
บิ๊กตู่ขอโทษแล้ว!พาดพิงต่างชาติใส่บิกินี่
บิ๊กตู่ขอโทษแล้ว!พาดพิงต่างชาติใส่บิกินี่ แจงไม่มีเจตนาดูถูกใคร เพียงตักเตือนให้ระวัง เคลียร์กับสถานทูตอังกฤษแล้ว ผลนิติเวชยังไม่ชี้ชัดคนร้ายฆ่า2ศพเกาะเต่า
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 18 ก.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพูดพาดพิงถึงการเสียชีวิตของสาวชาวอังกฤษเกี่ยวกับการแต่งชุดบิกินี่ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีว่า ในวันที่ 19 ก.ย.ตนจะพูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องขอโทษด้วย เมื่อพูดไปแล้วทำให้เกิดความไม่สบายใจ ยืนยันว่าไม่ได้ไปดูถูกหรือว่าใคร เพียงแต่เตือนว่าบางครั้งต้องระมัดระวังบ้างเช่นกัน บางสถานที่หรือบางเวลา
"ผมจะไปดูถูกหรือว่าเขาได้อย่างไร วันนี้ก็ยังยืนยันว่าประเทศไทยยังมีความปลอดภัย เว้นแต่ว่ามันมีคนไม่ดีอยู่ก็เหมือนกับทุกที่ในโลกนี้เพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวัง บ้านเมืองเรากับบ้านเมืองเขาบางทีก็มีความปลอดภัยที่ไม่เท่าเทียมกัน ยอมรับว่าเป็นห่วง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะต้องมีการเฝ้าระวังในมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ทำหน้าที่อยู่แล้ว แต่ก็ต้องเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากชาวต่างชาติเขาไม่ทราบ คิดว่ามีความปลอดภัย เขาถึงอยากมาเที่ยว เราจึงต้องช่วยกันดูแลไม่ปล่อยให้คนที่ไม่ดี ซึ่งปะปนอยู่อย่างเช่น คนต่างด้าวที่ไม่ขึ้นทะเบียนแรงงานเข้ามาทำงานอย่างนี้ไม่ได้ มันเป็นอันตรายและเกิดผลเสียต่อประเทศไทย ยอมรับว่าบางครั้งตนพูดแรงไปเพราะกดดัน เพราะเสียใจกับคนตายและคนเจ็บไม่ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นมาอีก และเราก็วัวหายแล้วล้อมคอกทุกครั้ง ซึ่งก็ได้สั่งการไปยัง รมว.มหาดไทยและผบ.ตร. และหน่วยวานด้านความมั่นคง ให้ไปหามาตรการเพิ่มเติมว่าจะทำอย่างไร สิ่งที่สำคัญต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มาก ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ของเขาเอง รายได้ก็จะสูญหาย ประชาชนต้องช่วยกัน รอฝ่ายเจ้าหน้าที่อย่างเดียวไม่ได้
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่า ถ้าจับบกุมตัวคนร้ายไม่ได้จะทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องจับให้ได้ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยจับไม่ได้ สมัยนี้แล้วต้องจับได้ ส่วนความคืบหน้าของคดีเท่าที่ได้รับรายงาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิสูจน์ดีเอ็นเอ ส่วนที่จับผู้ต้องสงสัยมานั้น ดีเอ็นเอไม่ตรงกับหลักฐาน ก็ต้องหาหลักฐานให้ได้ ให้ตรงกับหลักฐานที่มี ตอนนี้ก็มีการปิดเกาะแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำจนกว่าจะคลี่คลายปัญหาได้ จะปิดตลอดไปก็คงไม่ได้ เดี๋ยวก็จะมีข้อกล่าวว่านักท่องเที่ยวหรือประชาชนกลับบ้านไม่ได้ก็ต้องใช้วิธีการตรวจสอบใคร จะเข้าออกก็ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เรื่องนี้ขอร้องว่าอย่าไปขยายความอีกเลย ให้เป็นเรื่องของการสอบสวนต่อไป เพียงแต่อย่าให้เกิดเรื่องเช่นอีกแล้วกัน
เมื่อถามว่าทางสถานทูตอังกฤษได้ติดต่อเพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้คุยกันหมดแล้ว ซึ่งเขาเข้าใจก็มีการพูดจากันดี ตรงนี้ก็ต้องปล่อยเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมและการสอบสวน ซึ่งต้องทำให้ได้โดยเร็ว เพราะเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ทั้งเราและเขา
"ผมก็เสียใจกับเขา เพียงแต่ผมบอกว่ามันเป็นประเพณีคนละประเพณี ของเราก็ต้องระมัดระวังมากหน่อย เพราะบางทีนักท่องเที่ยวก็คิดว่ามันปลอดภัย แต่ผมไม่ได้บอกว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัยนะ เดี๋ยวจะไม่มีใครกล้ามาอีก วันนี้ก็ขอโทษอีกครั้งถ้าพูดแรงเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจผิดก็ขอโทษในทุกๆ เรื่อง บางทีมันกดดันก็เสียใจ"นายกรัฐมนตรีกล่าว
รองโฆษกรัฐบาลวอนสื่อไทยช่วยแจง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อมูลที่สื่อต่างประเทศนำเสนอถ้อยคำของนายกรัฐมนตรีที่พูดระหว่างการมอบนโยบายผู้บริหารระดับสูง เกี่ยวกับการใส่ชุดว่ายน้ำบิกินี่ของนักท่องเที่ยวแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ได้เป็นการติเตียนหรือมีเจตนาให้ร้ายใคร จึงอยากให้ดูบริบทของประโยคประกอบด้วย เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องการสื่อสารมีเป้าหมายต้องการให้เจ้าหน้าที่และทุกคน ช่วยกันในการลดความเสี่ยง
"ดังนั้นจึงอยากให้สื่อมวลชนไทยได้ช่วยกันชี้แจงถึงเจตนาที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรีที่มีหวังดี และไม่ได้ต้องการให้ร้ายใคร ย้ำว่ารัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาให้กับทุกคนไมีว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือชาวไทยด้วยความเท่าเทียม ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้เตรียมขี้แจงเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดในรายการคือความสุขให้คนในชาติที่จะออกอากาศในวันพรุ่งนี้แล้ว" พ.อ.สรรเสริญ กล่าวและว่า
ทั้งนี้มีรายงานว่าทันทีที่นายกรัฐมนตรี มีถ้อยประโยคนี้ออกมา เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ได้โทรศัพย์มาสอบสอบถามความชัดเจนและความหมายที่นายกรัฐมนตรีสื่อสาร มายังคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานได้ชี้แจงในเบื้องต้นแล้ว ว่านายกรัฐมนตรีพร้อมขอโทษหากคำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจและอาจกระทบความสัมพันธ์
ผลนิติเวชยังไม่ชี้ชัดคนร้ายฆ่า 2 ศพเกาะเต่า
ขณะที่พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ศพของ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย และนายเดวิด วิลเลียม สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่ถูกฆาตกรรมที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 14 กันยายน ทางสถานฑูตพร้อมญาติได้มาติดต่อขอรับศพไปแล้วเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 กันยายน เพื่อเตรียมนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามธรรมเนียม
สำหรับผลการชันสูตรพลิกศพ ทีมแพทย์ได้ผ่าตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้น ยืนยันว่า อสุจิในช่องคลอดของหญิงชาวอังกฤษ มี 2 คน แต่ไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยรายใด ส่วนการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของทั้งสองไม่พบแต่อย่างใด ในส่วนของการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอื่นๆ ทราบว่าทางกองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเช่นกัน
นายกฯมอบรางวัลผู้ประกอบการธุรกิจดีเด่น
พลเอกประยุทธ์ เป็นประธานพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจดีเด่น ประจำปี 2557 (Prime Minister’s Business Enterprise Award) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของตนอีกครั้ง ได้ร่วมงานภาคเอกชน ครั้งแรกด้วยการมอบรางวัลที่เป็นความภูมิใจของทุกคนในประเทศ การได้รับรางวัลวันนี้เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ ขอแสดงความยินดี ชื่นชมผู้ประกอบการเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง คิดว่าจะมีการพัฒนามากขึ้นตามลำดับ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าจากการร่วมมือนี้จะเป็นกำลังสำคัญการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพยายามใช้โอกาสที่พูดได้ เพราะไม่รู้มีโอกาสอีกนานแค่ไหน ขอให้ช่วยกัน ซึ่งสิ่งที่เห็นคืออนาคตของไทย ถือว่ามีอนาคตพอสมควร โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะยกระดับในทุกด้าน เพราะเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ที่จะต้องเป็นทั้งหุ้นส่วนและคู่แข่งขัน ดังนั้นการพัฒนาเป็นสิ่งที่ดีของประเทศ ทำให้คนรุ่นเก่าก็ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมา นอกจากการแข่งขันที่มีมากขึ้น ยังมีพันธะสัญญามีการเปลี่ยนแปลงไป ถ้าไม่ปรับตัวตามเศรษฐกิจโลกก็มีปัญหาแน่
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า บริษัทต่างๆ ต้องใช้ปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง มีเหตุผล พอเพียง พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันดี ภายใต้ความรู้ และธรรมาภิบาล มีสินค้าบริการที่มีคุณภาพไม่หลอกลวง ทั้งนี้ขอฝากให้ผู้ประกอบการว่า ทำอย่างไรให้คนมีรายได้น้อยในประเทศได้มีโอกาสใช้สินค้าเช่นเดียวกับสินค้าส่งออก มีคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่อาจมีราคาต่ำลง ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงต้นทุนเป็นหลัก ทำอย่างไรให้ราคาสินค้าใกล้เคียงกับต่างประเทศ แต่คุณภาพดีกว่า มีน่าสนใจกว่าและต้นทุนต่ำกว่า สิ่งเหล่านี้จึงเป็นทั้งวิกฤตและโอกาส และเป็นความท้าทายของประเทศในทุกด้าน อยากมีแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใช้วัตถุดิบของไทย สินค้าเกษตรที่มีปัญหาอยู่ เช่น ข้าว ที่ขายยากขึ้นเพราะมีการปลูกข้าวหลายประเทศ ราคาก็ต่ำลง และค่าแรงของไทยก็สูง จึงต้องดูว่าจะเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร รวมถึงยางพารา ที่อาจจะแปรรูปเป็นเตียงนอนมีปุ่มนวดเพื่อส่งออก รวมทั้งผักตบชวา ขอให้มีการเพิ่มประเภทรางวัลให้ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเหล่านี้ให้ขายได้ราคาสูงขึ้น เกิดแรงดึงดูด เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของไทย
"ลองทำรถไถ รุ่นแรกฉัตรชัย 1 หรือสุรศักดิ์ 2 อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบอย่างในอนาคตให้ลูกหลาน" นายกรัฐมนตรีหล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับสินค้าโอท็อปที่มีทุกจังหวัด แต่ขายไม่ได้ จึงต้องดูว่าสินค้าใดที่ดีจริงและส่งเสริมอย่างจริงจัง ไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นจังหวัด แต่เอามารวมกันและรัฐเป็นผู้ส่งเสริม เช่น กระเป๋า ที่สวยงาม ทุกอย่าง แต่เชย จึงน่าจะออกแบบให้ดีกว่า และสร้างเป็นแบรนด์ให้คนมาต่างชาติซื้อ ต้องคิดใหม่อย่าคิดตามอย่างต่างประเทศมากนัก คิดเป็นของไทยให้มากขึ้น และที่สำคัญอยากให้ใช้ภูมิปัญญาไทยในการแก้ปัญหาบ้านเมือง รวมทั้งเศรษฐกิจ เพราะมิตรประเทศไม่มีใครรังเกียจคนไทย มีแต่คนอยากอยู่ในประเทศไทย มีสถาบัน ศิลปะที่งดงาม อย่าเอาสิ่งที่บ้านเมืองมีปัญหากลับมา ต้องคำนึงถึงชาติให้เดินต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งต้องช่วยเหลือกันทั้งประเทศ ไม่ใช่รวยอยู่คนเดียวคนอื่นจนหมดต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ตามค่านิยม 12 ประการ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ถ้าทุกคนเป็นคนดี ประเทศไทยดีแน่นอน รัฐมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ให้ไปต่อได้ ทั้งเราต้องช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์สร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงเท่าไหร่แต่อยากสร้างรากฐานของประเทศไทย
“สุดท้ายนี้ขอให้เร่งสร้างนวัตกรรม ปรับปรุงคิดค้นผลิตสินค้าเป็นรูปธรรม ขอให้ผู้ประกอบการด้านต่างๆ ประสบความสำเร็จ ปีหน้าไม่อยากให้เห็นผักตบลอยในลำน้ำ ไม่อยากพูดว่าเป็นขยะ แต่อยากให้เอาวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ให้ไปช่วยกันคิดมา และเมื่อมีสินค้าดีพอ แพคเกจก็เรื่องสำคัญ ทำให้สวยงาม เพิ่มมูลค่า ต้องอธิบายรายละเอียดผลิตภัณพ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ สร้างคุณค่า บางทีเขาอาจจะขอซื้อแต่กล่องก็ได้ แต่ทางที่ดีต้องให้ซื้อทั้งกล่องและของ" นายกรัฐมนตรีกล่าว



