ข่าว

"วิฑูรย์"เดิมพันสูงปปช.ชี้มูลปลากระป๋องยุติการเมืองอภิสิทธิ์จ่อปรับครม.

"วิฑูรย์"เดิมพันสูงปปช.ชี้มูลปลากระป๋องยุติการเมืองอภิสิทธิ์จ่อปรับครม.

30 ม.ค. 2552

"อภิสิทธิ์" ส่งสัญญาณปรับ ครม.หลังกลับจากสวิตเซอร์แลนด์ ด้าน "วิฑูรย์" เดิมพันตำแหน่ง พร้อมลาออก-เลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต ถ้าถูกชี้มูลผิดคดีปลากระป๋อง นปช.นัดชุมนุมใหญ่ "แดงทั้งแผ่นดิน" เคลื่อนพลปิดล้อมทำเนียบ 3 ทุ่มวันเสาร์นี้ ฝ่ายค้านเล็งยื่นถอดถอน 3 ร

กรณีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เปิดบ้านพักแจกเงินช่วยเหลือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมแนบนามบัตรให้แก่ประชาชนใน จ.นครราชสีมา ซึ่งมีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ รวมทั้งปัญหาปลากระป๋องเน่า ที่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนฝ่ายค้านยื่นกระทู้ซักถามในสภา ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เตรียมแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.นำเรื่องร้องเรียนนายบุญจงเข้าสู่การพิจารณาเพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ยังไม่ทราบว่า กกต.จะชี้มูลอย่างไร แต่ถ้ามีการชี้มูลจริง ก็ต้องมาพิจารณากัน แต่ตอนนี้เข้าใจว่ามีการยื่นเรื่องให้แก่ ป.ป.ช.เท่านั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับการตรวจสอบดังกล่าว เมื่อถามว่าถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลว่ามีความผิด นายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้า กกต.หรือ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อันนั้นก็แน่นอนอยู่แล้ว โดยตนจะรวบรวมข้อมูลให้รอบด้านที่สุด และคงจะได้พูดคุยกับรัฐมนตรีในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีที่มีการขยายผลว่ามีคนในพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแจกถุงยังชีพของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่มีปลากระป๋องเน่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังดูข้อมูลทั้งหมด และคิดว่าหลังจากที่ตนกลับมาจากการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากนั้นคาดว่าอีกไม่เกิน 1-2 วัน พรรคประชาธิปัตย์จะมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าเท่าที่ตรวจสอบคิดว่ามีสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นในโครงการนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบเบื้องต้นคือกรณีปลากระป๋องยังไม่ได้มีการใช้จ่ายเงินของราชการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเสียหายมันเกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ ทั้งนี้ นายวิฑูรย์ นามบุตร ได้ยื่นเรื่องให้องค์กรต่างๆ ตรวจสอบแล้ว แต่เราก็ต้องดูว่าการทำงานในกระทรวงจะมีผลกระทบอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจะไม่ยึดเรื่องของเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นหลักใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตัดสินใจแก้ปัญหายังยึดตามมาตรฐาน 9 ข้อที่ได้มอบให้ ครม.นำไปปฏิบัติ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งข้อสังเกตของฝ่ายค้านว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้นในโครงการเรียนฟรีของกระทรวงศึกษาธิการว่า ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างการพิจารณาในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งช่างกำลังดูอยู่ ระหว่างพยายามหาทางที่จะมอบให้ชุมชนเป็นผู้ผลิตกับการให้เงินหรือคูปองตรงไปยังผู้ปกครอง ซึ่งแนวทางหลังนี้ที่มีการเสนอเข้ามา เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถดูแลไม่ให้รั่วไหลหรือเกิดการทุจริตได้ แต่ที่กังวลนิดหน่อยคือ อาจจะเสียโอกาสสำหรับในบางพื้นที่เพราะอย่าง 3 จังหวัดภาคใต้ เราก็คิดว่าถ้าสามารถว่าจ้างให้ชุมชนจัดทำเครื่องแบบได้ก็จะเป็นประโยชน์ ซึ่งข้อสังเกตของฝ่ายค้านก็เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่เราไปดูว่าจะใช้วิธีการไหนที่จะได้ประโยชน์สูงสุด "วิฑูรย์" ประกาศลาออกถ้าถูกชี้มูลผิด ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณากระทู้สดว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องปลากระป๋องเน่าว่า พบความผิดปกติหลายอย่างพร้อมตั้งข้อสังเกตว่านายวิฑูรย์มีส่วนรับรู้และเกี่ยวข้องกับถุงยังชีพไม่ได้คุณภาพและส่อเค้าทุจริต โดยใช้วิธีจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่คุณภาพต่ำมาก่อน แล้วจึงทำโครงการจัดซื้อในภายหลัง นายจตุพร กล่าวว่า นายวิฑูรย์รายงานข้อเท็จจริงว่ากรณีปลากระป๋องไม่ได้คุณภาพนั้น จริงแล้วเป็นการได้บริจาคมาจากนายวิเชียร สมมาต ซึ่งเป็นประธานสมาคมพัทลุง แต่พวกตนได้ไปตรวจสอบว่านายวิเชียรในสารบบชื่อบุคคลไม่มี มีแต่ชื่อนายวิเชน ซึ่งชื่อที่ใกล้เคียงที่สุดคือ นายวิเชน สงมาต หากไปตรวจสอบคนคนนี้ไม่สามารถบริจาคของได้ถึง 5,000 ชุด และไม่เคยเข้าไปที่สมาคมพัทลุงเลย ขอให้ลองไปตรวจสอบดู "ดังนั้นครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการพลิกลิ้น จัดฉาก อาจไม่ทราบว่าถุงปลิดชีพ นอกจากจะมีปลากระป๋อง 5 กระป๋องแล้ว ยังมีน้ำพริกเผายี่ห้อโอชาเน่าอีก มีถุงข้าวสาร 4 กิโลกรัม มีมอดกิน ยาก็หมดอายุ ยาสีฟันยี่ห้อเฮอร์ควิกท่านรู้จักหรือไม่ นอกจากนี้ยังไปพบว่าโรงงานผลิตชาวดอยถูกสั่งปิดตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2551 เพราะทำผิดกฎหมาย จึงพลิกลิ้น เพราะกลัวถูกดำเนินคดี 10 ปี ปรับ 5 แสนบาท ประชาชนธรรมดาจะไปซื้อข้าว 4 กิโลกรัม ที่ไหน ซื้อปลากระป๋องเหมือนกันหมดได้ที่ไหน ทำไมสามัคคีส่งของที่เน่าไปให้คนที่จ.พัทลุง ท่านกล้ากินปลากระป๋อง 5 กระป๋องหรือไม่ ถ้าท่านกินผมก็ยอมรับ" นายจตุพร กล่าว นายวิฑูรย์ ตอบว่า ถ้าตนผิดคิดชั่วเอาของเน่าเสียให้ประชาชน ก็พร้อมรับผิดชอบทางการเมือง ท่านอาจมีพรสวรรค์เอาข่าวมาปะติดปะต่อ นายวิเชน หรือนายวิเชียรไม่ใช่แพะ แต่ตนอ่านตามหนังสือทางราชการ และก็ต้องเชื่อเอกสารทางราชการ เพราะในทางปฏิบัติเรามอบให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ เมื่อมีข่าวออกมาตนก็รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน เมื่อของไม่ดีก็ต้องรีบเก็บและนำไปทำลาย นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และพร้อมรับผิดชอบทางการเมือง โดยจะไม่รอให้ศาลตัดสิน เพียงแค่ ป.ป.ช.ชี้มูลว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตจริง ก็พร้อมจะแสดงสปิริตลาออกและเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต "สุเทพ"ชี้ต้องให้โอกาส"วิฑูรย์"ชี้แจง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าหลังกลับจากเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะมีความชัดเจนกรณีเรื่องการแจกปลากระป๋องเน่าว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายวิฑูรย์ ไปรวบรวมหลักฐานเอกสารข้อมูลทั้งหมดมาชี้แจงว่าถูกหรือผิดตรงไหนอย่างไร รวมทั้งต้องชี้แจงเรื่องต่อรัฐสภาและประชาชน กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ด้วย แต่ก็ให้โอกาสนายวิฑูรย์ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานก่อน ขณะเดียวกันไม่เชื่อว่านายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนส่งข้อมูลให้ฝ่ายค้าน ต่อข้อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่านายวิฑูรย์เป็นเด็กในสายของนายสุเทพ จึงไม่มีใครกล้ามาแตะต้อง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จริง ตนมักจะโดนอย่างนี้ พอใครมีปัญหาก็โยนมาใส่ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสายคนนั้นคนนี้ หรือก๊วนนั้นก๊วนนี้ ตนเป็นเลขาธิการพรรคก็ต้องดูแลทุกคน ส่วนกรณีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ที่แจกเงินพร้อมนามบัตร จะเป็นปัญหาที่นำมาผนวกกันจนกระทบกับภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีหลักฐานอะไรที่แสดงว่านายบุญจงทำความผิด เท่าที่ฟังคือว่าเขาแจกของแล้วเอานามบัตรตัวเองแถมไปด้วยก็เท่านั้น ยังไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นความผิด "ภูมิใจไทย" ปัดเตรียม รมต.สำรอง นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ห่วงกรณีนายบุญจงที่ถูกฝ่ายค้านเดินหน้ายื่นเรื่องให้องค์กรต่างๆ ตรวจสอบการแจกเงินให้ประชาชนใน จ.นครราชสีมา เนื่องจากเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงได้ ส่วนกรณีดังกล่าวอาจนำไปสู่การปรับนายบุญจงออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ตนเห็นว่าหากผู้ใดทำผิด ก็ต้องปรับออก และพร้อมยอมรับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้พรรคไม่ได้เตรียมคนเป็นรัฐมนตรีสำรอง นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เชื่อว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้คงไม่ส่งผลจนทำให้พรรคถูกยุบ อย่างไรก็ตามถ้าผลการตรวจสอบออกมา ตนมองว่าไม่น่าจะมีความผิดถึงขั้นสั่งยุบพรรค แต่อาจจะเป็นความผิดส่วนบุคคลได้ กกต.ชี้ผิดจริงถึงขั้นยุบภูมิใจไทย นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อมีการยื่นเรื่องมา กกต.ต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และหากสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องจริง มีพยานหลักฐานชัดเจน ตามกฎหมาย พรรคภูมิใจไทยอาจถูกเสนอให้ยุบพรรคได้ นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่ง กกต.อาจนำเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว ที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเรืองไกร มาพิจารณารวมกัน หลังจากนี้ต้องมีการตรวจสอบอีกว่า การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดกฎหมายและหน้าที่ของ กกต.หรือไม่ นายประวิง คชาชีวะ รองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง แถลงว่า กกต.มีมติประกาศรับรองนายณรงค์ จันทดิษฐ จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็น ส.ส.เขต 2 จ.นนทบุรี หลังจากตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีเรื่องร้องเรียน "สมชัย”โยน ป.ป.ช.-สภา ตรวจสอบ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงกรณีนายบุญจงแนบนามบัตรของตนเองไปกับการแจกเบี้ยยังชีพ ว่า หากมีใครร้องเรียนเข้ามาก็ต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบตามระเบียบขั้นตอน เพราะการแจกเงินก็คือมีมูลแล้ว แต่ปัญหาของเรื่องนี้คือการแจกนั้นลึกๆ เป็นอย่างไร แต่เมื่อดูจากพฤติกรรมนี้เห็นว่าช่วงนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง กฎหมายของ กกต.จึงยังไม่เข้าไปควบคุม ส่วนจะเข้าข่ายซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่นั้น ตามกฎหมายก็บัญญัติใช้เฉพาะกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเท่านั้น แต่สำหรับกรณีของ ส.ส.-ส.ว. เท่าที่ดูยังไม่ได้เขียนเอาไว้ นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า กรณีนี้น่าจะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือสภาที่สังกัดเป็นผู้ตรวจสอบ เพราะการกระทำของนายบุญจงในครั้งนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด แต่อาจจะเป็นเรื่องจริยธรรมและความเหมาะสม ทั้งนี้ หากดูตามกฎหมายก็น่าจะเป็น ป.ป.ช. ที่มีหน้าที่ดำเนินการ เพื่อไทยยื่นถอด 3 รมต.ลงมติขัด รธน. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาช่วงบ่าย บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาตรวจสอบการลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 เมื่อคืนวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีรัฐมนตรีจำนวน 3 คน ร่วมลงคะแนนเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 177 ที่ระบุว่า รัฐมนตรีไม่อาจลงคะแนนในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งหรือมีส่วนได้เสีย เนื่องจากรัฐมนตรีทั้งสามเป็นผู้ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.และเป็นผู้ใช้จ่ายงบประมาณ จึงขอใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 271 นำรายชื่อ ส.ส.จำนวน 1 ใน 4 ยื่นให้วุฒิสภาถอดถอนออกจากตำแหน่ง พ.อ.อภินันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่ามาตรา 177 ห้ามไว้เฉพาะการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี แต่ในเมื่อฝ่ายค้านติดใจก็จะให้สมาชิกได้หารือ โดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 177 กำหนดห้ามรัฐมนตรีลงมติเฉพาะในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเท่านั้น อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช อภิปรายว่า หากตีความมาตราในมุมกว้างเช่นนี้รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้วจะต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะส่วนใหญ่ได้ลงมติเห็นชอบในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2552 ขณะที่นายพีระพันธุ์ชี้แจงว่า ในการลงคะแนนนั้นไม่ได้กดปุ่มเพื่อจะลงมติเห็นชอบ แต่เครื่องที่ตนนั่งเสีย เจ้าหน้าที่จึงให้ทดลองกด ตนจึงกดปุ่ม ไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎหมายนอกจากนี้ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่มีงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมอยู่เลย จึงไม่ถือว่าตนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการอภิปรายกว่า 1 ชั่วโมง พ.อ.อภิวันท์ ได้สรุปว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนฯ หากฝ่ายค้านติดใจก็สามารถใช้ช่องทางทางรัฐธรรมนูญตีความหรือยื่นถอดถอนได้ และได้สั่งปิดประชุมเวลา 18.00 น. นปช.นัดชุมนุม 31 ม.ค."แดงทั้งแผ่นดิน" ที่บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว คณะผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งได้แก่ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 31 มกราคม ว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะดำเนินภายใต้ชื่อภารกิจ "แดงทั้งแผ่นดิน" หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า "Red in the land" ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป เนื้อหาในการอภิปรายนอกจากจะเป็นการกดดันเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรและผู้ที่เกี่ยวข้องในการยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินทั้ง 2 แห่งอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการปลดนายกษิต ภิรมย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตร พ้นจากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลทั้งหมด และเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้ว ยังจะมีการเปิดโปงการทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ ของรัฐบาลชุดนี้ให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ ในเวลา 21.00 น.เสื้อแดงทั้งหมดจะเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลทุกด้าน ส่วนจะมีการชุมนุมปิดล้อมยืดเยื้อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในคืนดังกล่าว อ้างทหาร 400 นายแฝงวันชุมนุมใหญ่ นายจักรภพกล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นการวัดกระแสของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าแผ่วหรือไม่ รวมทั้งประเมินกระแสการเรียกร้องให้เวลารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในการบริหารประเทศ จุดติดขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า มีการส่งทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ประมาณ 400-500 นาย ให้ใส่เสื้อสีแดงลงพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ใด คาดว่าอาจจะถูกสั่งให้เข้ามาปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันชุมนุมใหญ่ แต่เชื่อว่าคนเหล่านั้นคงไม่รอดพ้นจากการจับตาจากคนเสื้อแดงแน่นอน เพราะไม่ใช่แดงอย่างแท้จริง นายกฯ ลั่นไม่ยอมให้ยึดทำเนียบได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการที่กลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวมาชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 31 มกราคม เพราะได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว อีกทั้งมั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้ตนจะไม่อยู่ เพราะต้องเดินทางไปร่วมประชุมในเวทีเศรษฐกิจโลกที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็มอบหมายให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแล รวมทั้งนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็จะอยู่ที่นี่ ไม่ได้เดินทางไปกับตน ถ้ามีอะไรก็สามารถวางแผนในการรับมือทันที อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการยอมให้กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้ามายึดภายในทำเนียบ เหมือนเมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรทำอย่างแน่นอน ด้านนายสุเทพกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องดูแลพื้นที่ โดยต้องปฏิบัติไปตามเกณฑ์ปกติ ตนเพียงแต่กำชับว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ให้เข้มแข็ง มท.1 สั่งผู้ว่าฯ สกัดม็อบเข้ากรุง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ในการประชุมกระทรวงมหาดไทยจะสั่งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนว่า ไม่ควรเดินทางมาชุมนุมในกรุงเทพฯ เพราะไม่เป็นประโยชน์ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสกัดกั้นประชาชน นายชวรัตน์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงจังหวัดปริมณฑล เนื่องจากสามารถเดินทางมาร่วมชุมนุมได้โดยไม่ต้องพักค้างคืน แต่ก็พยายามใช้วิธีการแบบนุ่มนวล ไม่ใช้กำลัง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้มีรายงานเข้ามาว่า ตามจังหวัดต่างๆ มีการรวมตัวชุมนุมประท้วงกันบ้าง แต่มีจำนวนไม่มาก ประมาณ 10-20 คน "เสธ.หนั่น"แนะขอกำลังทหารช่วย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงคงไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะสถานการณ์ขณะนี้กำลังดำเนินไปด้วยดี คงไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ตำรวจต้องทำหน้าที่ให้ดี ถ้าควบคุมไม่ได้ก็ต้องขอกำลังให้ทหารช่วย พร้อมกันนี้อยากฝากไปยัง ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่า ต้องช่วยกันรับผิดชอบให้บ้านเมืองเดินหน้าไปด้วยดี หน่วยข่าว ทบ.เชื่อเสื้อแดงมาไม่เยอะ แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงกองทัพบก เปิดเผยว่า หน่วยข่าวทางทหารรายงานว่า กลุ่มเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมในวันที่ 31 มกราคม เพื่อปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ไม่น่าจะส่งผลให้เกิดความรุนแรง และเท่าที่ประเมินจุดประสงค์ของกลุ่ม นปช.ก็เพื่อแสดงพลังให้เห็นเท่านั้น แต่จำนวนคนคงไม่มากนัก เพราะเสื้อแดงได้แยกสลายกลุ่มของตัวเองออกไปบ้างแล้ว แต่คาดว่าการชุมนุมที่น่าจับตามองน่าจะเกิดขึ้นก่อนการประชุมอาเซียน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังดูการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นพิเศษ แหล่งข่าว กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติของกองทัพยังเหมือนเดิม คือให้กองทัพภาคที่ 1 ประชุมและประเมินสถานการณ์ตามปกติ หากตำรวจร้องขอกำลังสนับสนุน ทหารก็พร้อม แต่ในเบื้องต้นเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรับมือกับการชุมนุมได้ ส่วนกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช.อ้างว่ามีข้อมูลที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จะส่งทหาร 400 นาย แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มเสื้อแดง เพื่อเกาะติดหาข่าวนั้น แหล่งข่าวระบุว่า น่าจะเป็นการตีกันและอาจเป็นเพราะนายจักรภพมีอคติกับนายทหารระดับสูงของหน่วยดังกล่าว เพราะเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไปเป็นประธานในพิธีวันพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แทนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และได้ถูกเตือนให้ระวังการก้าวล่วงหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีไปบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ทำให้นายจักรภพไม่พอใจเป็นอย่างมาก พร้อมชี้แจงว่า “เข้าใจผิด” นอกจากนี้ อีกเหตุผลคืออาจจะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ที่อยู่ในบ้านพักรับรองในการดูแลของหน่วยนี้อยู่ จึงพยายามจะพาดพิงถึง ยืนยันว่าไม่มีทหารที่จะไปเกาะติดม็อบตามที่นายจักรภพกล่าวอ้าง "สุวิทย์"ผวางดเดินทางไปเชียงใหม่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ กล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปเปิดงานที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 30 มกราคม ว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปด้วยตัวเองหรือไม่ เพราะต้องเคลียร์ภารกิจที่ค้างอยู่ก่อน แต่ไม่ได้เป็นเพราะกลัวคนเสื้อแดง หากไม่ได้ไป ก็จะมอบหมายให้นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวง ไปเปิดงานแทน นายกฯปัดออก ก.ม.กันม็อบเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการที่รัฐบาลเร่งรัดออกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ไม่ใช่เป็นการออกมาเพื่อป้องกันกลุ่มเสื้อแดง ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการทำตามแนวทางของรัฐบาล คือ การสร้างความปรองดองไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่อีกส่วนหนึ่งชาวต่างประเทศเองก็ต้องการเห็นความเป็นรูปธรรมว่า รัฐบาลมีวิธีการจัดการที่แตกต่างจากเดิมอย่างไร เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าบทลงโทษค่อนข้างน้อย จะสามารถดูแลความปลอดภัยสนามบินได้จริงหรือ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายละเอียดของบทบัญญัติได้ส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และขอให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปให้ความเห็น รายละเอียดก็จะไปปรับแต่งตามความเหมาะสม ซึ่งสุดท้ายกฎหมายต้องผ่านสภา ดังนั้นถ้าสภามีความเห็นว่าต้องปรับปรุงเรื่องโทษรัฐบาลก็ยินดี ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า มั่นใจว่าหากมีกฎหมายบังคับใช้ เราก็จะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีและได้ผล ส่วนการที่จะเข้าไปปิดสนามบิน ก็ต้องดูเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ยืนยันว่า การออกกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่เพื่อต้องการสกัดกลุ่มเสื้อแดง แต่เป็นเรื่องที่ทางการท่าวางโครงการไว้มานานแล้ว ไม่ใช่มาเร่งรัดเพื่อให้ทำเสร็จภายในวันหรือสองวัน เพื่อไทยเย้ยออก ก.ม.ฟอกตัวเอง นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เป็นผล ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีกฎหมายหลายฉบับ แต่ไม่เห็นทำอะไรได้ ช่วงที่กลุ่มพันธมิตรเข้ามายึดสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เห็นหน่วยรักษาความปลอดภัยวิ่งหนีกันหมด อย่างไรก็ตาม การที่ออกกฎหมายฉบับดังกล่าวมองว่า เพราะว่าใกล้จะมีการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เพื่อฟอกตัว และทำให้ประเทศอาเซียนเกิดความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นได้ดีที่สุดก็คือ การใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไปเอาผิดกับคนที่ทำผิดมาก่อนหน้า ทั้งที่ยึดทำเนียบ บุกสภา และยึดสนามบิน ดีกว่ามาออกร่าง พ.ร.บ.แทน โยนกองนิติการตรวจสอบถอดยศ"แม้ว" พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผบก.กองกำลังพล กล่าวถึงกรณีการดำเนินการยื่นถอดถอนยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้กองกำลังพลได้ส่งเรื่องการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งตำรวจอีกหลายนายที่ถูกพิจารณาถอดยศ ไปให้กองนิติการตรวจสอบเกี่ยวกับด้านกฎหมายเพื่อความรอบคอบ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย การพิจารณาจึงต้องครอบคลุมทุกด้าน เนื่องจากสุดท้ายต้องมีการโปรดเกล้าฯ เพื่อถอดยศ ซึ่งขั้นตอนเมื่อกองนิติการตรวจสอบแล้วก็จะส่งเรื่องกลับมาที่กำลังพล จากนั้นกำลังพลก็จะเสนอไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาต่อไป