ข่าว

เริ่มคิดถึงแชมป์

เริ่มคิดถึงแชมป์

20 ก.ย. 2557

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : เริ่มคิดถึงแชมป์

 
                         แม้ว่า เอ็ด วูดเวิร์ด ซีอีโอของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาบอกว่าเป้าหมายในฤดูกาลนี้อยู่ที่การลุ้นติดอันดับ 1 ใน 3 ของพรีเมียร์ลีก แต่หลังจากที่ หลุยส์ ฟาน กัล ส่งนักเตะหน้าใหม่ลงกันมาครบๆ แล้วผลงานออกมาดีขึ้นผิดหูผิดตาได้ 3 แต้มแรกของฤดูกาลมาแล้ว บางทีการขอแค่ที่ 3 อาจจะน้อยเกินไป
 
                         ลำพังแค่การส่งนักเตะใหม่ลงสนามมาโชว์ตัวคงไม่เท่าไร แต่ที่ดูดีจากเกมที่ชนะควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 4-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เห็นจะเป็นฟอร์มการเล่นของ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ที่ตอนนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมไปแล้ว และการเล่นของ ดิ มาเรีย เองก็เห็นชัดว่าไม่ได้มีแค่บางสิ่งบางอย่างที่แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่มีเกือบจะทุกอย่าง
 
                         แน่นอนเรื่องแรกคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ปีกความเร็วสูงเข้ามาเสริม แต่ความเร็วก็ไม่ใช่เพียงอย่างเดียว ยังมีอันตรายจากการวิ่งที่ไม่มีบอล การเล่นบอลยาว การลากลุยฝ่ากองหลังเหมือนอย่าง ไรอัน กิกส์ สมัยรุ่งๆ ลูกตั้งเตะที่อันตราย และสุดท้ายคือเรื่องการจ่ายบอลที่เฉียบคม มีให้เห็นมาหมดในเกมกับคิวพีอาร์
 
                         ทำให้คิวพีอาร์ ของ แฮร์รี เรดแนปป์ กลายเป็นทีมที่ลองของ ลองระบบใหม่ของ หลุยส์ ฟาน กัล ไป ซึ่งจากนี้ยังมีเกมให้ ฟาน กัล และซูเปอร์สตาร์รายอื่นๆของทีมได้ลองกันอีกเยอะ หลังจากที่เล่นกันไม่ออกในเกมกับซันเดอร์แลนด์ และเบิร์นลีย์ มา
 
                         เมื่อ ดิ มาเรีย เข้ามาเป็นหัวใจของเกมรุก บรรดาซูเปอร์สตาร์เก่าที่ก่อนหน้านี้ขาดในเรื่องความเร็วไม่ว่าจะเป็น ฆวน มาตา, โรบิน ฟาน เพอร์ซี หรือว่า เวย์น รูนีย์ ต่างก็เติมจังหวะการเล่นของตัวเองให้เร็วตามไปด้วย
 
                         การเล่นของปีกอาร์เจนไตน์ รายนี้ทำแฟนปีศาจแดงอาจจะนึกย้อนไปถึงสมัยที่มี คริสเตียโน โรนัลโด เป็นตัวชูโรง หลังจากที่ทุกประตูที่แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ในเกมล่าสุด ดิ มาเรีย มีส่วนร่วมกับทุกประตูที่เกิดขึ้น
 
                         จากนี้ไปการบ้านเรื่องเกมรุกของ หลุยส์ ฟาน กัล ก็ดูน่าจะเบาลงไป กับการเคี่ยวเข็นให้นักเตะรายอื่นๆตาม ดิ มาเรีย ให้ทัน รวมทั้งต้องหาความลงตัวให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะกับการมี 3 กองหน้าอย่าง ราดาเมล ฟัลกัล, เวย์น รูนีย์ และฟาน เพอร์ซี อยู่ในทีมพร้อมๆกัน
 
                         สิ่งที่ รูนีย์ ต้องการคือต้องเพิ่มความกระหายในการล่าประตูให้มากขึ้น เมื่อถูกมองว่าระยะหลังไม่ค่อยเป็นกองหน้าที่เต็มตัวสักเท่าไรนัก เช่นเดียวกับ ฟาน เพอร์ซี ที่ดูจะช้าและขาดความเฉียบคมจากเดิมไป ส่วน ฟัลกัล แม้ว่าจะยิงไม่ได้ แต่สถิติที่ผ่านมาถือว่าการันตีอยู่แล้ว
 
                         สำหรับระบบการเล่นแบบ 4-4-2 น่าจะมีงานให้ ฟาน กัล ทำอีกพอสมควรกว่าจะหาทีมที่ลงตัวได้ หลังจากแผงหลัง 4 คนล่าสุดยังไม่มี ฟิล โจนส์ กับ คริส สมอลลิง แต่ก็เหลือใช้ จอนนี อีแวนส์ ยืนคู่กับ ไทเลอร์ แบล็คเกตต์ และมี ราฟาเอล กับ มาร์กอส โรโฮ เป็นแบ็กทั้งสองข้าง
 
                         แน่นอนว่ายังไงแนวรับทั้ง 4 คนนี้ยังไม่ใช่ทีมที่ฟาน กัล จะใช้ในระยะยาวแน่นอน ยังน่าจะต้องปรับเปลี่ยน ลองผิดลองถูกกันไปสักระยะ ดีไม่ดีหากว่าไม่ลงตัวจริงๆ แล้ว อาจจะมีการควักเงินซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมอีก แม้ว่าช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาจะใช้เงินไปแล้วร่วม 150 ล้านปอนด์ก็ตาม
 
                         สำหรับเรื่องการใช้เงินก้อนโตซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมอย่างมากมาย หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการทำลายระบบเยาวชนของทีมไป แต่จริงๆ แล้วการซื้อนักเตะเข้ามาสร้างทีมใหม่ เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคนี้ เนื่องจากทีมชุดที่มีอยู่ถือว่าหมดยุคไปแล้ว และฟาน กัล ต้องการสร้างทีมยุคของตัวเองให้ได้เร็วที่สุดหลังจากที่เซ็นสัญญาทำทีมเวลา 3 ปี
 
                         นโยบายของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถย่ำอยู่กับที่ได้ เนื่องจากคู่แข่งอย่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี และ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ก้าวนำหน้าไปไกลแล้ว สิ่งที่จะย่นระยะให้ได้เร็วที่สุดก็คือการคว้านักเตะชั้นดีเข้ามาเสริมทีมอย่างรวดเร็ว
 
                         เมื่อพิจารณาในทีมของแมนฯ ซิตี หรือว่า เชลซี ที่มีนักเตะระดับทีมชาติอยู่ 2 คนในแต่ละตำแหน่งแล้ว ถึงจะทุ่มเงินอย่างไร ปีศาจแดง ก็ยังดูเป็นรองอยู่ดี
 
                         อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า ฟาน กัล เป็นกุนซือคนหนึ่งที่เด่นในเรื่องการปั้นเด็กสู่ทีมชุดใหญ่เช่นกัน ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมาเรียกได้ว่าใช้นักเตะทีมชาติฮอลแลนด์อย่างทั่วถึง ทั้ง 23 คนต่างได้ลงสนามกันหมด และมีเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้นที่ใช้ผู้เล่น 11 ตัวจริงลงสนามเหมือนกัน ทำให้ในทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยังไงก็เชื่อได้ว่านักเตะอย่าง ฆวน มาตา หรือว่า อัดนัน ยานูซาย ยังมีโอกาสอยู่
 
                         ตอนนี้ฤดูกาลของยูไนเต็ด เริ่มต้นขึ้นแล้ว และจากการที่ไม่ต้องเสียสมาธิไปกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หากว่าทีมของหลุยส์ ฟาน กัล ตั้งหลักชนะได้รวดสัก 5 นัดติดต่อกัน และมีทรัพยากรนักเตะพร้อมแบบนี้
 
                         เป้าหมายอันดับ 3 อาจจะปรับมาเป็นการลุ้นแชมป์ได้เหมือนกัน