะมาเดินขบวนหรือส่งเรื่องมาที่ตนเลยตนก็ต้องส่งเรื่องมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็มีการพูดคุยกันแล้วว่าจะเดินไปในช่องทางไหน ส่วนไหนจะอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ส่วนไหนอยู่กระทรวงเกษตรฯ โดยมีรองนายกฯ กลั่นกรองให้ตน ขณะนี้มีการทำแผนไว้หมดแล้วแต่ไม่อยากให้พูดว่าราคาจะต้องเป็นเท่าไรเพราะเป็นเรื่องของวันข้างหน้า
วอนอย่ามอง 'กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี' เป็นเรื่องธุรกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดปรับเปลี่ยนกระทรวงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็น กระทรวงดิจิตอล อีโคโนมี ว่า ขอให้รออีกนิด เรื่องนี้นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เป็นหัวหน้ากำเนินการ แต่หากจะพูดง่ายๆ คือ การทำงานที่เป็นเอกภาพ บริหารจัดการให้เกิดความเป็นธรรม รัฐต้องได้ประโยชน์ และการบริการประชาชนต้องเป็นอันดับหนึ่ง อย่าไปมองเรื่องธุรกิจอย่างเดียว ทั้งนี้เมื่อมีปรับโครงสร้างของกระทรวงเสร็จแล้วก็จะนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป



