ข่าว

ผลประชามติค้าน‘สกอตแลนด์’แยกเอกราช

ผลประชามติค้าน‘สกอตแลนด์’แยกเอกราช

19 ก.ย. 2557

ผลการนับคะแนนลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชของสกอตแลนด์ใกล้เสร็จสิ้นแล้วเหลือเพียงเขตเดียว ระบุคนส่วนใหญ่คัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราช

 
                  19 ก.ย.57 ภายหลังจากชาวสกอตและทั่วโลกร่วมลุ้นผลคะแนนการลงประชามติแยกตัวเอกราชของสกอตแลนด์อย่างใจหายใจคว่ำ ล่าสุดผลนับคะแนนใกล้เสร็จสิ้นแล้วเหลือเพียงเขตเดียว ระบุคัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราช สร้างความโล่งอกให้ทั้งอังกฤษและยุโรป
 
                  นายอเล็กซ์ ซัลมอนด์ นายกรัฐมนตรีของสกอตแลนด์ ได้แถลงข่าววันนี้ขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิลงประชามติเมื่อวาน และตัดสินใจคัดค้านการแยกตัวเป็นประเทศอิสระ และเขาพร้อมยอมรับการตัดสินใจนี้ ขณะเดียวกันเขารีบเตือนให้พรรคการเมืองในอังกฤษที่ให้สัญญาว่าจะเพิ่มอำนาจปกครองตนเองให้สกอตแลนด์ หากยังอยู่ในสหราชอาณาจักรต่อไป โดยบอกว่าสกอตแลนด์คาดหวังว่าจะปฏิบัติตามสัญญาโดยเร็ว
 
                  จากผลการนับคะแนนที่เสร็จแล้วใน 31 เขต จากทั้งหมด 32 เขต บ่งชี้ว่า มีเสียงคัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราช 55% และเสียงสนับสนุนเอกราช 45% โดยเมืองกลาสโกว์ เมืองใหญ่ที่สุดที่กลุ่มโหวต เยส หวังได้รับชัยชนะขาดลอย ก็ชนะแค่เพียง 54.5% ต่อ 46.5% ส่วนเมืองเอดินเบอระ เมืองหลวง กลุ่มโหวตโนชนะด้วยคะแนนเสียงทิ้งห่าง  61.1% ต่อ 38.9% ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นของยูกอฟที่เผยแพร่ทันทีหลังปิดลงคะแนนเมื่อ 4 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่น พบว่า เสียงโหวต โน ชนะด้วยคะแนนเสียง 54% ต่อ 46 %
 
                  บางคนเชื่อว่า ผลมติคัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชอาจเป็นเพราะบางคนเปลี่ยนใจด้วยข้อเสนอในนาทีสุดท้ายของรัฐบาลอังกฤษที่สัญญาจะให้อำนาจสกอตแลนด์เพิ่มขึ้นหากไม่แยกตัวจากสหราชอาณาจักร และผลมติครั้งนี้สร้างความโล่งอกให้กับรัฐบาลอังกฤษ และทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน รอดพ้นความเสี่ยงถูกบีบให้ต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบหากสกอตแลนด์แยกตัว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมมาก็ยังมีภาระใหญ่รออยู่ และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ทั้งสกอตแลนด์และสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน
 
                  สามพรรคการเมืองใหญ่ของอังกฤษรวมถึงพรรครัฐบาลได้ให้สัญญาว่าจะเพิ่มอำนาจการปกครองตนเองให้กับสกอตแลนด์มากขึ้นทั้งในด้านการจัดเก็บภาษี อำนาจการใช้จ่ายงบประมาณ และอำนาจการจัดสรรสวัสดิการ โดยคาดว่าจะวางกรอบข้อตกลงได้ภายในสิ้นเดือน ต.ค.และเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่รัฐสภาได้ในเดือน ม.ค. ปีหน้า แต่มีเสียงวิจารณ์จากส.ส.บางคนว่าเป็นข้อเสนอที่เร่งรีบและทำไมต้องเดินตามกรอบเวลาที่วางไว้โดยอดีตนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษเชื้อสายสกอตที่เป็นคนเสนอแผนนี้ นอกจากนี้บางคนเสนอว่าควรดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีผลครอบคลุมในดินแดนทั้งหมดของสหราชอาณาจักร โดยในแคว้นเวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ไม่พอใจมานานแล้วเรื่องความไม่เท่าเทียมเรื่องระบบภาษี
 
                  แต่หากการผลักดันการเพิ่มอำนาจให้สกอตแลนด์ประสบความสำเร็จ ก็อาจเป็นตัวเร่งให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองของสหราชอาณาจักรครั้งใหญ่ ขณะที่หากกระบวนการล้มเหลว ก็จะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอังกฤษ
 
                  ขณะที่สื่อนานาชาติ ระบุว่า การลงประชามติของสกอตแลนด์ จะส่งผลสะท้อนกลับตั้งแต่สเปน ไปจนถึงแคนาดา บรรดาผู้นำฝรั่งเศสและสเปน เตือนว่า แนวคิดแบ่งแยกดินแดนกำลังจะเป็นอันตรายที่ทำลายยุโรป ด้านโฆษกสำนักพระราชวังบั๊คกิ้งแฮม เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ สกายนิวส์ว่า สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ทรงติดตามการลงประชามติจากพระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ด้วย
 
 
สกอตแลนด์นับคะแนนประชามติแยกดินแดน
 
 
                  ผลการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งฝั่งที่ต้องการแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรและฝั่งที่ต้องการอยู่ต่อ กำลังสูสีกันชนิดหายใจรดต้นคอ โดยผลที่ออกมาในเบื้องต้นขณะที่การนับคะแนนยังดำเนินต่อไป ชี้ให้เห็นว่า ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวกำลังนำอยู่
 
                  ในการนับคะแนนที่ดำเนินไปได้เพียง 13 เปอร์เซ็นต์ พบว่า ฝั่งที่ต้องการให้สกอตแลนด์อยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไป นำอยู่ที่ 50.95 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 49.05 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิ์ใน 9 เขต จากทั้งหมด 32 เขต ก็ทำสถิติสูงที่่สุดเป็นประวัติการณ์คือ มากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ 
 
                  พวกที่่สนับสนุนการอยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไป หรือ "โน" ต่างมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ ด้านจอห์น เคอร์ทิซ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำโพลล์จากมหาวิทยาลัย สแตชไซด์ ให้ความเห็นว่า มีหลักฐานที่ชี้ว่า ฝั่ง "โน" กำลังจะคว้าชัยชนะมาตั้งแต่ต้น แต่ก็ยังเร็วไปที่จะมองว่า ฝั่ง "โน" จะประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าที่คาดหวังเอาไว้
 
                  ชาวสกอตหลายล้านคน ต่างออกไปใช้สิทธิ์กันอย่างหนาตาเมื่อวันพฤหัสบดี โดยจะเห็นได้จากการเข้าคิวยาวด้านนอกคูหาที่เปิดให้ใช้สิทธิ์ หลังการรณรงค์ที่ส่งผลให้เกิดการดีเบทกันอย่างกว้างขวางทั่วสกอตแลนด์ และถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก
 
                  บรรดาประชาชนที่เหลือในสหราชอาณาจักร ต่างวิตกต่อความเป็นไปได้ในกรณีที่สกอตแยกตัวออกไป ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยผูกพันกันมาต้องสะบั้นลง และทำให้ดินแดนของสหราชอาณาจักรหายไป 1 ใน 3
 
                  ถ้าผลออกมาว่า ฝ่ายที่โหวต "เยส" ได้รับชัยชนะ ไม่ได้หมายความว่า การแยกตัวจะมีขึ้นภายในเวลาเพียงแค่ข้ามคืน แต่จะต้องมีการเจรจาที่ซับซ้อนถึงการที่จะต้องแยกกันในประเด็นของเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกันมา และการสิ้นสุดการเป็นยูเนียน ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1707 ด้วย แต่เชื่อว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะสกุลเงินที่สกอตแลนด์จะต้องใช้หลังแยกตัว รวมถึงเรื่องสมาชิกภาพในสหภาพยุโรปด้วย
 
 
ผลสำรวจล่าสุดชี้คนออกไปใช้สิทธิ์ลงประชามติมากสุดเป็นประวัติการณ์
 
 
                  ผลสำรวจล่าสุดที่เผยแพร่ในวันนี้ ชี้ว่า การนับคะแนนผลการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ของสกอตแลนด์ ได้บ่งชี้ถึงตัวเลขของคนที่ออกไปใช้สิทธิ์ ที่้อาจได้ชื่อว่าสูงที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในสหราชอาณาจักร สำหรับการใช้สิทธิ์ที่อาจนำไปสู่การแยกประเทศหลังผูกติดกันมานานถึง 307 ปี
 
                  ผลสำรวจที่เผยแพร่หลังคูหาลงประชามติปิดลง ระบุว่า ฝ่ายที่ต้องการแยกประเทศ พ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิว แต่ทั้งฝ่ายโหวต "เยส" และโหวต "โน" ระบุว่า คะแนนยังสูสีกันมากในขณะที่การนับคะแนนยังดำเนินอยู่ใน 32 เขต
 
                  ฝูงชนได้ไปรวมตัวเพื่อเลี้ยงสังสรรค์กันตลอดคืน ทั้งในกลาสโกว์และเอดินเบอระ บางคนเอาธงชาติสกอตแลนด์ รูปกากบาทสีน้ำเงิน-ขาว พันตัว และจุดพลุส่องสว่าง ขณะที่พวกที่ออกมารณรงค์ของแต่ละฝั่งต่างรอผลกันอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่ศูนย์นับคะแนน รวมทั้งวัยรุ่นที่อายุราว 16-17 ปี ที่มีโอกาสได้ลงประชามติเป็นครั้งแรกด้วย
 
                  การออกไปใช้สิทธิ์ของชาวสกอตในเขตต่าง ๆ ถูกระบุว่า สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่า อาจทำลายสถิติการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี ค.ศ.1950 การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ได้ส่งผลต่อชาวสกอตจำนวนมาก ที่แทบจะไม่สนใจเรื่องการเมืองมาก่อน และยังจุดประกายและโอกาสที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง ต่อการปกครองภายในสหราชอาณาจักร ไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาอย่างไรก็ตาม
 
                  นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ได้สัญญาว่า จะให้อำนาจมากขึ้นแก่สภาผู้แทนราษฎรของสกอตแลนด์ ในระหว่างการโน้มน้าวในนาทีสุดท้ายเพื่อให้ผู้มีสิทธิ์ลงประชามติ อยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไป ทำให้บรรดานักการเมืองในพรรคอนุรักษ์นิยมของเขา พากันออกมาเรียกร้องให้เขาปฏิบัติแบบเดียวกันกับสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษด้วย
 
                  หนังสือพิมพ์หลายฉบับทางเหนือของอังกฤษ ได้เรียกร้องขอความเท่าเทียม จากการที่บรรดานักการเมืองอังกฤษหลายคน ไปรับปากว่าจะให้อำนาจที่มากขึ้นแก่สกอตแลนด์ในระหว่างการรณรงค์เรียกร้องไม่ให้ชาวสกอตแยกประเทศ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน เตรียมจะแถลงเรื่องอนาคตของอังกฤษหลังผลการลงประชามติถูกประกาศและมีรายงานด้วยว่า ถ้าผลออกมาว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวเป็นเอกราชเขาก็จะประกาศแผนการเปลี่ยนแปลงเรื่องการแบ่งสรรอำนาจด้วย
 
                  มีรายงานว่า หีบบัตรลงประชามติบางส่วน ถูกนำส่งทางเฮลิคอปเตอร์และทางเรือ จากเกาะที่อยู่ห่างไกล เพื่อเอาไปนับคะแนนหลังปิดคูหา ส่วนสนามบินที่เกาะลูอิสที่ถูกปิดเนื่องจากหมอกลงจัด อาจทำให้การขนส่งหีบบัตรล่าช้า เนื่องจากต้องขนส่งด้วยเรือประมงแทน ส่วนการนับคะแนนที่อะเบอร์ดีน พบว่า หีบบัตรของผู้ใช้สิทธิ์ลงประชามติทางไปรษณีย์ ถูกนำส่งหลังปิดคูหาเมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นพอดี ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเริ่มนับคะแนนได้ทันที
  
                  เจ้าหน้าที่จัดการลงประชามติในกลาสโกว์ บอกว่า พวกเขาได้ติดต่อตำรวจหลังจากมีการแจ้งจากประชาชนบางส่วนว่า มีคนเอาชื่อของพวกเขาไปใช้สิทธิ์แล้ว ซึ่งคนที่จะไปใช้สิทธิ์ต้องเจอ คำถามเดียวกันในบัตรลงคะแนนที่มีอยู่ตามคูหามากกว่า 5,000 แห่งว่า "สกอตแลนด์ควรจะแยกตัวเป็นอิสระหรือไม่" และคำตอบก็คือ การกากบาทที่ "เยส" หรือ "โน" เท่านั้น
 
                  สื่อนานาชาติ ระบุว่า การลงประชามติของสกอตแลนด์ จะส่งผลสะท้อนกลับตั้งแต่สเปน ไปจนถึงแคนาดา บรรดาผู้นำฝรั่งเศสและสเปน ได้เตือนว่า แนวคิดแบ่งแยกดินแดนกำลังจะเป็นอันตรายที่ทำลายยุโรป ด้านโฆษกสำนักพระราชวังบั๊คกิ้งแฮม เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ สกายนิวส์ว่า สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ทรงติดตามการลงประชามติจากพระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ด้วย
 
 
 
 
 
-------------------------------------
 
 
(ภาพ :  EPA)