
'ตุลาการ'ค้านร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง
17 ก.ย. 2557
'ตุลาการศาลปกครอง' ทำหนังสือถึง 'ประธานสนช.' คัดค้านร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
17 ก.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีคณะตุลาการศาลปกครอง เข้าชื่อกันทำหนังสือถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงวันที่ 17 กันยายน 2557 คัดค้านการเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่..) พ.ศ.... สรุปดังนี้
1. คณะตุลาการศาลปกครองเห็นว่า คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่มีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ยังคงมีสถานภาพเป็นคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่อย่างต่อเนื่องและตามปกติ
กล่าวคือ 1.1 คณะตุลาการศาลปกครองเห็นว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีความจำเป็น เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง และได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะให้การดำเนินงานต่างๆ ของศาล รวมทั้งการบริหารงานบุคคลในองค์กรศาล ต้องประสบข้อขัดข้อง หรือต้องถูกยุบเลิกไปตามการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่ประการใด
1.2 การถือว่าคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่มีอยู่ตามปกติ และต่อเนื่องกัน ต้องเป็นอันหมดสิ้นสถานะไป เพราะเหตุที่ได้มีการยกเลิกกฎหมาย หรือยกเลิกรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการขัดแย้งต่อแบบแผน และประเพณีทางการปกครอง และทางการนิติบัญญัติของไทย ที่ยึดถือกันมาอย่างมั่นคง ดังจะเห็นได้จาก
1.2.1 เมื่อครั้งที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ออกประกาศฉบับที่ 3 ลงวันที่ 19 กันยายน 2549 กำหนดให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ. 2540 สิ้นผลใช้บังคับนั้น ก็ได้กำหนดให้ศาลทั้งหลาย นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามกฎหมาย และตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต่อมาเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งมีผลให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ. 2550 สิ้นผลใช้บังคับ ก็ได้กำหนดให้ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติต่อไปเช่นกัน
1.2.2 ในครั้งที่มีการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ซึ่งมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ก็ปรากฏว่า ในการประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 12/2549 ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อและตรวจสอบประวัติและความประพฤติของบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ ตามความในมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ในส่วนวุฒิสภา อันเป็นกรณีที่แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรผู้ใช้นิติบัญญัติในขณะนั้น ที่ได้ยอมรับการยังคงสถานภาพของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ว่ายังคงมีอยู่ต่อไปโดยมิได้มีข้อขัดข้อง หรือผลกระทบจากการที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสิ้นผลบังคับใช้ลงไป และในขณะนั้น คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่มีอยู่ ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และต่อเนื่องกันจนครบวาระ ดังนั้นโดยนัยแห่งการใช้และการตีความกฎหมายที่สอดคล้องกัน เมื่อมีประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งมีการใช้ถ้อยคำดุจเดียวกัน คณะตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่มีอยู่ในขณะนี้ จึงย่อมมีสถานภาพโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป หาได้มีสิ่งใดมาล้มล้างไม่ ซึ่งความเห็นในแนวทางนี้ คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่ดำรงตำแหน่งจนถึงขณะนี้ และคณะตุลาการศาลปกครองจำนวนเกือบทั้งหมด ได้เห็นพ้องต้องกันมาโดยตลอด
2. นอกจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆ ที่ต้องแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ในส่วนของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ตามร่างที่เสนอในครั้งนี้แล้ว คณะตุลาการศาลปกครอง ยังมีความเห็นว่า บทบัญญัติบางมาตราที่กำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่..) พ.ศ.... มีเนื้อหาที่ขัดต่อหลักการตามที่กล่าวในข้อ 1 และจะก่อให้เกิดความเสียหาย และความแตกแยกอย่างรุนแรงในองค์กรศาลปกครองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยบทบัญญัติ มาตรา 12 มาตรา 13 และมาตรา 14 ของร่างดังกล่าว จะมีผลเป็นการยุบเลิกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่มีสถานภาพโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วในขณะนี้ ให้หมดสิ้นสภาพไปโดยอำเภอใจ อีกทั้งยังให้องค์กรอื่น ซึ่งได้แก่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ตามมาตรา 68 วรรคสอง มาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ไปพลางก่อน จนกว่าจะมี ก.ศป.ตามร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ที่เสนอนี้ ทั้งที่ ก.ศป.เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคล มีไว้เพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระของตุลาการศาลปกครองในการปฏิบัติหน้าที่ตุลาการ โดยประกอบด้วยบุคคลผู้ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของตุลาการศาลปกครอง ในขณะที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เป็นองค์กรที่มีไว้เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดี
ทั้งนี้ตอนท้ายของหนังสือ ระบุว่า ขอให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับฟังความเห็นคัดค้าน และเปิดโอกาสอย่างเป็นธรรม ให้ตัวแทนตุลาการศาลปกครอง ได้เข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง



