
ตั้งจ.บัวใหญ่ควรฟังความรอบข้างอย่าให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
ตั้งจ.บัวใหญ่ควรฟังความรอบข้าง...อย่าให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว : โดย.... เกษม ชนาธินาถ
ปมปัญหาการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) ตั้ง จ.บัวใหญ่ ซึ่งแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ตามข้อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งจังหวัดใหม่และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 ให้ อปท.รายงานผลดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาท้องถิ่น ว่ามีเหตุความจำเป็น ผลดี ผลเสีย สมควรให้คำรับรองหรือไม่
โดยเมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประชุมสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2557 ที่มีขึ้นในช่วงบ่ายในวาระที่ 8 การพิจารณารับฟังความคิดเห็นการเสนอร่างพระราชบัญญัติตั้ง จ.บัวใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกสภา เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 39 คน จากจำนวนทั้งหมด 48 คน ยกมือเห็นด้วยกับการเสนอร่างดังกล่าว เห็นควรจัดตั้ง จ.บัวใหญ่ 32 คน อีก 7 คน งดออกเสียง
ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้พี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กว่า ไม่เห็นด้วยกับการแยก จ.บัวใหญ่ พร้อมกล่าวโจมตีสมาชิกสภาจังหวัดนครราชสีมา ที่ยกมือเห็นด้วย ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ระบุเป็นกลุ่มคนที่พยายาม แบ่งแยกอัตลักษณ์ดินแดนลูกหลานย่าโม และยังถูกสาปแช่งต่างๆ นานา
จนเป็นเหตุให้ "กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท" ประธานสภาอบจ.นครราชสีมา ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ว่าสมาชิกสภามีอิสระในการเสนอความคิดเห็น โดยระบุเหตุผลต้องการให้เกิดความเจริญ ประชาชนในพื้นที่กว่า 2.9 แสนคน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เราไม่สามารถไปปิดกั้นโอกาสในการแสดงออกตามหลักประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ไม่ได้มีเจตนาสร้างความขัดแย้งหรือแบ่งแยกพื้นที่ เป็นการดำเนินตามขั้นตอนกระบวนการและกรอบกติกาของกฎหมายทุกประการ ซึ่งมติครั้งนี้ยังไม่ถือว่าเป็นข้อยุติที่จะจัดตั้ง จ.บัวใหญ่
เรื่องนี้ "พิเชฎฐ์ ชัยศรี" ส.อบจ.นครราชสีมา อ.บัวใหญ่ เขต 2 ฐานะรองประธานสภาคนที่ 1 บอกอีกว่า ส.อบจ.ที่เห็นควรให้ตั้ง จ.บัวใหญ่นั้น ได้เล็งเห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่มีนัยแอบแฝงแต่อย่างใด การแยกเป็นจังหวัดบัวใหญ่ก็ไม่จำเป็นที่จะใช้ชื่อบัวใหญ่เสมอไป อาจใช้ชื่อ จ.สุรนารี หรืออะไรก็ได้ ที่มีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับ จ.นครราชสีมา ต้องยอมรับข้อเท็จจริงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมี 32 อำเภอ ใหญ่เกินไป การจะพัฒนาได้ดีทุกๆ ด้านไม่สามารถทำได้ทั่วถึงและครอบคลุม
"มติการเห็นควรครั้งนี้เป็นเพียง 1 อปท.จากจำนวน อปท.ทั้งสิ้น 334 แห่ง เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการ ให้เดินหน้าจัดตั้ง จ.บัวใหญ่ต่อไป ก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนไหวนานหลายสิบปี แต่ติดขัดการเมืองระดับชาติ จึงขอความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน 8 อำเภอ โปรดอย่าปิดกั้นโอกาสพวกเรา ทั้งๆ ที่ก็เป็นลูกหลานย่าโม ให้ความเคารพรักและศรัทธาเหมือนกัน" พิเชฎฐ์ บอก
ขณะที่ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา บอกว่า เคารพความคิดเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินจัดตั้งจังหวัดใหม่ รวมทั้งบรรดาผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวโคราช การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีอิสระในความคิดไม่สามารถไปปิดกั้นได้ จึงมีความเห็นต่างๆ นานา อาจไม่ถูกใจบางคนได้ การจัดตั้งจ.บัวใหญ่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของชาวโคราชกว่า 2.5 ล้านคน ที่เป็นลูกหลานย่าโม โดยมีความผูกพันด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีนานนับร้อยปี ตามที่มีการนำเสนอด้านเดียวในโลกออนไลน์ อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวให้ชาวโคราชขัดแย้งกัน
ซึ่งข้อเท็จจริงกระบวนการที่ให้ อปท.แต่ละแห่ง ดำเนินการลงมติเห็นควรในการตั้ง จ.บัวใหญ่ เป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น ความเป็นไปได้ในการตั้ง จ.บัวใหญ่ โดยแยกจาก จ.นครราชสีมา ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลเป็นสำคัญ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร เนื่องจากใช้งบประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการขยายอัตรากำลังข้าราชการที่เพิ่มขึ้น
ด้าน นายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การยุบรวม 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บัวใหญ่, คง, ประทาย, โนนแดง, บ้านเหลื่อม, แก้งสนามนาง, สีดา และ อ.บัวลาย เพื่อตั้งเป็นจังหวัดที่ 78 ของประเทศไทย การศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลด้านขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวโคราช รวมทั้งชาติพันธุ์ทั้ง 32 อำเภอ พบสิ่งบ่งบอกความเป็นพี่เป็นน้องที่ผูกพันค่อนข้างชัดเจน ต่างจากบางจังหวัดที่มีภาษาพูด ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างกัน สิ่งสำคัญคือวีรกรรมท้าวสุรนารี หรือย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองทุกคนเคารพนับถือ หล่อหลอมให้ชาวนครราชสีมาซึ่งมักแสดงตนเป็นลูกหลานย่าโมได้รู้รักสามัคคีมาถึงทุกวันนี้
และเมื่อถึงกลางเดือนมีนาคมของทุกปี ชาวบ้านในพื้นที่ 8 อำเภอ จะเหมารถโดยสารพร้อมชักชวนกันเดินทางมาร่วมกิจกรรมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ที่จัดขึ้นในเขตตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นอย่างนี้สม่ำเสมอทุกปี
"ชาวบัวใหญ่มีสำเนียงภาษาพูดลักษณะไทยโคราชหรือไทยเบิ้ง ไทยเดิ้ง ซึ่งมีลักษณะภาษาไทยปนภาษาลาวเล็กน้อย สามารถสื่อสารกับคนอำเภออื่นๆ ได้รู้เรื่อง แบบไม่ต้องถามซ้ำ จากเอกสารประวัติศาสตร์ไทยโคราชเป็นชุมชนไทยที่อยู่อาศัยมานานอย่างน้อยตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 มีเอกลักษณ์ในประเพณีความเชื่อ ภูมิปัญญา สังคม สถาปัตยกรรมและผลงานทางวัฒนธรรม ตามเอกลักษณ์เฉพาะชุมชน ในลักษณะผสมผสานกัน เพราะฉะนั้นชาวบ้านทั้ง 8 อำเภอ จะมีโครงสร้างทางวัฒนธรรมเหมือนกับคนอำเภออื่นค่อนข้างชัดเจน" สมพงษ์ บอก
ส่วน "ประเทศ อุตตมะบูรณ' อดีตข้าราชการบำนาญ โดยรับราชการในตำแหน่งฝ่ายปกครองนาน 36 ปี แสดงความเห็นว่า ประสบการณ์ที่รับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอและนายอำเภอต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มากว่า 7 แห่ง และเคยปฏิบัติหน้าที่ปลัดอำเภอบัวใหญ่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม แต่ละพื้นที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกันมากจนแยกไม่ออก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวโคราชที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร การตั้งจังหวัดใหม่โดยมีศาลากลางจังหวัดเพิ่มขึ้นใครได้ผลประโยชน์ ชาวบ้านได้อะไร มีแต่พ่อค้าแม่ขาย นายทุน และผู้รับเหมา มีโอกาสได้ใกล้ชิดพ่อเมืองหรือมีตำแหน่งทางราชการเพิ่มขึ้น
การแยกอำเภอให้มากขึ้นจะได้ประโยชน์เป็นรูปธรรมชัดเจน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านสามารถติดต่อราชการได้ง่ายขึ้น โดยมีความผูกพันตั้งแต่การแจ้งเกิด ทำบัตรประจำตัวประชาชน จดทะเบียนสมรส แจ้งหย่าร้าง จนกระทั่งแจ้งขอมรณบัตร รวมทั้งทำธุรกรรมอื่นๆ จึงขอให้ทบทวนถึงการแยกจังหวัดด้วย
นี่คือความคิดเห็นที่เกิดขึ้นภายหลังจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ยกมือเห็นพ้องให้แยก จ.บัวใหญ่ ออกไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องรอฟังเสียง อปท.ที่มีอยู่อีกกว่า 300 แห่ง ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคนที่จะฟันธงและตัดสินว่าตั้งได้หรือไม่ คือ รัฐบาลภายใต้การกุมบัง เหียนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น
.......................................
(หมายเหตุ ตั้ง‘จ.บัวใหญ่’ควรฟังความรอบข้าง...อย่าให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว : เรื่อง.... เกษม ชนาธินาถ )



