ข่าว

เปิดใจผู้บริหารค่าย 'ปีกนก' สัมผัสแรกสนามช้างอินเตอร์

เปิดใจผู้บริหารค่าย 'ปีกนก' สัมผัสแรกสนามช้างอินเตอร์

20 ก.ย. 2557

เปิดใจผู้บริหารค่าย 'ปีกนก' สัมผัสแรกสนามช้างอินเตอร์ : เรื่อง...อภิชาติ ระวีวัฒน์

 
                         การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของสนามแข่งรถ "ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต" (ซีไอซี) หรือชื่อเดิมว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต (บีอาร์ไอซี) เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ได้สร้างปรากฏการณ์ ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ พร้อมกับกระแสการตื่นตัวของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในบ้านเราให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
 
                         เพราะใช้เม็ดเงินลงทุนไปมากถึง 2,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ มีระยะทางต่อรอบ 4.554 กม. ทิศทางการวิ่งแบบตามเข็มนาฬิกา ประกอบด้วยจำนวนโค้งทั้งสิ้น 12 โค้ง ขวา 7 โค้ง และซ้าย 5 โค้ง จุผู้ชมได้สูงสุดถึง 50,000 คน
 
                         มีจุดเด่นของสนามคือ ผู้ชมบนแกรนด์สแตนด์ สามารถมองเห็นทุกส่วนของแทรกได้ ถือว่า เป็นสนามเดียวในโลก 
 
                         ไฮไลท์ของสนามมีอยู่ 5 จุด คือ ทางตรงยาวระยะ 1 กม. ทำความเร็วในรถระดับทัวริงคาร์ได้ถึง 315 กม.ต่อชั่วโมง และ 300 กม.ต่อชั่วโมง ในรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์
 
                         ถัดมาคือโค้ง 4 เป็นโค้งซ้ายความเร็วสูงที่นักขับสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วระดับ 200 กม.ต่อชั่วโมง ตามด้วยโค้ง 7 เป็นโค้งหักขวา 70 องศา ที่ฝังอยู่ด้วยโค้งเล็กๆ อีก 2 โค้งในจุดนี้ และถือว่าเป็นอีกหนึ่งโค้งความเร็วสูงของ บีอาร์ซีไอ ซึ่งรถแข่งระดับทัวริงคาร์และมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ สามารถรักษาความเร็วได้ในระดับ 160 กม.ต่อชั่วโมง ในช่วงออกจากโค้ง 7 นี้ รวมไปถึงโค้ง 9 และ 10 ที่มีความต่อเนื่องกัน ต่อเนื่องไปยังโค้ง 12 โค้ง หรือโค้งยูเทิร์นหักศอกขวา 126 องศา โค้งสุดหินที่จะมาชะลอความเร็วก่อนเข้าสู่ทางตรงสุดท้าย
 
                         ความพิเศษของสนามแห่งนี้ได้มีการออกแบบให้มีบ่อน้ำภายในบริเวณแทรก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ขณะเดียวกันยังติดตั้งระบบไฟส่องสว่างมาตรฐานเอฟไอเอ รองรับการแข่งไนท์เรซอีกด้วย
 
                         ล่าสุดคณะนักบิดค่าย "ปีกนก" หรือ เอ.พี.ฮอนด้า หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้ขับขี่ทดสอบสภาพสนามและบรรยากาศโดยรอบแบบ เอ็กเซ็กคลูทีฟ นำโดย "บิ๊กชาติ" สุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ที่ตัดสินใจลงขี่ทดสอบสนามด้วยตนเอง
 
                         ถือเป็นผู้บริหารค่ายรถคนแรกในเมืองไทยที่ได้ลงทดสอบสนามแห่งนี้ อีกทั้งยังมีคณะนักแข่งฮอนด้าเรซซิง และครูฝึกขับขี่ปลอดภัยของบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า อีกหลายต่อหลายคนร่วมทดสอบกันอย่างคับคั่ง ด้วยรถสปอร์ตหรูตระกูล "ซีบีอาร์" ทั้ง ซีบีอาร์ 1000 อาร์อาร์, 650 ซีรีส์, 500 ซีรีส์ และน้องใหม่อย่าง ซีบีอาร์ 300 อาร์ 
 
                         ดังนั้นทันทีที่ นายสุชาติ เสร็จสิ้นภารกิจภายในสนามแข่งรถหรูหราแห่งนี้แล้ว จึงเปิดใจให้สัมภาษณ์ความรู้สึกว่า ทันทีที่มาเห็นสนามแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนตัวตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก จึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงทดสอบสนามด้วยตัวเอง ในวันนี้ได้เลือกขี่ ซีบี 500 เอฟ เพราะเป็นคนชอบรถสปอร์ตแบบเนคเกตอยู่แล้ว แถมยังเคยลองขี่รถประเภทนี้ในสนามแข่งซูซูกะ ที่ประเทศญี่ปุ่นมาก่อนแล้ว จึงอยากทดลองขับขี่ดูว่า ภายในสนามมีความสวยงามมากน้อยขนาดไหน ได้มาตรฐานตามหลักสากลหรือไม่ 
 
                         ทั้งนี้ ความรู้สึกส่วนตัวหลังได้ทดสอบสนามเสร็จสิ้นแล้วถือว่าสุดยอดมาก เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้สนามใหญ่ๆ ในต่างประเทศเลย ตั้งแต่บรรยากาศรอบสนามที่ไม่ร้อนอย่างที่คิด ภูมิทัศน์ดี พื้นผิวสนามให้สัมผัสของความเป็นซูเปอร์เรซซิง มีทางยาวตรงที่ใช้ความเร็วได้สูงสุดถึง 300 กม.ต่อชั่วโมง 
 
                         โดยเฉพาะโค้งในสนามแต่ละโค้งก็มีความท้าทายแตกต่างกันออกไป ยิ่งโค้งที่ 12 หรือโค้งสุดท้ายของสนามแห่งนี้ ถือเป็นโค้งที่ขับขี่ยากมาก เพราะเป็นลักษณะหักศอก เชื่อว่าในการแข่งขันจริงๆ โค้งนี้จะกลายเป็นจุดพลิกเกม และตัววัดฝีมือของนักแข่งระดับโลกได้เลยทีเดียว ในขณะที่ผู้ชมก็จะได้ลุ้นกันสนุกเพราะมองเห็นมุมนี้จากสแตนด์ได้ชัดเจนมาก
 
                         "หลังขับขี่เสร็จ ผมบอกได้เลยว่าสนุกและตื่นเต้นมาก รู้สึกยินดีที่เมืองไทยมีสนามระดับโลกแบบนี้เกิดขึ้น เพราะนักแข่งชาวไทยจะได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่ง เอ.พี.ฮอนด้า ก็พร้อมจะให้การสนับสนุนเต็มที่ทั้งตัวนักแข่งทีมแข่งและสนาม เพื่อยกระดับให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยก้าวไปสู่ระดับโลกอย่างเต็มตัว เพราะคนไทยทั้งประเทศก็อยากเห็นนักแข่งไทยก้าวไกลไปสู่ระดับนั้น" นายสุชาติ เผยความรู้สึกให้รับทราบ 
 
                         ส่วนตัวต้องขอขอบคุณสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่เปิดโอกาสให้ตัวเองและนักแข่งจากค่าย เอ.พี.ฮอนด้า รวมไปถึงครูฝึกขับขี่ปลอดภัยของเราได้มีโอกาสลงขี่ทดสอบในสนามนี้เป็นกลุ่มแรก ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความยอดเยี่ยมของสนามแห่งนี้ และเชื่อว่าจากนี้ไป จ.บุรีรัมย์ จะกลายเป็นเมืองที่คึกคัก และจะเปลี่ยนสถานะจากเมืองผ่านเป็นเมืองปลายทางในไม่ช้านี้
 
                         นี่คืออีกหนึ่งทัศนคติจากใจผู้บริหารของ เอ.พี.ฮอนด้า ซึ่งเราก็เชื่อว่า คนไทยทุกคนก็คงรู้สึกดีใจและภูมิใจเช่นกัน กับสนามแข่งรถระดับสากลโลก "ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต" 
 
 
 
 
 
 
 
-----------------------------
 
(เปิดใจผู้บริหารค่าย 'ปีกนก' สัมผัสแรกสนามช้างอินเตอร์ : เรื่อง...อภิชาติ ระวีวัฒน์)